ช่างตีดาบไร้คมกับจอมเวทผู้ปฏิเสธโชคชะตา•ตอนที่ 7

มิตรภาพท่ามกลางกองเพลิง

ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
กลิ่นสนิมเหล็กและคราบเขม่าดินปืนคละคลุ้งจนแสบจมูก ทัศนียภาพเบื้องหน้าของเรนถูกย้อมด้วยสีแดงฉานจากเปลวเพลิงที่กำลังโหมกระหน่ำแผดเผาซากโบราณสถานแห่งชั้นที่สาม เหล็กกล้าเล่มยาวที่ถูกตรึงไว้ด้วยกลไกเวทมนตร์สีดำสนิทกำลังส่งเสียงสั่นพ้อง *ฮัม...* ทุกครั้งที่เข็มนาฬิกาเวทมนตร์กระดิกเดินถอยหลัง แรงกดดันมหาศาลจากกับดักระดับสูงก็ยิ่งบีบรัดพื้นที่หายใจให้แคบลงเรื่อยๆ "คำนวณผิดพลาดไปสามวินาทีงั้นหรือ..." เรนพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะหมายถึงความตายและการสูญเสียไอเทِمหายากทั้งหมดในตัว แต่ดวงตาภายใต้กรอบแว่นใสกลับสะท้อนภาพของกลไกเวทมนตร์ด้วยความสงบนิ่งราวกับผิวน้ำในบึงใหญ่ สมองของอดีตโปรแกรมเมอร์กำลังประมวลผลรูปแบบการทำงานของรูนเวทที่เรียงรายอยู่เบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว โครงสร้างของกับดักนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อสังหารด้วยความรุนแรง แต่ถูกออกแบบมาเพื่อบั่นทอนค่าความทนทานของอุปกรณ์สวมใส่ทีละน้อย จนกว่าเหยื่อจะกลายเป็นเพียงเศษซากไร้ค่า *คลิก...* เสียงกลไกดีดตัวครั้งสุดท้ายดังขึ้นพร้อมกับหอกเพลิงนับร้อยที่พุ่งตรงเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง เรนขยับตัวเตรียมยกโล่ขึ้นรับการกระแทก แม้จะรู้ดีว่าค่าพลังป้องกันของช่างตีดาบสายซัพพอร์ตอย่างเขาไม่มีทางต้านทานการโจมตีชุดนี้ได้ไหวอย่างแน่นอน ทว่า... ก่อนที่ปลายหอกเพลิงดอกแรกจะสัมผัสโดนผิวเกราะ *เปรี้ยง!* ม่านพลังสีครามเข้มระเบิดออกกลางอากาศ แรงปะทะรุนแรงจนเกิดคลื่นกระแทกอัดซัดเอาเปลวเพลิงรอบด้านให้ดับวูบลงไปชั่วขณะ ลม1พายุหมุนขนาดเล็กถูกเรียกขึ้นด้วยการสะบัดมือเพียงครั้งเดียวจากเงาร่างคุ้นเคยที่พุ่งทะยานเข้ามาขวางกั้นระหว่างเขากับความตาย "มัวเหม่ออะไรอยู่ยะ ตาบ้า! ถ้าคำนวณเวลาพลาดอีกนิดเดียว นายได้กลายเป็นขี้เถ้าไปจริงๆ แล้วนะ!" เสียงหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนปนกับความหงุดหงิดดังขึ้น ลูเซียยืนปักหลักอยู่เบื้องหน้า แผ่นหลังของเธอเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เมจิกสตาฟในมือสั่นระริกเล็กน้อยจากการฝืนใช้มานาปริมาณมหาศาลในเสี้ยววินาทีวิกฤต ค่ามานาของเธอที่ปกติมักจะแกว่งตัวอย่างไร้เสถียรภาพ ในตอนนี้กลับพุ่งสูงขึ้นจนเกิดประจุไฟฟ้าสีม่วงอ่อนวิ่งพล่านรอบตัวเธอ เรนมองภาพนั้นด้วยแววตาที่ไหววูบไปเล็กน้อย เขาค่อยๆ ลดโล่ลง ยืนขึ้นเต็มความสูงพร้อมกับปัดฝุ่นตามเสื้อผ้า "ผมไม่ได้เหม่อครับ ลูเซีย... ผมกำลังคำนวณมุมองศาที่ดีที่สุดในการทำลายจุดอ่อนของกลไกต่างหาก หากคุณมาช้ากว่านี้อีกสองวินาที ผมก็มีแผนสำรองที่จะใช้แรงระเบิดจากแกนกลางสะท้อนกลับอยู่แล้ว" "แผนสำรองบ้าน Low-level ของนายนะสิ!" ลูเซียหันขวับมาถลึงตาใส่ แก้มเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความโกรธปนโล่งอก "นายคิดว่าไอ้แกนกลางนั่นมันจะระเบิดแค่ตัวกับดักรึไง? มันจะเป่าร่างเลเวลสามสิบของนายกลายเป็นจุลไปพร้อมกันด้วยต่างหากเล่า! ตาบ้าเอ๊ย... เลิกนิสัยคำนวณความตายให้เป็นเรื่องง่ายๆ สักทีจะได้ไหม!" บรรยากาศรอบตัวเงียบลงชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงปะทุเบาๆ ของเศษถ่านที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนพื้นหิน เรนมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลและหยาดเหงื่อของจอมเวทสาวผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปากร้ายและค่ามานาติดลบ เขาพบว่าในความหงุดหงิดเหล่านั้น มันซ่อนความห่วงใยที่บริสุทธิ์เอาไว้อย่างมิดชิด ชายหนุ่มระบายยิ้มบางๆ ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งจากคนอย่างเขา "ขอบคุณครับ... ลูเซีย" เรนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและจริงใจ ลูเซียสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดนั้น เธอเบือนหน้าหนีไปทางอื่นทันที สองมือยกขึ้นกอดอกเพื่อซ่อนอาการประหม่า "ช...ช่างเถอะน่า! ฉันไม่ได้ช่วยเพราะเป็นห่วงนายหรอกนะ! แค่...แค่เห็นว่าถ้าไม่มีนาย คอยช่วยตีเกราะซ่อมแซมไม้เท้าให้ ฉันจะไปหาช่างฝีมือดีๆ ที่ไหนมารับมือกับดันเจี้ยนบ้าๆ นี่ต่างหากเล่า!" เรนหัวเราะในลำคอเบาๆ กับคำแก้ตัวที่ไม่เนียนเอาเสียเลย "ครับๆ ตามใจคุณเลยครับ จอมเวทผู้เก่งกาจ" ในขณะที่ทั้งสองกำลังผ่อนคลายจากสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขบวน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นจากทางเดินมืดทึบเบื้องหลัง กลิ่นอายอันคุกคามแผ่ซ่านเข้ามาในระยะประชิด แสงไฟจากคบเพลิงส่องให้เห็นเงาร่างของผู้เล่นกลุ่มหนึ่งก้าวออกมาจากมุมอับ พวกเขาสวมชุดเกราะหนังสีดำสนิท สัญลักษณ์กิลด์รูป "กาเหว่าไร้เงา" ปักอยู่บนอกเสื้อ แววตาของพวกเขากวาดมองมาที่เรนและลูเซียด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน "โอ้โห... รอดมาจากกับดักระดับ S ได้อย่างนั้นเหรอ? ฝีมือไม่เลวเลยนี่ เจ้าช่างตีดาบไร้คมกับยายจอมเวทมานาติดลบ" หัวหน้ากลุ่มสวมหน้ากากเหล็กก้าวออกมาข้างหน้า มือถือดาบสั้นเคลือบพิษสีเขียวสะท้อนแสง "น่าเสียดายจริงๆ ที่ความพยายามของพวกแกมันจะสิ้นสุดลงตรงนี้... ส่งไอเทมดรอปจากบอสชั้นที่แล้วมาซะดีๆ ไม่อย่างนั้น... ร่างกายของพวกแกบนพื้นนั่น คงจะมีรูพรุนมากกว่านี้แน่" ลูเซียขยับตัวก้าวมาบังด้านหน้าของเรนโดยสัญชาตญาณ เมจิกสตาฟถูกยกขึ้นชี้ตรงไปที่กลุ่มผู้เล่นอารักขา "พวกแก... เป็นคนตั้งใจดัดแปลงกลไกกับดักตรงนั้นสินะ!" "ฉลาดนี่..." หัวหน้ากลุ่มหัวเราะเยาะ "พวกเราวางแผนต้อนหมูเข้าเล้ามาตั้งนาน จะปล่อยให้พวกแกเดินลอยชายเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ไปคนเดียวได้ยังไงกัน บนโลกเสมือนจริงแห่งนี้... คนอ่อนแอไม่มีสิทธิ์ถือครองของดีหรอกนะเว้ย!" เรนที่ยืนอยู่ด้านหลังค่อยๆ เอื้อมมือไปแตะที่ไหล่ของลูเซียเบาๆ เป็นสัญญาณให้เธอผ่อนคลายลง ลูเซียหันกลับมามองด้วยความแปลกใจ แต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาที่สงบนิ่งและเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจของชายหนุ่ม เธอก็ยอมลดไม้เท้าลงก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวตามสัญชาตญาณการร่วมมือที่สร้างสมมา "พวกคุณพูดถูกครับ..." เรนก้าวเดินผ่านลูเซียออกไปเผชิญหน้ากับกลุ่มคนเหล่านั้นด้วยท่าทีสุขุม นัยน์ตาสีเข้มกวาดมองอุปกรณ์สวมใส่ของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วราวกับสแกนบาร์โค้ด "บนโลกใบนี้ คนอ่อนแอไม่มีสิทธิ์... แต่พวกคุณคงเข้าใจความหมายของคำว่า 'อ่อนแอ' ผิดไปหน่อย" "แกกว่าใครวะไอ้สวะ!" หนึ่งในลูกน้องพุ่งเข้ามาพร้อมเงื้อง่าดาบในมือ "ความเร็วในการออกตัว 1.2 วินาที มุมองศาการแทงเอียง 45 องศา... ช่องโหว่ตรงข้อต่อหัวเข่าขวาเห็นชัดเจนเกินไปครับ" เรนพึมพำเบื้องหน้าความเร็วที่พุ่งเข้ามา เขามือซ้ายควักเอาวัตถุดิบชิ้นเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋าไอเทม มันคือ "ผงแร่เหล็กไหลวิญญาณ" ที่เขาเพิ่งสกัดเสร็จจากดันเจี้ยนก่อนหน้า *ฟรึบ!* เรนซัดผงแร่เหล็กไหลเข้าใส่กองไฟที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนพื้นเบื้องหน้าทันที ปฏิกิริยาทางเคมีกับเวทมนตร์ธาตุไฟทำให้เกิดควันหนาทึบสีขาวโพลนพวยพุ่งขึ้นบดบังทัศนวิสัยทั้งหมดในรัศมีห้าเมตร ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามชะงักและเสียหลักไปชั่วขณะด้วยความตกใจ "ลูเซีย! ทางซ้ายสามสิบองศา ร่ายคาถาแสงสะท้อน!" เรนออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด "รับทราบ!" ลูเซียตอบรับอย่างรู้ใจ ปลายไม้เท้าสะบัดวาดเป็นวงกลมกลางอากาศ แสงสว่างจ้าแสบตาระเบิดออกราวกับดวงอาทิตย์ย่อมๆ ท่ามกลางกลุ่มควันขาว ส่งผลให้ผู้เล่นกิลด์กาเหว่าไร้เงาทั้งหมดต้องยกมือขึ้นปิดตาและร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ในจังหวะที่ความโกลาหลสูงสุดนั้นเอง เรนก็ก้าวเท้าเข้าประชิดตัวหัวหน้ากลุ่มสวมหน้ากากเหล็กด้วยความรวดเร็วที่ผิดคาด มือขวาของเขาไม่ได้ถือดาบคมกริบ แต่เป็น "ค้อนตีเหล็กขนาดเล็ก" ที่อาบด้วยคราบน้ำมันหล่อลื่นพิเศษ *โป๊ก!* เสียงทุบเข้าที่จุดชีพจรใต้ข้อต่อเกราะดังสนั่น แรงสั่นสะเทือนจากค้อนส่งผ่านแผ่นเกราะเหล็กเข้าไปทำลายระบบกลไกภายในของชุดเกราะระดับสูงจนเกิดเสียงดัง *แกร็ก... เพล้ง!* ชุดเกราะพรีเมียมของหัวหน้ากลุ่มพังทลายลงในพริบตา ค่าสถานะป้องกันลดฮวบลงสู่ศูนย์อย่างไร้การป้องกัน หัวหน้ากลุ่มเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก เขาล้มลงไปกองกับพื้นด้วยความอัปยศอดสู เรนยืนค้ำหัวมองลงมาด้วยสายตาเรียบเฉย แววตาคู่นั้นสะท้อนภาพของความพ่ายแพ้โดยสมบูรณ์แบบ "ช่างตีดาบ... ไม่จำเป็นต้องมีคมดาบไว้สังหารหรอกครับ..." เรนกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลัง "เพราะพวกเราคือผู้สร้าง... และพวกเราก็คือผู้ทำลายระบบโครงสร้างทั้งหมดได้เช่นเดียวกัน" บรรยากาศรอบตัวนิ่งงัน ท่ามกลางกองเพลิงที่เริ่มมอดดับลง ระบบเกมส่งเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นติดต่อกันรัวๆ ขัดจังหวะความตึงเครียดเบื้องหน้า [ติ๊ง! ผู้เล่นเรนและลูเซีย ทำการเอาชนะกลุ่มผู้เล่นนอกรีตสำเร็จ] [ระบบทำการประเมินยุทธวิธี... ตรวจพบการใช้กลยุทธ์เชิงโครงสร้างระดับมาสเตอร์พีซ] [ท่านได้รับสิทธิ์ปลดล็อกภารกิจลับระดับ SSS: "ตำนานแห่งเตาหลอมที่ถูกลืม" ณ ดินแดนสนธยาเบื้องล่าง] [คำเตือน: การตอบรับภารกิจนี้ จะดึงดูดความสนใจจาก "ผู้ดูแลระบบเงา" และนำพาพวกท่านไปสู่ความจริงอันดำมืดของโลกใบนี้...] ลูเซียหันขวับมามองหน้าเรนทันทีเมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนนั้น ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนตื่นเต้น "ร...ระดับ SSS งั้นเหรอ? เรน... นี่มันหมายความว่ายังไงกันแน่!" เรนไม่ได้ตอบคำถามในทันที เขาก้มลงมองหน้าจอสีฟ้าที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า นิ้วเรียวเคาะลงบนอากาศเบื้องล่างเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับจอมเวทสาว รอยยิ้มลึกลับปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา "ดูเหมือนว่า... การเดินทางของเราเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ แล้วล่ะครับ ลูเซีย" ขอบพระคุณที่ติดตามอ่านตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ช่างตีดาบไร้คมกับจอมเวทผู้ปฏิเสธโชคชะตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%