คุณหนูครับ อย่าเรียกวิญญาณมาเดินเล่นแบบนี้•ตอนที่ 4

เมื่อวิทยาศาสตร์เจอกับไสยศาสตร์

ผลงานโดย นภากระซิบผี
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและฟอร์มาลีนจาง ๆ ไม่ได้ลอยมาจากห้องชันสูตรศพของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยที่ดิฉันเคยคุ้นชินค่ะ แต่มันอบอวลอยู่บนผิวหนัง เย็นเฉียบและหนักหน่วง ราวกับว่าอากาศภายในห้องสี่เหลี่ยมนี้ถูกสูบออกไปจนหมด เหลือไว้เพียงแรงดันอากาศต่ำที่กดทับแก้วหูจนปวดแปลบ [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบเขตอาคมระดับ SSS - 'มิติสะท้อนวิญญาณ'] [คำเตือน: ตัวตนปริศนาภายในห้องกำลังลืมตาตื่น... และกำลังจับจ้องมาที่รหัสพันธุกรรมของคุณ] ตัวอักษรสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นลอยคว้างอยู่กลางอากาศ ไม่ได้ทำให้สติของดิฉันสะดุดลงแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน... สมองส่วนหน้าของอดีตนักศึกษาแพทย์ที่ถูกฝึกฝนมาให้รับมือกับความเป็นความตายในเสี้ยววินาที กลับทำงานด้วยความเร็วรอบที่สูงขึ้น ดวงตาคู่เดิมกวาดมองไปรอบห้องพักฟื้นวีไอพีที่บัดนี้แปรสภาพกลายเป็นห้องปิดตาย ความมืดมัวสีเทาหม่นเข้าปกคลุมทุกมุมห้อง ราวกับมิติซ้อนทับที่กฎฟิสิกส์แบบนิวตันไม่หลงเหลืออำนาจใด ๆ อีกต่อไป "รินทร์... ถอยออกมา!" เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลของอาจารย์สิงหาดังขึ้นจากเบื้องหลัง พร้อมกับเสียงตวัดปลายนิ้ววาดอักขระสีทองกลางอากาศ แสงสว่างวาบขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีก็ถูกความมืดกลืนกินอย่างไร้ร่องรอย ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเข้มก้าวเข้ามาประชิดตัวดิฉันอย่างรวดเร็ว แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาฉายแววเคร่งเครียดอย่างที่ดิฉันไม่เคยเห็นมาก่อน "อาจารย์คะ" ดิฉันเอ่ยเสียงเรียบ โดยไม่ขยับถอยหลังตามคำสั่ง "ก่อนจะให้ดิฉันถอย ช่วยอธิบายหน่อยได้ไหมคะว่า พลังงานความร้อนระดับยี่สิบแปดองศาเซลเซียสที่กำลังพุ่งสูงขึ้นเป็นเส้นตรงตรงมุมห้องนั้น... มันสอดคล้องกับทฤษฎีอุณหพลศาสตร์ข้อไหนของสำนักวิชาคุณไสย?" อาจารย์สิงหาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมเข้มมองสบตากับดิฉันด้วยความประหลาดใจระคนทึ่ง ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะยกย่องบางเบา "เธอมีเวลามานั่งวิเคราะห์ฟิสิกส์ในสถานการณ์ที่วิญญาณอาฆาตระดับ SSS กำลังจะฉีกกระชากวิญญาณพวกเราเป็นชิ้น ๆ อย่างนั้นหรือ รินทร์?" "เพราะดิฉันมองว่าไสยศาสตร์ก็คือฟิสิกส์รูปแบบหนึ่งค่ะ" ดิฉันตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน ขณะเดียวกันก็นกสายตาไปยังเงาดำทะหึมาที่กำลังก่อตัวขึ้นจากความว่างเปล่า ร่างนั้นสูงใหญ่ผิดมนุษย์ มีไอสีดำพวยพุ่งออกมาจากรอยแยกของผิวหนังที่เน่าเปื่อย ดวงตาสสีแดงฉานคู่นั้นจ้องมองมาที่ดิฉัน ราวกับกำลังอ่านรหัสพันธุกรรมและประวัติชีวิตทุกบรรทัดผ่านม่านตา ในมุมมองของคนทั่วไป มันคือผีร้ายที่น่าสะพรึงกลัวจนหัวใจแทบวาย แต่สำหรับอดีตนักศึกษาแพทย์ผู้ผ่านการผ่าตัดศพมานับร้อยเคส... ดิฉันเห็นเพียงแค่ 'ระบบชีวเคมีที่หยุดทำงาน และพลังงานตกค้างที่ถูกบิดเบือน' เท่านั้น "ระบบค่ะ ขอข้อมูลเชิงลึกของเป้าหมาย" ดิฉันกระซิบเรียกหน้าต่างระบบในใจ [ตรวจพบเป้าหมาย: 'อสุรกายกลายพันธุ์พลังงานวิญญาณ (Soul-Mutated Wraith)'] [จุดอ่อน: จุดศูนย์กลางการไหลเวียนของพลังงาน (Meridian Node) บริเวณใต้ลิ้นปี่ และโครงสร้างการเชื่อมต่อประสาทวิญญาณ (Ethereal Synapse) ที่ฐานกะโหลก] มุมปากของดิฉันกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย... ช่างบังเอิญเสียจริง จุดอ่อนพวกนั้นไม่ต่างอะไรจากเส้นเลือดใหญ่และปมประสาทวากัส (Vagus Nerve) ในร่างกายมนุษย์เลยแม้แต่น้อย "อาจารย์คะ" ดิฉันหันไปกระซิบกับชายหนุ่มผู้ยืนถือยันต์เตรียมพร้อมอยู่ข้างกาย "ถ้าเราเปรียบวิญญาณตนนี้เป็นระบบไหลเวียนโลหิตที่เกิดภาวะช็อกจากการติดเชื้ออย่างรุนแรง (Septic Shock)... ทางแก้ของเราไม่ใช่การปะทะด้วยพลังเวทตรง ๆ ใช่ไหมคะ" อาจารย์สิงหาหันมามองดิฉัน ดวงตาคู่นั้นประกายแสงวาบด้วยความเข้าใจในทันที "เธอหมายถึง... การตัดวงจรการส่งผ่านพลังงาน?" "ถูกต้องค่ะ" ดิฉันก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ปลดกระดุมเสื้อสูทออกเพื่อให้การเคลื่อนไหวคล่องตัวขึ้น มือเรียวหยิบเข็มเงินบริสุทธิ์สามเล่มที่มักพกติดตัวไว้สำหรับฝังเข็มบรรเทาอาการไมเกรนออกมาจากกระเป๋าเสื้อกราวน์ "มันใช้ความกลัวเป็นสารสื่อประสาทเพื่อหล่อเลี้ยงตัวมันเอง ยิ่งพวกเราแสดงความหวาดกลัว อัตราการเต้นของหัวใจและพลังงานชีวภาพที่แผ่ออกมาก็จะยิ่งเป็นอาหารให้มันแข็งแกร่งขึ้น" วิญญาณร้ายคำรามลั่น แรงกดดันมหาศาลซัดกระหน่ำเข้ามาจนผนังห้องสั่นสะเทือน รอยแตกร้าวรานใยแมงมุมกระจายไปทั่วกระจกใส อาจารย์สิงหาขยับตัวเข้ามาบังหน้าดิฉันพร้อมกางม่านอาคมป้องกัน แต่ดิฉันกลับแตะปลายนิ้วลงบนแขนของเขาเบา ๆ เป็นเชิงส่งสัญญาณให้ผ่อนแรง "เชื่อใจนักศึกษาแพทย์คนนี้หน่อยสิคะ อาจารย์" รอยยิ้มมั่นใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหญิงสาว รินทร์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจให้อยู่ในระดับต่ำที่สุด ปิดกั้นการแผ่ขยายของคลื่นพลังงานความกลัวอย่างสมบูรณ์แบบ ในสายตาของเธอตอนนี้ ไม่มีสิ่งน่ากลัวใด ๆ ทั้งสิ้น มีเพียงแค่ 'เคสผ่าตัด' ที่ต้องจัดการด้วยความแม่นยำระดับไมครอน เมื่อร่างสูงใหญ่ของอสุรกายพุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วสูง เงาดำแผ่ขยายปกคลุมทั่วทั้งห้อง บรรยากาศบีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ รินทร์ไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว เธอย่อเข่าลงเล็กน้อยเพื่อเตรียมฐานน้ำหนัก รอจังหวะที่เป้าหมายเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ที่สุด... จังหวะที่เงาดำพุ่งผ่านหน้าจนสัมผัสได้ถึงไอเย็นเยียบ รินทร์ก็พุ่งตัวสวนทางขึ้นไปอย่างรวดเร็วดั่งภูตผี ปลายนิ้วเรียวที่ถือเข็มเงินพุ่งเข้าปักลงที่จุดศูนย์กลางการไหลเวียนพลังงานใต้ลิ้นปี่ และฐานกะโหลกของวิญญาณร้ายด้วยความแม่นยำระดับศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เปรี๊ยะ! เสียงคล้ายกระแสไฟฟ้าช็อตดังสนั่นหวั่นไหว ไอสีดำที่พวยพุ่งหยุดชะงักลงทันที ดวงตาสีแดงฉานเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ร่างมหึมาแข็งค้างกลางอากาศ ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยกฎฟิสิกส์ที่มองไม่เห็น [ระบบทำการวิเคราะห์สำเร็จ: ทำลายโครงสร้างการเชื่อมต่อพลังงานของวิญญาณระดับ SSS สำเร็จ] [รางวัลภารกิจพิเศษ: ปลดล็อกทักษะ 'เนตรวิเคราะห์สัจธรรม' ระดับ 2] เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นต่อเนื่อง แต่อาจารย์สิงหากลับไม่ได้สนใจหน้าต่างโปร่งแสงเหล่านั้น สายตาของเขาจดจ้องมองใบหน้าด้านข้างของหญิงสาวที่เต็มไปด้วยความนิ่งสงบและเด็ดเดี่ยว ท่ามกลางความโกลาหลและความตายที่เฉียดฉิว รินทร์หันมาสบตาเขา พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความฉลาดเฉลียว "เห็นไหมคะอาจารย์... ไม่มีผีตัวไหนน่ากลัวเท่ากับความไม่รู้หรอกค่ะ" ทว่า... ในวินาทีที่ความตึงเครียดกำลังจะคลี่คลาย เสียงฝีเท้าหนักหน่วงคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านนอกประตูห้องพักฟื้นที่ควรจะถูกล็อกสนิท... เป็นเสียงฝีเท้าที่ไม่มีทางเป็นของมนุษย์อย่างแน่นอน และก่อนที่รินทร์จะได้หันไปมอง ประตูห้องก็ค่อย ๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้า ๆ เผยให้เห็นเงาร่างของบุคคลที่สาม... บุคคลที่ไม่ควรจะมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้อีกแล้ว --- ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความเร้นลับครั้งนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าเรียกวิญญาณมาเดินเล่นแบบนี้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%