กลิ่นอายจางๆ ของธูปหอมผสมกับกลิ่นโลหิตจางหายไปแทนที่ด้วยความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องพักแพทย์เวร รินทร์ไม่ได้สะดุ้งตื่นด้วยความตกใจตามสัญชาตญาณของคนทั่วไป เปลือกตาสีมุกค่อยๆ เปิดขึ้นอย่างเชื่องช้า ดวงตากลมโตคู่คมกริบกวาดมองไปรอบห้องด้วยความสงบนิ่งราวกับกำลังประเมินสถานการณ์ในห้องผ่าตัด มากกว่าจะตระหนักว่าตนเพิ่งรอดพ้นจากเงื้อมมือของวิญญาณอาฆาตมา
เบื้องหน้าของเธอ ร่างสูงโปรดในชุดสูทสีเข้มของอาจารย์สิงหายังคงยืนกอดอกพิงกรอบประตู รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากไม่ได้บ่งบอกถึงความอบอุ่น หากแต่เต็มไปด้วยความนัยที่ยากจะหยั่งถึง
"ฟื้นเร็วกว่าที่คิดนี่ครับ... คุณหนูรินทร์ หรือควรจะเรียกว่า 'ผู้บุกรุก' ดีล่ะครับ?" คำพูดของเขาเมื่อครู่ยังคงลอยวนอยู่ในหู แต่รินทร์เลือกที่จะเมินเฉยต่อการหยอกเย้าแกมเย้ยหยันนั้น เธอขยับตัวลุกขึ้นนั่งอย่างระมัดระวัง ข้อศอกข้างหนึ่งยันฟูกเตียง ขณะที่สายตาคมกริบจดจ้องไปยังอากาศว่างเปล่าเบื้องหน้า ซึ่งในสายตาคนอื่นอาจมีเพียงความว่างเปล่า ทว่าสำหรับเธอกลับปรากฏหน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าเรืองรองราวกับหน้าจอโฮโลแกรมล้ำยุค
[ติ๊ง! ตรวจพบสติปัญญาและอัตราการเต้นของหัวใจคงที่ในภาวะวิกฤต]
[ระบบไสยเวตประยุกต์ รุ่นที่ 0.1 ทำการซิงโครไนซ์กับร่าง 100% เรียบร้อย]
[คำเตือน: ท่านได้ปลุก 'เนตรวิญญาณ' ระดับพันธุกรรมสำเร็จ กรุณาทำความเข้าใจคู่มือการใช้งานเพื่อความปลอดภัยของชีวิต]
รินทร์กะพริบตาปริบๆ สมองอันปราดเปรื่องที่ผ่านการเคี่ยวกรำจากตำราแพทย์แผนปัจจุบันนับพันหน้ากำลังประมวลผลข้อมูลมหาศาลที่หลั่งไหลเข้ามา เธอไม่ได้ตื่นตระหนก เธอกลับมองว่านี่คือ 'กฎฟิสิกส์รูปแบบใหม่' ที่ยังไม่มีใครค้นพบคำตอบก็เท่านั้นเอง
"ระบบนี้มันขี้โกงชัดๆ" รินทร์พึมพำออกมาเบาๆ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นเต้นระทึกขวัญใดๆ จนคนที่ยืนมองอยู่ถึงกับเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างฉงน
"พูดอะไรของเธอน่ะ แม่หมอฝึกหัด?" อาจารย์สิงหาขยับตัวเดินเข้ามาใกล้ เตียงผู้ป่วยยวบลงเล็กน้อยตามน้ำหนักของเขา ดวงตาคมกราบกวาดมองหน้าจอใสที่ลอยอยู่กลางอากาศซึ่งมีเพียงผู้มีวิชาเท่านั้นที่มองเห็น "ดูเหมือนเธอจะไม่ได้สติหลุดไปเหมือนคนอื่นๆ ที่เจออาถรรพ์ขั้นรุนแรงสินะ"
"ถ้าฉันสติหลุดไป ตอนนี้คงกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนอยู่ในตึกนี้ไปแล้วค่ะ อาจารย์สิงหา" รินทร์หันไปสบตาเขา แววตาของเธอไม่มีความหวาดกลัว เจือไว้ด้วยความอยากรู้อยากเห็นในเชิงวิทยาศาสตร์เสียมากกว่า "ไอ้หน้าต่างสีฟ้านี่... มันทำงานด้วยหลักการอะไรคะ? คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือสนามพลังงานชีวภาพ?"
อาจารย์สิงหาหลุดหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นเจือความขบขันระคนแปลกใจ เขาไม่เคยเจอเด็กสาวคนไหนที่เพิ่งรอดตายจากการถูกวิญญาณอาฆาตเล่นงาน แล้วกลับมานั่งตั้งคำถามเชิงวิชาการใส่เขาแบบนี้เลยสักคน
"มันไม่ใช่ฟิสิกส์แบบที่เธอเรียนมาหรอกนะรินทร์ มันคือ 'อาคม' ที่ถูกแปลงรูปให้อยู่ในสภาวะที่สมองของคนรุ่นใหม่เข้าใจง่ายขึ้นต่างหากล่ะ" ชายหนุ่มเอื้อมมือไปข้างหน้า ปลายนิ้วเรียวยาวแตะเบาๆ ที่อากาศว่างเปล่า หน้าต่างสีฟ้าของรินทร์จึงขยายใหญ่ขึ้น แสดงข้อความชุดใหม่ที่ซับซ้อนกว่าเดิม
[ปลดล็อกทักษะพื้นฐาน: เนตรวิญญาณ (Spiritual Eye - Level 1)]
[คุณสมบัติ: มองเห็นเส้น7สายแห่งกรรมและออร่าวิญญาณในรัศมี 10 เมตร]
[เงื่อนไขการอัปเกรด: ชำระล้างวิญญาณเร่ร่อน 1 ดวง หรือไขปริศนาคดีลี้ลับ 1 คดี]
รินทร์หรี่ตามองตัวอักษรเหล่านั้นอย่างพินิจพพิเคราะห์ สมองส่วนหน้าทำงานอย่างหนักเพื่อเชื่อมโยงข้อมูล "แปลว่าฉันต้องทำตัวเป็นหมอผีควบคู่ไปกับการเรียนแพทย์ว่างั้นเถอะค่ะ? ระบบถึงได้บังคับให้รับเคสแบบนี้"
"ฉลาดมาก" อาจารย์สิงหาเอ่ยชมสั้นๆ น้ำเสียงจริงจังขึ้น "และภารกิจแรกของเธอก็มาถึงแล้ว... ดูที่มุมขวาของหน้าจอเธอสิ"
รินทร์ก้มมองตามคำบอก หน้าต่างระบบกะพริบเตือนเป็นสีแดงฉาน พร้อมกับข้อความตัวหนาที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ
[ประกาศภารกิจระดับ C: เสียงร้องจากตึกร้างทิศเหนือ]
[รายละเอียด: มีรายงานการพบเห็นเงาดำปริศนาบนชั้น 4 ของตึกผู้ป่วยนอกเก่าที่ปิดปรับปรุง และมีนักศึกษาแพทย์ปี 3 หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อคืนนี้]
[รางวัล: แต้มวิญญาณ +50, ปลดล็อกคลังอาศรมระดับต้น]
[บทลงโทษหากปฏิเสธ: สูญเสียการมองเห็นเนตรวิญญาณถาวร และสูญเสียความทรงจำทั้งหมด]
รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของรินทร์หายวับไปทันที แทนที่ด้วยความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากแววตา การบังคับขู่เข็ญด้วยการยึดความทรงจำและพลังที่เพิ่งได้มา ช่างเป็นวิธีของ 'ระบบ' ที่เอาเปรียบและไร้มนุษยธรรมสิ้นดี
"ดูเหมือนฉันจะไม่มีสิทธิ์เลือกตั้งแต่แรกแล้วสินะคะ" รินทร์ถอนหายใจยาวเหยียด ปิดตำราแพทย์ในจินตนาการแล้วก้าวลงจากเตียงอย่างเด็ดเดี่ยว "พาฉันไปที่ตึกนั้นหน่อยค่ะ อาจารย์... ฉันไม่ชอบเป็นหนี้บุญคุณใคร และยิ่งเกลียดพวกที่ชอบเล่นตอดเล็กตอดน้อยกับความทรงจำของฉันด้วย"
อาจารย์สิงหายืนนิ่งมองท่าทีที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือของเด็กสาว รอยยิ้มมุมปากของเขาลึกขึ้นกว่าเดิม แววตาคมกริบคู่นั้นฉายประกายความสนใจอย่างปิดไม่มิด "ตามใจเธอสิ... แต่บอกไว้ก่อนนะ ว่าตึกนั้นไม่ได้มีแค่วิญญาณนักศึกษาที่หายตัวไปหรอกนะ"
ทั้งสองก้าวออกจากห้องพักแพทย์ เดินลัดเลาะไปตามทางเดินยามวิกาลที่เงียบสงบ บรรยากาศรอบตัวเริ่มหนาวเหน็บลงเรื่อยๆ จนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว ทันทีที่รินทร์ก้าวพ้นประตูเชื่อมไปยังตึกผู้ป่วยนอกเก่า เนตรวิญญาณที่เพิ่งตื่นรู้ก็เริ่มทำงานทันที ภาพเบื้องหน้าเปลี่ยนเป็นโทนสีเทาหม่น และสิ่งที่เธอมองเห็นคือ... รอยเท้าสีดำสนิทที่เปรอะเปื้อนไปด้วยหยดเลือด ลากยาวหายลับไปตรงหัวมุมบันไดชั้นสี่
รินทร์หยุดเดินกะทันหัน หัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้นที่ถูกกดทับไว้ด้วยสติสัมปชัญญะ เธอกำหมัดแน่น เตรียมรับมือกับสิ่งที่รออยู่เบื้องหน้า
ทว่า... ในวินาทีที่เธอกำลังจะก้าวเท้าขึ้นบันไดขั้นแรก เสียงกระซิบแผ่วเบาอันเย็นเยียบก็ดังขึ้นข้างใบหูของเธอ เป็นเสียงผู้หญิงที่แหบพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด
*"คุณหมอคะ... ช่วยเย็บแผลให้ฉันที... มันเจ็บเหลือเกิน..."*
รินทร์ตัวแข็งทื่อ ร่างกายชะงักงันไปชั่วขณะ เมื่อหันกลับไปมองด้านข้าง เธอกลับพบว่าอาจารย์สิงหาที่เดินตามหลังมาเมื่อครู่นี้... ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงความว่างเปล่าและเสียงหัวเราะปริศติดดังสะท้อนก้องมาจากความมืดมิดของชั้นสี่
ขอบคุณที่ติดตามอ่านจนจบตอนนี้นะคะ!
คุณหนูครับ อย่าเรียกวิญญาณมาเดินเล่นแบบนี้•ตอนที่ 2
ระบบนี้มันขี้โกงชัดๆ
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าเรียกวิญญาณมาเดินเล่นแบบนี้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!