"ถ้าคิดว่าเงินแปดหมื่นโกลด์จะซื้อศักดิ์ศรีของช่างตีดาบไร้คมคนนี้ได้ ท่านก็คงประเมินค่าคำว่า 'จิตวิญญาณ' ต่ำเกินไปแล้วครับ กิลด์มังกรนิลกาฬ"
เสียงทุ้มต่ำแต่หนักแน่นดังก้องขึ้นภายในห้องรับรองส่วนตัวของโรงเตี๊ยมชั้นนำกลางเมืองหลวงเซเลستิอัล บรรยากาศรอบโต๊ะไม้โอ๊กโบราณถูกกดทับด้วยความเงียบงันจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ เรน (Ren) นั่งไขว่ห้างด้วยท่าทางสบายๆ สายตาคมกริบมองลอดกรอบแว่นโลหะไปยังชายวัยกลางคนสวมชุดเกราะประดับตราสัญลักษณ์มังกรคำราม ซึ่งเป็นถึงหัวหน้าฝ่ายเจรจาของกิลด์ใหญ่อันดับหนึ่งในโลก VRMMO "Aethelgard Online"
ตรงข้ามกับความสุขุมของเรน ลูเซีย (Lucia) จอมเวทสาวอัจฉริยะกำลังนั่งกัดริมฝีปากแน่น มือเรียวเล็กกำชายเสื้อคลุมของตัวเองจนยับยู่ยี่ แม้ในใจเธอจะตื่นตระหนกกับตัวเลขเงินมหาศาลที่ถูกวางกองอยู่บนโต๊ะ แต่สายตาที่เธอมองไปยังตัวแทนกิลด์ยักษ์ใหญ่กลับเต็มไปด้วยความระแวงและไม่เป็นมิตร
"คุณเรน... คุณคิดให้ดีเสียก่อนนะครับ" วาเลนไทน์ (Valentine) หัวหน้าฝ่ายเจรจาพยายามปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุด แม้เส้นเลือดที่ขมับจะปูดโปนด้วยความโกรธที่ถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย "กิลด์มังกรนิลกาฬของเราไม่ได้กำลังขอร้อง แต่เรากำลัง 'ให้โอกาส' ชายผู้ไม่มีแม้แต่ทักษะโจมตีทางกายภาพอย่างคุณ กิลด์อื่นในเซิร์ฟเวอร์นี้ไม่มีทางเสนอสัญญาผูกขาดที่มูลค่าสูงขนาดนี้ให้อีกแล้ว อุปกรณ์ทุกชิ้นที่คุณสร้าง วัตถุดิบทุกอย่างที่เราจัดหา กำไรครึ่งหนึ่งจะตกเป็นของคุณ... มันไม่แฟร์ไปหน่อยหรือที่คุณจะปฏิเสธอนาคตที่โรยด้วยกลีบกุหลาบนี้?"
เรนยกถ้วยชาอุ่นขึ้นจิบช้าๆ กลิ่นหอมของใบชาสมุนไพรลอยกรุ่นขึ้นมาตัดบรรยากาศตึงเครียด เขาววางถ้วยลงบนจานรองอย่างประณีตราวกับต้องการถ่วงเวลาให้คู่สนทนาตระหนักถึงน้ำหนักของคำพูดที่จะเปล่งออกมา
"อนาคตที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ... หรือกรงขังที่ตีตราจองด้วยโซ่ตรวนของกิลด์ใหญ่กันแน่ครับ ท่านวาเลนไทน์?" เรนยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "พวกท่านต้องการผม ไม่ใช่เพราะชื่นชมฝีมือการตีดาบไร้คมของผม แต่พวกท่านต้องการ 'สูตรลับ' ในการปรับแต่งค่าสถานะของอาวุธที่ผมใช้พลิกเกมในดันเจี้ยนระดับตำนานเมื่อวานต่างหาก หากผมเซ็นสัญญาฉบับนั้น ผมก็เป็นได้แค่เครื่องจักรผลิตไอเทมในโรงงานของพวกท่าน... อิสรภาพในการสร้างสรรค์งานศิลปะที่แท้จริงจะถูกทำลายลงด้วยผลกำไรและโควตากิลด์"
"คุณกำลังเล่นกับไฟนะ เรน!" ววาเลนไทน์ทุบโต๊ะเสียงดังลั่น ถ้วยชาสั่นสะเทือนจนน้ำกระฉอกออกมา "คิดว่าอยู่ได้โดยไม่มีกิลด์ใหญ่คุ้มครองในเกมนี้หรือไง? พวกอิสระชนอย่างพวกคุณ สุดท้ายก็เป็นได้แค่เหยื่อให้กิลด์ล่าบอสเหยียบย่ำ!"
"ถ้าการมีกิลด์คุ้มครองหมายถึงการต้องยอมก้มหัวให้คนมีความโลภครอบงำจิตใจ ผมขอเลือกเดินบนเส้นทางที่คมดาบของผมสามารถตัดผ่านอุปสรรคด้วยตัวเองดีกว่าครับ" เรนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากจิตสังหารที่ถูกเก็บซ้ำไว้อย่างแนบเนียนถูกปลดปล่อยออกมาเพียงเสี้ยววินาที จนทำให้วาเลนไทน์ถึงกับผงถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว "การเจรจาสิ้นสุดเพียงเท่านี้เชิญครับ"
วาเลนไทน์กัดฟันกรอด เก็บเอกสารสัญญาใส่กระเป๋าด้วยความโมโหจัด "จำคำวันนี้ไว้ให้ดี เรน! คุณและยัยจอมเวทตัวปัญหาข้างๆ จะไม่มีวันได้เหยียบย่างเข้าสู่เขตดันเจี้ยนระดับสูงในเซิร์ฟเวอร์นี้อีกต่อไป!"
สิ้นเสียงขู่ อาคารรับรองก็เหลือเพียงความเงียบงันอีกครั้ง ลูเซียถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ร่างกายทรุดลงพิงพนักเก้าอี้ด้วยความโล่งอกปนกังวล เธอเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังของชายหนุ่มที่ยืนหันหลังให้อยู่
"นาย... ปฏิเสธเงินตั้งแปดหมื่นโกลด์จริงๆ เหรอเรน? บ้าไปแล้วหรือเปล่า นายรู้ไหมว่าเราจะซื้อวัตถุดิบเวทมนตร์หายากได้มากแค่ไหนจากเงินจำนวนนั้น!" ลูเซียโวยวายออกมาตามนิสัยปากจัดเพื่อกลบเกลื่อนความกลัวในใจ
เรนหันกลับมามองเธอด้วยสายตาอ่อนโยนขึ้นเล็กน้อย ต่างจากเมื่อครู่ที่ใช้รับมือกับพ่อค้าหน้าเลือด เขาเดินไปหยิบชิ้นส่วนแร่มีค่าที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาพิจารณา
"เงินซื้อวัตถุดิบได้ ลูเซีย แต่ซื้อ 'เวลา' และ 'ความภาคภูมิใจ' ของเราไม่ได้หรอกครับ" เรนกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "อีกอย่าง... ดาบที่ตีขึ้นด้วยความจำยอม ย่อมไม่มีวันคมพอที่จะฟันฝ่าโชคชะตาที่เราเป็นคนกำหนดเองหรอกนะ"
จังหวะนั้นเอง ก่อนที่ลูเซียจะได้เอ่ยปากเถียงอะไรกลับ บรรยากาศรอบตัวก็พลันเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน อุณหภูมิภายในห้องลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว หน้าต่างไม้โบราณสั่นสะเทือนราวกับมีคลื่นกระแทกขนาดมหาสารกำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่คุ้นเคยดังขึ้นในหัวของเรน แต่มันไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนปกติ มันเป็นเสียงโทนต่ำที่ใช้สำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉินระดับสูง สีของข้อความในหน้าต่างโฮโลแกรมเปลี่ยนจากสีฟ้าใสกลายเป็นสีแดงเลือดนกที่น่ากลัว
[ระบบตรวจพบการแทรกแซงพื้นที่จากบุคคลภายนอก]
[ผู้เล่น 'เรน' และผู้เล่น 'ลูเซีย' ถูกระบุว่าเป็นเป้าหมายในการอัญเชิญพิเศษ]
[คำเตือน: นี่ไม่ใช่เควสต์จากระบบหลัก แต่เป็นการกระทำของผู้เล่นระดับตำนานที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านแห่งเซเลสทิอัล]
เรนขมวดคิ้วแน่น สัญชาตญาณนักเขียนโปรแกรมและนักวาง1กลยุทธ์กรีดร้องเตือนภัย เขาดึงลูเซียให้มาหลบอยู่ด้านหลังทันที พร้อมกับชักประแจเหล็กคู่ใจที่ดัดแปลงเป็นอาวุธออกมาตั้งรับ
ที่มุมมืดของห้องรับรอง ซึ่งควรจะว่างเปล่า เงาสะท้อนบนกระจกหน้าต่างค่อยๆ บิดเบี้ยวราวกับของเหลวสีดำ ก่อนจะร่างของใครคนหนึ่งก้าวทะลุออกมาจากกระจกราวกับเดินผ่านประตูบ้าน
ผู้มาใหม่สวมชุดคลุมนักบวชสีดำสนิทที่ปกปิดใบหน้าเกือบมิด เหลือเพียงดวงตาสีทองเรืองแสงที่จดจ้องมายังเรนด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น ในมือของเขถือคัมภีร์เก่าแก่ที่ลอยอยู่กลางอากาศและแผ่ออร่าความมืดอันน่าสะพรึงกลัวออกมา
"น่าประทับใจมาก ชายหนุ่มผู้ปฏิเสธมังกรนิลกาฬ..." เสียงแหบพร่าแต่ทรงพลังดังก้องอยู่ในโสตประสาทของทั้งสอง "เจ้าคิดว่าการปฏิเสธกิลด์ใหญ่จะทำให้เจ้าเป็นอิสระอย่างนั้นหรือ? ช่างเป็นความคิดที่ไร้เดียงสาเสียจริง... เรน"
เรนหรี่ตาลง วิเคราะห์ข้อมูลในหัวด้วยความเร็วสูง ร่างตรงหน้าไม่ใช่ NPC และไม่ใช่ผู้เล่นทั่วไปในระบบฐานข้อมูลที่เขารู้จัก
"แกเป็นใคร?" เรนเอ่ยถาม น้ำเสียงยังคงรักษาความสุภาพไว้ได้แม้สถานการณ์จะวิกฤต
นักบวชลึกลับหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเสียดสีกับประสาทสัมผัสจนลูเซียต้องยกมือขึ้นปิดหูด้วยความเจ็บปวด
"ข้าคือผู้เฝ้ามองผู้ที่ถูกลืม... และข้ามาที่นี่ เพื่อยื่นข้อเสนอที่แท้จริงที่เจ้า 'ปฏิเสธไม่ได้' สมุดบันทึกเล่มนี้และพิกัดของ 'โรงตีเหล็กบรรพกาล' ที่สาบสูญ แลกกับการที่เจ้าต้องสร้างอาวุธชิ้นหนึ่งให้ข้า... อาวุธที่จะสังหารพระเจ้าของโลกใบนี้"
[จบบทที่ 6: คำเชิญจากกิลด์ยักษ์ใหญ่]
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปพร้อมกับคมดาบแห่งกลยุทธ์นี้นะครับ
ช่างตีดาบไร้คมกับจอมเวทผู้ปฏิเสธโชคชะตา•ตอนที่ 6
คำเชิญจากกิลด์ยักษ์ใหญ่
ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ช่างตีดาบไร้คมกับจอมเวทผู้ปฏิเสธโชคชะตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!