"ถ้าพวกแกยังก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว รอยขีดบนเนื้อไม้ชิ้นนี้จะเป็นรอยเดียวกับกระดูกซี่โครงของพวกแก"
น้ำเสียงของเรนราบเรียบ ทว่าเย็นเยียบจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ ชายหนุ่มในชุดคลุมนักเดินทางเก่าคร่ำคร่าไม่ได้ชักอาวุธเรืองแสงราคาแพงออกมาจากฝักอย่างที่นักล่าสมบัติกลุ่มนี้คาดคิด สิ่งที่เขาถืออยู่มีเพียงท่อนไม้เนื้อแข็งสีดำสนิท ยาวราวสามฟุต ซึ่งถูกเหลาด้วยมือจนเกลี้ยงเกลาไร้ซึ่งความคมใดๆ ทว่ากลับแผ่ไอเย็นยะเยือกออกมาจากเนื้อไม้ทุกครั้งที่ลมพัดผ่าน
เบื้องหน้าของพวกเขาคือซากปรักหักพังแห่งวิหารโบราณในเขตแดนระดับสูง 'หุบผาเงาอสูร' ลูเซียยืนพิงเสาหินแตกหักอยู่ด้านหลัง หญิงสาวหอบหายใจถี่กระชั้น หยาดเหงื่อไหลย้อยตามกรอบหน้าคมคาย มือเรียวยังคงกำคทอเวทมนตร์แน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด แม้ค่ามานาของเธอจะปั่นป่วนจนเกือบแตะขีดอันตรายจากการร่ายเวทต้านทานกลุ่มคนตรงหน้าเมื่อครู่ แต่แววตาของเธอกลับไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความดื้อรั้นและเชื่อมั่นในแผ่นหลังของชายหนุ่มที่ยืนขวางอยู่
"ฮ่าๆๆ!ไอ้สวะนี่มันเสียสติไปแล้วหรือเปล่า หรือว่าสมองกลับเพราะเล่นเกมหักโหมเกินไปวะ ลูกพี่?"
เสียงหัวoเราะเยาะดังขึ้นจากชายร่างใหญ่สวมเกราะหนังระดับสูง นามว่า 'บารอน' หัวหน้ากลุ่มล่าสมบัติอิสระ 'เขี้ยวพยัคฆ์' ที่มีชื่อเสียงในด้านการปล้นชิงผู้เล่นเดี่ยว บารอนควงขวานศึกสองมือที่อาบด้วยพิษสีม่วงเข้ม ดวงตาคมกริบมองสำรวจเรนตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเหยียดหยาม "ถือท่อนไม้ไม่มีคมมาท้าทายกิลด์อันดับต้นๆ อย่างพวกเรา แกคงคิดว่าตัวเองเป็นพระเอกในนิยายแฟนタซีสินะไอ้หนู"
เรนไม่ตอบคำถามนั้น ดวงตาหลังกรอบแว่นทรง The Matrix สะท้อนภาพการเคลื่อนไหวของศัตรูทั้งห้าคนในหัวอย่างรวดเร็ว สมองส่วนการประมวลผลคำนวณค่าสเตตัส ระยะโจมตี และจุดอ่อนทางกายภาพของแต่ละคนราวกับเครื่องจักรกลชั้นยอด ในโลกของ VRMMO ที่สมจริงที่สุดเกมนี้ อาวุธไม่ได้เป็นตัวกำหนดทุกสิ่ง แต่เป็น 'ความเข้าใจในกลศาสตร์' ต่างหากคือคำตอบ
*เป้าหมายหลัก: บารอน (นักรบคลั่ง เลเวล 48) - จุดอ่อนคือจังหวะลงน้ำหนักเท้าขวาหลังเหวี่ยงขวาน*
*เป้าหมายรอง: มือธนูบนซากเสา (เลเวล 45) - กำลังเล็งศรเวทมนตร์เล็งตรงมาที่หัวใจของลูเซีย*
*ระยะเวลาในการตัดสินใจ: 1.2 วินาที*
"เรน... ข้างบน!" ลูเซียส่งเสียงเตือนด้วยความร้อนใจเมื่อสังเกตเห็นเงาเคลื่อนไหวบนซากปรักหักพัง
ศรเวทมนตร์สีแดงฉานพุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วสูง เสียงหวีดหวิวของมันบาดแก้วหูจนน่ากลัว เป้าหมายคือจุดตายของจอมเวทสาวที่กำลังไร้การป้องกัน เรนไม่แม้แต่จะหันไปมอง เขาก้าวเท้าขวาออกไปครึ่งก้าว ท่อนไม้ในมือสะบัดออกไปอย่างไร้ซุ่มเสียงราวกับกิ่งไม้แห้งปัดหยาดน้ำค้าง
*แป๊ก!*
เสียงท่อนไม้กระทบเข้ากับหัวลูกศรเวทมนตร์อย่างแม่นยำจนน่าเหลือเชื่อ แรงกระแทกจากการคำนวณมุมปะทะอย่างสมบูรณ์แบบทำให้วิถีของลูกศรเบี่ยงเบนออกไปปักเข้ากับผนังหินด้านข้างจนเกิดระเบิดขนาดย่อมเศษหินกระจายว่อน
รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าของบารอนแข็งค้าง ความตื่นตะลึงฉายชัดในแววตาของเหล่านักล่าสมบัติ ไม่มีใครมองทันด้วยซ้ำว่าเมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น การปัดป้องการโจมตีระยะไกลด้วยท่อนไม้ธรรมดาโดยไม่ใช้สกิลป้องกัน มันคือเรื่องตลกที่ไม่มีวันเกิดขึ้นในเกมนี้
"แก... ทำได้ยังไง?" บารอนคำรามด้วยความฉุนเฉียว ศักดิ์ศรีของหัวหน้ากิลด์นักล่าสมบัติถูกท้าทายต่อหน้าลูกน้อง "ฆ่ามัน! เอาหัวมันมาเสียบประจาน!"
สิ้นเสียงคำสั่ง ลูกน้องอีกสามคนพุ่งเข้าใส่เรนพร้อมกันจากสามทิศทาง ดาบสั้นมีดสั้นและหอกยาวระดมแทงเข้ามาหมายปิดฉากในคราวเดียว บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยแรงกดดันจากจิตสังหารที่ผู้เล่นสายต่อสู้สะสมมานับร้อยชั่วโมง
แต่เรนยังคงนิ่งสงบ ดั่งศูนย์กลางของพายุที่แม้รอบด้านจะปั่นป่วนเพียงใด ใจกลางนั้นกลับว่าง
เขาก้าวเท้าเข้าหาเงาดาบที่พุ่งเข้ามาอย่างไม่เกรงกลัว ท่อนไม้ในมือขวาถูกใช้ต่างคานงัดและกระบองสั้น จังหวะแรกเขาเอี้ยวตัวหลบคมหอกที่เฉียดปลายจมูกไปเพียงมิลลิเมตร ใช้ศอกกระแทกข้อต่อแขนของมือหอกจนอาวุธหลุดมือ จากนั้นหมุนตัวใช้ท่อนไม้ฟาดเข้าที่ข้อพับเข่าของนักดาบด้านหลังอย่างแม่นยำจนอีกฝ่ายทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นด้วยเสียงร้องโอดโอย
*ตึ้ง! แคร็ก!*
เสียงกระดูกลั่นผสานกับเสียงระบบแจ้งเตือนความเสียหายแบบ Critical ดังขึ้นติดต่อกัน เรนเคลื่อนไหวราวกับนักรบผู้เชี่ยวชาญศิลปะการต่อสู้โบราณ ทุกย่างก้าวมีความหมาย ทุกการหวดไม้เป็นการคำนวณฟิสิกส์เชิงมุม ไม่มีความฟุ่มเฟือย ไม่มีอนิเมชันสกิลที่สูญเปล่า มีเพียงความเรียบง่ายที่ทรงประสิทธิภาพที่สุด
"บ้านน่า... นั่นมันผู้เล่นสายช่างไม่ใช่เหรอวะ ทำไมมันสู้เก่งขนาดนี้!" ลูกน้องคนหนึ่งแผדเสียงด้วยความหวาดกลัว ถอยร่นกรูดเมื่อเห็นเพื่อนร่วมทีมสองคนนอนหมดสติไปในเวลาไม่ถึงสิบวินาที
บารอนกัดฟันกรอด ขวานในมือเรืองแสงสีแดงฉานด้วยสกิลขั้นสูง 'พายุคลั่งโลหิต' ร่างกายของเขาขยายใหญ่ขึ้นเล็กน้อยกล้ามเนื้อปูดโปนด้วยพลังแฝง แรงลมจากการเหวี่ยงขวานทำให้ฝุ่นละอองรอบตัวปลิวว่อน "ไอ้สารเลว! อย่าผยองให้มันมากนัก!"
เขวี้ยงขวานยักษ์พุ่งเข้าใส่เรนด้วยความเร็วสูงเกินกว่ามนุษย์ทั่วไปจะรับมือทัน แรงกดดันมหาศาลบีบอัดจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว ลูเซียถึงกับหลุดอุทานออกมาด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างเพราะรู้ดีว่าการรับการโจมตีนี้ตรงๆ หมายถึงความตายสถานเดียว
เรนเงยหน้าขึ้น แววตาหลังเลนส์แว่นฉายประกายประหลาด เขากำท่อนไม้ในมือแน่นขึ้นอีกนิด ปลายนิ้วสัมผัสกับรอยสลักอักษรเวทมนตร์จางๆ ที่เขาเพิ่งสลักขึ้นด้วยค้อนและสิ่วเมื่อคืนก่อน
"ลูเซีย หลับตาลงสามวินาทีสิครับ" เรนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ท่ามกลางวิกฤตเป็นตาย
จอมเวทสาวชะงักไปชั่วขณะ แต่ด้วยความเชื่อใจที่สั่งสมผ่านการเดินทางร่วมกัน เธอเม้มริมฝีปากแน่นแล้วหลับตาลงตามคำขอทันที
ทันทีที่เปลือกตาของลูเซียปิดลง เรนก็พุ่งทะยานสวนทางกับขวานยักษ์ที่กำลังลอยเข้ามา เขาย่อตัวลงต่ำจนเกือบติดพื้น ใช้ท่อนไม้ในมือยันพื้นศิลาเป็นจุดหมุน ดีดตัวพุ่งผ่านร่างของบารอนไปอย่างเฉียดฉิว ปลายท่อนไม้แตะเบาๆ ที่กลางหลังของหัวหน้ากลุ่มเขี้ยวพยัคฆ์บริเวณจุดชีพจรเวทที่เขาเพิ่งวิเคราะห์ได้จากร่องรอยการสะสมมานา
*คลิック—! (เสียงกลไกภายในท่อนไม้ลั่น)*
ท่อนไม้สีดำสนิทพลացแยกออกเป็นกลไกชิ้นเล็กๆ เผยให้เห็นแกนกลางที่บรรจุผลึกมานาบริสุทธิ์เข้มข้นที่เรนแอบสะสมไว้ แสงสีฟ้าเจิดจ้าสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดของซากวิหาร แผ่คลื่นพลังงานสะท้อนกลับ (Feedback Wave) พุ่งเข้าสู่ร่างของบารอนโดยตรง
"อ๊ากกกก—!"
บารอนแผดเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดอย่างรุนแรงเมื่อค่าสถานะทั้งหมดของเขาถูกรีเซ็ตลงเป็นศูนย์ในพริบตาเดียว ร่างกายของเขากลายเป็นละอองแสงสีทองกระจายหายไปในอากาศ พร้อมกับไอเทมระดับหายากนับสิ้นชิ้นที่หล่นลงมากระแทกพื้นเสียงดังสนั่น
ความเงียบสงัดปกคลุมไปทั่วบริเวณ ลูกน้องที่เหลืออีกสองคนทิ้งอาวุธในมือแล้ววิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงหายลับไปในความมืดของหุบเขาอย่างรวดเร็ว
ลูเซียลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือชายหนุ่มร่างโปร่งที่กำลังยืนจัดปกเสื้อคลุมของตัวเองอย่างเรียบร้อย ท่อนไม้ในมือกลับคืนสภาพเดิมอย่างไร้รอยขีดข่วน ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อครู่
"เรียบร้อยแล้วครับ ลูเซีย" เรนหันมาส่งยิ้มสุภาพให้เธอ แววตาไม่มีความเหนื่อยล้าแม้แต่น้อย
หญิงสาวถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้แล้วชกเบาๆ ที่ต้นแขนของเขาด้วยความหมั่นไส้ "นายนะ... เกินไปแล้วนะ เรน! ทำไมชอบทำอะไรเสี่ยงอันตรายอยู่เรื่อยเลย ถ้าเมื่อกี้คำนวณพลาดไปนิดเดียว นายกลายเป็นศพไปแล้วนะรู้ตัวไหม!"
"การคำนวณของผมไม่มีคำว่าพลาดหครับ..." เรนตอบด้วยรอยยิ้มมุมปาก ก่อนที่สายตาของเขาจะเหลือบไปเห็นบางสิ่งท่ามกลางกองไอเทมที่บารอนทิ้งไว้
ท่ามกลางแสงเรืองรองของไอเทมระดับสูง มีกล่องไม้โบราณลวดลายแปลกประหลาดกล่องหนึ่งวางอยู่ มันไม่มีชื่อแสดงขึ้นมาเหมือนไอเทมทั่วไป แต่กลับมีออร่าสีดำทมิฬปกคลุมอยู่รอบตัว พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระบบที่ดังขึ้นในโสตประสาทของเรนอย่างกะทันหัน
[ระบบตรวจพบวัตถุต้องห้าม: 'หีบพันธะแห่งเทพมาร' (ระดับ SSS)]
[เงื่อนไขการปลดล็อก: เลือดของจอมเวทผู้ปฏิเสธโชคชะตา และปัญญาแห่งช่างตีดาบไร้คม]
[คำเตือน: การเปิดกล่องนี้จะเปลี่ยนแปลงเส้นทางประวัติศาสตร์ของเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดอย่างถาวร คุณต้องการดำเนินการต่อหรือไม่?]
เรนชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวเข้าไปหยิบ เขาก้มมองกล่องตรงหน้าสลับกับใบหน้าของลูเซียที่กำลังขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและตื่นเต้นไปกับก้าวสำคัญของเรนและลูเซียนะครับ
ช่างตีดาบไร้คมกับจอมเวทผู้ปฏิเสธโชคชะตา•ตอนที่ 12
การปะทะที่เลี่ยงไม่ได้
ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ช่างตีดาบไร้คมกับจอมเวทผู้ปฏิเสธโชคชะตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!