กลิ่นอายของสนิมเหล็กและน้ำยาขัดโลหะคุณภาพต่ำคละคลุ้งไปทั่วตรอกแคบๆ ย่านการค้าทิศตะวันตกของมหานครเซเลสเทรีย เสียงค้อนกระทบاحอทั่งจากร้านค้าฝั่งตรงข้ามดังประสานเสียงกันจนน่าปวดหัว แต่ท่ามกลางความวุ่นวายและฝุ่นควันสีเทา ประตูกระจกบานใสของร้านขนาดกว้างเพียงสี่เมตรกลับสะท้อนภาพความนิ่งสงบที่ตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง
"ถ้าคุณยังวางเหล็กกล้าผสมคาร์บอนต่ำไว้ชิดมุมอับชื้นแบบนั้น ความชื้นจากท่อระบายน้ำใต้ดินจะกัดกินเนื้อโลหะจนหมดค่าความทนทานก่อนที่เราจะได้เปิดร้านเสียอีกนะครับ ลูเซีย"
เรนเอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาจากสมุดบันทึกปกหนังในมือ ปลายนิ้วเรียวยาวจรวดปลายปากกาขนนกคำนวณโครงสร้างสถาปัตยกรรมภายในร้านใหม่อีกรอบ เขาสวมผ้ากันเปื้อนหนังวัวสีเข้ม เสื้อเชิ้ตแขนพับขึ้นจนถึงข้อศอกเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อจากการตีเหล็กที่สมส่วน แตกต่างจากภาพลักษณ์ของโปรแกรมเมอร์หน้าจอคอมพิวเตอร์ในโลกความเป็นจริงอย่างสิ้นเชิง
ลูเซียที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดเรียงขวดน้ำยาเวทมนตร์บนชั้นไม้ถอนหายใจเฮือกใหญ่ นางส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอตามนิสัยเวลาขัดใจ ก่อนจะตวัดค้อนเวทมนตร์ขนาดเล็กในมือหมุนไปรอบนิ้วอย่างคล่องแคล่ว
"นายเนี่ยนะ... จู้จี้จุกจิกยิ่งกว่าอาจารย์สอนเวทมนตร์ที่หอคอยเสียอีก เรน!" จอมเวทสาวขยับปีกหมวกปีกกว้างของเธอ ถอยหลังมามองผลงานการจัดร้านด้วยความภาคภูมิใจ "อีกอย่าง นี่มันไม่ใช่ร้านธรรมดานะ นี่คือ 'ฐานปฏิบัติการ' ที่เราจะใช้หาเงินล้างหนี้ระบบและสร้างชื่อเสียงในเมืองหลวงเชียวนะยะ"
"ผมรู้ครับ และเพราะมันคือฐานปฏิบัติการ เราถึงต้องรอบคอบเป็นพิเศษ" เรนเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ดูป้ายหน้าร้านสิครับ"
ลูเซียหันไปมองป้ายไม้แกะสลักที่แขวนอยู่หน้าประตู ตัวอักษรบรรจงสลักคำว่า *'โรงตีเหล็กและพันธนาการแห่งรุ่งอรุณ'* (Dawn's Forge & Binding) ลายเส้นคมชัดและสะท้อนประกายแสงจางๆ เมื่อต้องแสงอาทิตย์ยามบ่าย เป็นผลงานการตีขึ้นรูปโลหะผสมเวทมนตร์ที่เรนใช้เวลาทั้งคืนในการรังสรรค์ขึ้นมาเพื่อดึงดูดสายตาของเหล่านักผจญภัยกระเป๋าหนัก
แม้ในเกม VRMMO ทั่วไป การเปิดร้านขายของจะเป็นเพียงระบบย่อยของผู้เล่นสายผลิต (Craftsman) ทว่าสำหรับโลกของ "ช่างตีดาบไร้คมกับจอมเวทผู้ปฏิเสธโชคชะตา" ทุกตารางเมตรในเมืองหลวงถูกควบคุมด้วยกิลด์การค้าและภาษีที่เคี่ยวเข็ญ การที่ผู้เล่นหน้าใหม่อย่างพวกเขาสามารถเช่าตึกแถวสามชั้นใจกลางย่านการค้าได้ จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลลัพธ์จากการคำนวณเส้นทางเควสต์ การบริหารทรัพยากร และการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ทางเศรษฐกิจที่เรนวิเคราะห์ไว้อย่างแม่นยำทุกขั้นตอน
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะกระจกเบาๆ ดังขึ้นขัดจังหวะการสนทนา ทั้งสองหันไปมองพร้อมกัน
เบื้องหน้าประตูกระจก ร่างของชายหนุ่มสวมเกราะหนังย้อมสีน้ำตาลเข้ม สัญลักษณ์กิลด์นักผจญภัยระดับกลางที่แขวนไว้ตรงไหล่ขวาบ่งบอกประสบการณ์ เขาคือผู้เล่นสายโจมตีระยะประชิดที่กำลังทำหน้าตาตื่นตระหนก ใบหน้าชุ่มไปด้วยเหงื่อ และในมือข้างขวาถือดาบยาวสองมือที่บิ่นตรงกลางใบมีดจนแทบใช้งานต่อไม่ได้
เรนส่งสัญญาณมือให้ลูเซียเปิดประตู
"ยินดีต้อนรับสู่โรงตีเหล็กแห่งรุ่งอรุณครับ มีอะไรให้เราช่วยเหลือไหมครับ" เรนกล่าวต้อนรับด้วยน้ำเสียงสุุ่มนุ่มและเป็นมืออาชีพ ลบภาพเด็กหนุ่มเกมเมอร์ออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงช่างฝีมือผู้พร้อมรับฟังปัญหา
นักผจญภัยหนุ่มหอบหายใจถี่ รีบวางดาบพังๆ ลงบนเคาน์เตอร์ไม้โอ๊กเสียงดัง *ตุบ*
"พวกคุณ... รับซ่อมดาบเล่มนี้ไหมครับ! คือว่า ผมลงไปสำรวจดันเจี้ยนซากปรักหักพังชั้นที่สามมา แล้วเจอเข้ากับก๊อบลินยักษ์หุ้มเกราะ ดาบเล่มนี้ใช้เหล็กกล้าชั้นดีตีมานะ แต่พอฟันลงไปที่เกราะมัน คมดาบก็หักสะบั้นลงทันทีเลย! พรุ่งนี้ผมมีตี้ลงดันเจี้ยนกับกิลด์ใหญ่ ถ้าไม่มีอาวุธสำรอง ผมคง...คงถูกเขี่ยออกจากปาร์ตี้แน่ๆ ช่วยผมด้วยเถอะครับ!"
ลูเซียกอดอก มองดูสภาพดาบด้วยสายตาประเมิน นางแอบกระซิบเบาๆ ข้างหูเรน "เฮ้ เรน ดูเนื้อเหล็กสิ มันผสมมาสัดส่วนแย่มาก หักกลางขนาดนี้ ต่อให้ซ่อมด้วยเวทมนตร์ซ่อมแซม ค่าความทนทานสูงสุดก็น่าจะลดลงไปเกินครึ่ง... หมอเนี่ยโดนช่างตีเหล็กหัวใสหลอกขายของห่วยมาแน่ๆ"
เรนไม่ตอบคำเขายังคงนิ่งเงียบ เขายื่นมือออกไปสัมผัสรอยบิ่นของดาบยาว ปลายนิ้วสัมผัสเนื้อเหล็กเย็นเฉียบ ดวงตาคมกริบกวาดมองโครงสร้างภายในผ่านหน้าต่างระบบวิเคราะห์ที่ถูกพัฒนาขึ้นจากทักษะเฉพาะตัวของอาชีพ *ช่างตีดาบไร้คม*
*[ระบบวิเคราะห์วัตถุ: ดาบยาวทหารรับจ้างเกรด C-]*
*วัสดุพื้นฐาน: เหล็กดิบผสมเศษแร่ทองคำขาวเจือจาง (อัตราส่วนโครงสร้างไม่เสถียร)*
*สาเหตุความเสียหาย: การรับแรงกระแทกเฉียบพลันในมุมองศาที่ 45 องศา บนจุดอ่อนของเนื้อโลหะที่หลอมไม่เข้ากัน*
*ศักยภาพในการซ่อมแซม: หากใช้วิธีการซ่อมแบบปกติ (Standard Repair) ค่าความทนทานจะเหลือ 12/100 และจะหักอีกครั้งเมื่อรับแรงกระแทกครั้งต่อไป*
นักผจญภัยหนุ่มมองหน้าเรนด้วยแววตาเวทมนตร์คาดหวัง "ว่า... ว่ายังไงบ้างครับ ช่างฝีมือ ซ่อมได้ไหมครับ? ผมมีเงินอยู่สามเหรียญทอง..."
เรนถอนหายใจเบาๆ เขายกดาบขึ้นพินิจพิเคราะห์อีกครั้งด้วยสายตาของผู้เชี่ยวชาญ
"ถ้าคุณต้องการซ่อมเพื่อให้มันกลับไปเป็นดาบเล่มเดิมที่พร้อมจะหักคามือกורจอนเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์อีกครั้ง... ผมปฏิเสธที่จะรับงานนี้ครับ"
คำตอบตรงไปตรงมาของเรนทำให้นักผจญภัยหนุ่มหน้าถอดสี ลูเซียเองก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ แต่ก่อนที่ลูกค้าจะทันได้โวยวาย เรนก็เอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่น่าเชื่อถือ
"แต่... ถ้าคุณยอมให้ผม 'ตีขึ้นรูปใหม่' บนโครงสร้างเดิม โดยการหลอมละลายส่วนที่เหลือ ผสมแร่ไทเทเนียมบริสุทธิ์อัตราส่วนร้อยละห้าเข้าไปเพื่อแก้ปัญหาความเปราะ และเปลี่ยนคมดาบจาก 'การตัดเฉือน' ให้กลายเป็น 'การกดกระแทกแรงดันสูง' เพื่อให้เหมาะกับสไตล์การต่อสู้ของคุณ..."
เรนเงยหน้าขึ้น สบตากับลูกค้าโดยตรง รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจฉายชัดบนใบหน้า
"ภายในเวลาสองชั่วโมง ดาบเล่มนี้จะไม่ใช่แค่ดาบซ่อมแซมธรรมดา แต่มันจะกลายเป็น 'เขี้ยวเล็บ' ที่ทรงพลังที่สุดในระดับเลเวลเดียวกัน และผมคิดค่าบริการเพียงสองเหรียญทองกับอีกห้าสิบเหรียญเงินเท่านั้นครับ"
นักผจญภัยหนุ่มอ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทัน การซ่อมแซมอาวุธในเกมส่วนใหญ่มีแต่การซ่อมตามมีตามเกิด ไม่มีช่างคนไหนกล้าเสนอการ "ตีขึ้นรูปใหม่" ให้กับอาวุธระดับต่ำ แถมยังเสนอปรับแต่งโครงสร้างเพื่อแก้จุดอ่อนเฉพาะตัวของผู้ใช้อีกต่างหาก
"ทะ... ทำได้จริงๆ หรือครับ?"
"ความสมบูรณ์แบบคือมาตรฐานของร้านเราครับ ลูเซีย รบกวนช่วยหยิบแร่ไทเทเนียมบริสุทธิ์จากช่องเก็บของมาสามก้อน และเตรียมเตาหลอมให้พร้อมที่อุณหภูมิหนึ่งพันสองร้อยองศาเซลเซียสด้วยครับ"
"รับทราบค่ะ ท่านหัวหน้าช่างจู้จี้!" ลูเซียยิ้มกริ่ม นางรู้สึกสนุกกับการเริ่มต้นกิจการครั้งนี้มากกว่าที่คิด พลังมานาในตัวถูกดึงมาใช้จุดเตาหลอมเวทมนตร์จนเกิดประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบขึ้นกลางร้าน
บรรยากาศภายในร้านอบอวลไปด้วยความกระตือรือร้น เสียงค้อนของเรนเริ่มกระทบลงบนแผ่นเหล็กที่กำลังร้อนแดงในอีกไม่กี่นาทีต่อมา เสียงนั้นไม่ได้ดังหนวกหูเหมือนร้านอื่น แต่มันก้องกังวานเป็นจังหวะจะโคน ราวกับเสียงเต้นของหัวใจที่กำลังประกาศว่า ช่างตีดาบผู้ไร้คมคนนี้ ได้ก้าวเข้ามาเขย่าบัลลังก์เศรษฐกิจของมหานครเซเลสเทรียอย่างแท้จริงแล้ว
ทว่า... ในขณะที่ประกายไฟจากการตีเหล็กกำลังสาดส่องความหวังใหม่ให้กับลูกค้าหนุ่ม ที่เบื้องหน้าประตูกระจกหน้าร้านซึ่งถูกเงาของผู้คนบดบังไปชั่วขณะ เงาร่างหนึ่งในชุดคลุมสีดำสนิทปักลวดลายตราสัญลักษณ์รูปงูกินหางอันเป็นเอกลักษณ์ของ *'กิลด์เงาสวรรค์'*—กิลด์อิทธิพลมืดที่ควบคุมตลาดใต้ดินของเมืองหลวง—ได้ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้ากระจก
ชายคนนั้นไม่ได้เคาะประตู เขายกมือขึ้นปลดฮู้ดออกเผยให้เห็นใบหน้าเรียบเฉยและรอยแผลเป็นพาดผ่านดวงตาซ้าย
และสิ่งที่ทำให้เรนต้องหยุดค้อนในมือลงทันที คือข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศตรงหน้า โดยไม่มีเสียงเตือนใดๆ ล่วงหน้าจากระบบหลัก
*[ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉิน: ตรวจพบภารกิจลับระดับ SSS - "เงาแห่งพันธะสัญญาโลหิต" กำลังถูกกระตุ้นโดยบุคคลภายนอก]*
*[เงื่อนไข: ผู้เล่น "เรน" และ "ลูเซีย" ได้ก้าวล้ำอาณาเขตผลประโยชน์ของกิลด์เงาสวรรค์โดยไม่ได้รับอนุญาต การเจรจาหรือการทำลายล้าง จะถูกตัดสินภายใน 3 นาทีต่อจากนี้...]*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านคมดาบและหยาดเหงื่อไปด้วยกันในตอนนี้นะครับ
ช่างตีดาบไร้คมกับจอมเวทผู้ปฏิเสธโชคชะตา•ตอนที่ 8
ช่างตีดาบฝึกหัดในเมืองหลวง
ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ช่างตีดาบไร้คมกับจอมเวทผู้ปฏิเสธโชคชะตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!