เศษเสี้ยวของละอองเวทมนตร์สีครามยังคงลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ ยามที่เสียงฝีเท้าของความตายกำลังเคลื่อนใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
"สามนาที... ในแผนผังภูมิประเทศของซากโบราณสถานแห่งนี้ ไม่มีจุดอับสายตาที่กว้างพอจะซ่อนคนสองคนจากเวทมนตร์ตรวจจับระดับสูงของกิลด์เงาสวรรค์ได้เลยครับ"
เรนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นัยน์ตาสสีนิลสะท้อนแสงเรืองรองจากหน้าต่างระบบแจ้งเตือนสีแดงฉานที่ยังคงกะพริบเตือนอยู่ตรงหน้า นิ้วเรียวยาวของอดีตโปรแกรมเมอร์ขยับเคาะเบาๆ บนด้ามจับของค้อนเหล็กไร้คมในมือ เป็นจังหวะที่คำนวณความน่าจะเป็นและเวลาถอยหลังอย่างแม่นยำ
ลูเซียกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความห้าวหาญที่มักปรากฏบนใบหน้ายามเผชิญหน้ากับศัตรูถูกแทนที่ด้วยความกังวลใจชั่วขณะ มือเรียวบางของเธอสั่นระริกเล็กน้อยยามที่ร่ายเวทป้องกันรอบตัว แต่กระนั้น เธอกลับเลือกที่จะก้าวมาขวางหน้าเรนไว้ครึ่งก้าว
"นายยังจะมีอารมณ์มาคำนวณเรื่องไร้สาระอยู่อีกเหรอ เรน! เจ้าพวกกิลด์เงาสวรรค์ส่งทีมล่าสังหารระดับแนวหน้ามานะ ค่ามานาของฉันในตอนนี้ถ้าต้องฝืนใช้เวทเคลื่อนย้ายมิติข้ามเขตแดนอีกครั้ง มีหวังร่างกายได้แหลกสลายกลายเป็นละอองข้อมูลแน่ๆ" น้ำเสียงของเธอเจือความหงุดหงิดและหวาดหวั่นปะปนกัน แต่ในแววตาสีมรกตคู่นั้นกลับไม่มีร่องรอยของการถอดใจเลยแม้แต่น้อย
เรนเหลือบมองแผ่นหลังของจอมเวทสาวที่กำลังสั่นน้อยๆ เขารู้ดีว่าภายใต้ท่าทางปากจัดและดื้อรั้น ลูเซียกำลังแบกรับภาระทางจิตใจที่หนักหน่วงแค่ไหนจากการที่ค่ามานาของเธอมักจะพลิกผันติดลบในยามคับขัน
"ใครบอกว่าเราจะหนีกันล่ะครับ ลูเซีย" เรนเอ่ยด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจจนน่าหมั่นไส้ในสายตาของคนมอง "ในเมื่อประตูทางออกถูกปิดตาย และพวกมันเลือกที่จะก้าวล้ำเข้ามาในอาณาเขตที่เรายืนอยู่... หน้าที่ของเราคือการต้อนรับพวกมันให้สมเกียรติ ต่างหากล่ะครับ"
ฉับพลัน ก่อนที่เสียงฝีเท้าของหน่วยล่าสังหารแห่งกิลด์เงาสวรรค์จะพ้นขอบกำแพงหินผุพัง เรนก็พุ่งตัวไปที่ผนังศิลาโบราณเบื้องหน้าอย่างไร้ซุ่มเสียง ค้อนตีเหล็กในมือไม่ได้ถูกใช้เพื่อการจู่โจม แต่มันถูกกระแทกเข้ากับรอยต่อของแผ่นศิลาด้วยน้ำหนักและมุมองศาที่คำนวณมาอย่างประณีต
*แกร๊ก... ครอดดด—!*
เสียงกลไกโบราณดังสนั่นหวั่นไหว ผนังหินที่ควรจะทึบตันกลับแยกตัวออกจากกันอย่างช้าๆ เผยให้เห็นไอหมอกสีเทาจางๆ ที่แผ่พุ่งออกมาพร้อมกับความเย็นยะเยือกที่เสียดแทงกระดูกดำ
"นี่มัน..." ลูเซียเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง พื้นที่เบื้องหลังผนังศิลานั้นว่างเปล่า ไม่มีอยู่ในแผนที่ระบบ และไม่มีแม้กระทั่งพิกัดเรดาร์
"รอยแยกมิติที่ไม่ได้ถูกบันทึกในประวัติศาสตร์ของเกม... หรือพูดอีกนัยหนึ่งคือ พื้นที่บั๊กที่ระบบหลักมองไม่เห็นครับ" เรนหันกลับมาส่งยิ้มให้เธอ พร้อมกับคว้าข้อมือเรียวบางแล้วออกแรงดึงเบาๆ "ตามผมมาครับ ก่อนที่หอกเล่มแรกของพวกมันจะมาถึง"
ทั้งสองร่างหายลับเข้าไปในความมืดมิดของรอยแยกทันทีที่บานประตูหินเคลื่อนตัวปิดสนิทลง ปล่อยให้กลุ่มผู้เล่นระดับท็อปของกิลด์เงาสวรรค์พังทลายผนังศิลาเข้ามาด้วยความว่างเปล่าและความโกรธเกรี้ยว
ภายในรอยแยกมิติ บรรยากาศกลับเงียบสงบราวกับโลกอีกใบ ผนังถ้ำประดับด้วยผลึกคริสตัลสีม่วงเข้มที่ส่องแสงสว่างรำไร กลิ่นอายโบราณที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออกลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศ
ลูเซียหอบหายใจเบาๆ พลางกวาดสายตามองไปรอบห้องโถงกว้างที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพังของแท่นบูชาปริศนา "ที่นี่ที่ไหนกันเรน... บรรยากาศช่างน่าอึดอัดเสียจริง เหมือนกับว่ามีบางอย่าง... กำลังจับ
ตาดูเราอยู่"
เรนไม่ได้ตอบทันที เขากำลังก้มลงใช้ปลายนิ้วสัมผัสกับพื้นศิลาที่มีรอยจารึกอักษรเวทโบราณซึ่งเลือนรางไปตามกาลเวลา ดวงตาภายใต้กรอบแว่นสะท้อนแสงสีฟ้าจากหน้าต่างระบบวิเคราะห์ที่ทำงานอย่างหนักหน่วง
"ที่นี่ไม่ใช่แค่พื้นที่ลับธรรมดาครับ ลูเซีย..." เรนเงยหน้าขึ้น สีหน้าของชายหนุ่มเคร่งขรึมลงอย่างเห็นได้ชัด "โครงสร้างของโค้ดเกมบริเวณนี้มีความผิดปกติอย่างรุนแรง มันเหมือนกับ... พื้นที่กักเก็บข้อมูลที่ถูกตัดขาดจากเซิร์ฟเวอร์หลัก"
ทันใดนั้นเอง พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของทั้งสองก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงคำรามทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของอสูรกายจากยุคบรรพกาลดังสะท้อนก้องมาจากความมืดมิดเบื้องลึก
*ตูมมม—!*
แท่นบูชาโบราณที่ตั้งอยู่กลางห้องโถงแตกละเอียดเป็นจุล ละอองแสงสีแดงฉานพวยพุ่งขึ้นสู่เพดานถ้ำ พร้อมๆ กับร่างของเงาดำมหึมาที่ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนหยัดจากกองซากปรักหักพัง ดวงตาสีแดงฉานนับคู่จ้องมองตรงมาที่พวกเขาด้วยจิตสังหารอันเข้มข้น
[ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินระดับสูงสุด: ตรวจพบผู้พิทักษ์แห่งพันธะสัญญาโลหิต - "บอสลับ: จักรพรรดิเงาไร้ชื่อ" ตื่นจากการหลับใหล]
[เงื่อนไขการหลบหนีถูกยกเลิก: ผู้เล่นไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้จนกว่าจะเสร็จสิ้นการต่อสู้ หรือ... ชีวิตดับสูญ]
ลูเซียหน้าถอดสีทันที มานาในร่างของเธอวูบไหวและตกลงสู่จุดติดลบทันทีที่เผชิญหน้ากับแรงกดดันระดับนี้ "เรน... แบบนี้มัน... เกินกว่าที่เราจะรับมือไหวแล้วนะ!"
เรนยกย่องขึ้นเล็กน้อย แม้เหงื่อกาฬจะเริ่มซึมตามไรผม แต่แววตาของเขากลับประกายความตื่นเต้นอย่างประหลาด ชายหนุ่มกระชับค้อนตีเหล็กในมือแน่น ก้าวออกไปยืนบังหน้าจอมเวทสาวไว้ พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยว
"ไม่ต้องกลัวครับ ลูเซีย... ในเมื่อระบบไม่ยอมให้เราออกไป ทางเดียวที่เราจะรอด ก็คือการตีพิมพ์ชื่อของเราลงไปในประวัติศาสตร์ของสถานที่แห่งนี้แทน"
เขาย่อตัวลงเล็กน้อย เตรียมพร้อมรับมือกับการพุ่งชนครั้งแรกของผู้พิทักษ์มิติ
แต่ทว่า... ก่อนที่กรงเล็บแห่งความมืดจะตะปบลงมา เสียงฝีเท้าปริศนาก็ดังขึ้นจากด้านหลังของพวกเขา—ลึกเข้าไปในเขตหวงห้ามที่ควรจะไม่มีใครอยู่ออกจากความมืดมิด
"ช่างกล้าเสียจริง... ที่บังaniอาจก้าวเข้ามาในห้องนอนของข้า"
ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาร่วมกันครับ
- ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
ช่างตีดาบไร้คมกับจอมเวทผู้ปฏิเสธโชคชะตา•ตอนที่ 9
ความลับของรอยแยกมิติ
ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ช่างตีดาบไร้คมกับจอมเวทผู้ปฏิเสธโชคชะตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!