คุณหนูครับ อย่าเรียกวิญญาณมาเดินเล่นแบบนี้•ตอนที่ 9

เปิดเทอมใหม่ในรั้วสถาบันเวท

ผลงานโดย นภากระซิบผี
ความเย็นเยือกของกระแสลมที่พัดผ่านใบหูเมื่อครู่ ยังคงทิ้งร่องรอยความชาหนึบไว้บนผิวเนื้อ รินทร์ไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองเจ้าของเสียงกระซิบนั้น สมองส่วนหน้าของเธอกำลังประมวลผลด้วยความเร็วสูงราวกับหน่วยประมวลผลควอนตัม ในเมื่อวิญญาณตนนี้เลือกที่จะเข้าประชิดตัวในจุดอับสายตาและจังหวะที่ระบบป้องกันรอบอาณาเขตขัดข้อง นั่นย่อมแปลว่ามันไม่ได้มาเพื่อทักทายอย่างมิตร "ถ้าคิดว่าความกลัวจะทำให้ฉันเสียสเกลคำนวณยันต์ในมือ... คุณคงประเมินอดีตกุมารแพทย์คนนี้ต่ำไปหน่อยนะคะ" รินทร์พึมพำกับความว่างเปล่า ปลายนิ้วเรียวบางที่ดีดตัวยันต์แผ่นแรกออกไปไม่ได้สั่นเทาเลยแม้แต่น้อย พลังไสยเวทสีครามเข้มถูกอัดฉีดเข้าไปในกระดาษสาเนื้อหยาบ เปลี่ยนมันให้กลายเป็นใบมีดพลังงานที่หมุนวนด้วยความเร็วสูง ท่ามกลางความมืดมิดที่เข้าปกคลุมตึกพฤกษศาสตร์เก่า แสงวาบจากการปะทะกันระหว่างยันต์ชำระล้างและกลุ่มก้อนพลังงานสีดำสนิทก็สว่างวาบขึ้น เผยให้เห็นโครงร่างบิดเบี้ยวของวิญญาณระดับอาฆาตที่กำลังกรีดร้องโหยหวน นี่คือบททดสอบแรกของการคัดเลือกเข้าสู่ 'สายงานสืบสวนคดีพิเศษ' สังกัดสถาบันเวทมนตร์แห่งชาติ—สถาบันที่รินทร์เพิ่งก้าวเท้าเข้ามาเป็นนักศึกษาปีหนึ่งในวันนี้ และดูเหมือนว่าคณะกรรมการจะไม่เสียเวลาต้อนรับเด็กใหม่ด้วยพิธีปฐมนิเทศน่าเบื่อ แต่เลือกที่จะโยนพวกเขากลางดงอาคมระดับสูงที่เต็มไปด้วยกับดักมรณะทันที เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหลัง พร้อมกับกลิ่นอายของธูปหอมโบราณและสนิมเหล็กที่คุ้นเคย อาจารย์สิงหายืนกอดอกมองผลงานการสะบัดยันต์แก้ทางของเธอด้วยแววตานิ่งAขรึม ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะกวาดมองซากพลังงานสีดำที่สลายตัวไปอย่างรวดเร็ว "สอบตกในแง่ของการประเมินความเสี่ยง... แต่สอบผ่านในเรื่องการตอบสนองต่อวิกฤต" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นโดยไม่มีคำชมเชยเจือปน "คุณประเมินค่าพลังของวิญญาณตนนั้นต่ำไปสิบเปอร์เซ็นต์ รินทร์ ถ้าเมื่อครู่คุณเลือกที่จะหันไปมองมันแทนที่จะตั้งสเกลยันต์ป้องกัน แขนซ้ายของคุณคงใช้งานไม่ได้ไปตลอดเทอมนี้" รินทร์หันกลับไปสบตาผู้เป็นอาจารย์ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างไม่เกรงกลัว "ถ้าฉันมัวแต่หันไปมองความกลัว อาจารย์ก็คงไม่ได้เห็นคะแนนประยุกต์ใช้ฟิสิกส์กับยันต์อาคมที่ได้มาตรฐานสูงสุดของปีนี้หรอกค่ะ" คำตอบนั้นทำให้มุมปากของจารย์สิงหากระตุกขึ้นเล็กน้อย—เพียงเสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้น ก่อนที่เขาจะหันหลังให้แล้วผายมือไปยังประตูเหล็กบานใหญ่ที่สลักลวดลายอักขระโบราณ ซึ่งตอนนี้กำลังเปิดออกด้วยกลไกเวทมนตร์ เบื้องหลังประตูบานนั้นคือห้องโถงทดสอบภาคปฏิบัติจริง ผู้เข้าสอบคนอื่นๆ ต่างทยอยเดินออกมาด้วยสภาพสะินทมสะท้าน บ้างก็เนื้อตัวมอมแมม บ้างก็กอดตำราแน่นด้วยความตื่นตระหนก ระบบการคัดเลือกของสถาบันเวทมนตร์แห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดหินและอัตราการคัดออกสูงถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์ ทุกตารางเมตรถูกออกแบบด้วยหลักการทางไสยเวทผสมผสานกับสถาปัตยกรรมกักเก็บพลังงาน เพื่อคัดกรองผู้ที่มี ‘จิตวิญญาณแห่งผู้พิทักษ์’ และ ‘ความยืดหยุ่นทางความคิด’ ออกมาให้ได้มากที่สุด "จำไว้ว่าการสืบสวนคดีลี้ลับไม่ใช่แค่การไล่ล่าภูตผีด้วยความเคียดแค้น" อาจารย์สิงหาเอ่ยขณะเดินนำผ่านทางเดินหินอ่อนที่ทอดยาวไปยังสนามประลองกลางแจ้ง "แต่มมันคือการอ่านรหัสลับที่ธรรมชาติหลงเหลือไว้ วิญญาณทุกตนมีความทรงจำ และความทรงจำก็มีฟิสิกส์ของมันเอง หน้าที่ของคุณคือการแกะรอยมัน ไม่ใช่การทำลายล้างอย่างไร้เหตุผล" "เข้าใจแล้วค่ะ" รินทร์ก้าวตามฝีเท้าอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละ สายตาคมกวาดสำรวจสภาพแวดล้อมรอบตัวอย่างละเอียด เธอสังเกตเห็นร่องรอยการเผาไหม้ของอักขระบนเสาหินและกระแสคลื่นพลังงานที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในบรรยากาศ ทุกอย่างถูกบันทึกและวิเคราะห์ลงในสมองของเธอราวกับระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ การสอบรอบต่อไปกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า และสนามประลองเบื้องหน้าเธอก็ไม่ใช่ลานกว้างธรรมดา แต่เป็นมิติซ้อนทับที่จำลองเหตุการณ์ฆาตกรรมต่อเนื่องในคดีดังเมื่อสิบปีก่อน ซึ่งยังคงทิ้งปริศนาดำมืดเอาไว้จนถึงทุกวันนี้ รินทร์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจ พร้อมกับกระชับกระเป๋าเสื้อคลุมที่มีสำรับยันต์บรรจุอยู่เต็มอัตราศึก ทว่า ในวินาทีที่เธอก้าวข้ามธรณีประตูเข้าสู่เขตแดนทดสอบ ระบบแจ้งเตือนโปร่งใสสีฟ้าครามที่เธอคุ้นเคยก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าอย่างกะทันหัน พร้อมกับข้อความตัวอักษรสีแดงฉานที่สั่นไหวราวกับถูกรบกวนด้วยกระแสไฟฟ้าแรงสูง [ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินระดับ SSS: ตรวจพบความผิดปกติในเขตแดนจำลอง] [เงื่อนไขการทดสอบเปลี่ยนแปลง: เป้าหมายไม่ใช่การไขคดีอีกต่อไป แต่เป็นการเอาชีวิตรอดจาก 'สิ่งนั้น' ที่ถูกปลุกขึ้นโดยไม่ได้รับอนุญาต] [คำเตือน: โปรดอย่าหันกลับไปมองเด็ดขาด... หากคุณได้ยินเสียงเรียกชื่อจากคนตายที่รู้จัก] หัวใจของรินทร์กระตุกวูบเมื่อตระหนักว่า เสียงกระซิบเมื่อครู่นี้ไม่ได้จบลงที่ตึกพฤกษศาสตร์ แต่มันตามเธอเข้ามาในเขตทดสอบปิดตายแห่งนี้แล้ว และในเสี้ยววินาทีต่อมา เสียงฝีเท้าที่ก้าวตามหลังเธอมาก็ไม่ได้มีแค่สองข้างของอาจารย์สิงหาอีกต่อไป... แต่มันมีเสียงฝีเท้าปริศนาดังซ้อนขึ้นมาเป็นเงาตามตัว ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับรินทร์นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าเรียกวิญญาณมาเดินเล่นแบบนี้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%