เสียงฝบมีดกระทบกับหินลับคมดังกึกก้องเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ท่ามกลางความเงียบงันของค่ายพักแรมชั่วคราวบริเวณชายขอบของป่าสนทบ ท้องฟ้าเบื้องบนไร้ซึ่งแสงดาว ถูกปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆหมอกสีเทาทึบที่ส่งกลิ่นอายความชื้นและกลิ่นดินปืนจางๆ ลูเซีย นั่งกอดเข่าอยู่ข้างกองไฟขนาดเล็ก แสงสีส้มสั่นไหวสะท้อนลงบนดวงตาคู่สวยที่กำลังจ้องมองแผ่นโลหะสีดำสนิทในมือของชายหนุ่มอย่างไม่วางตา
"นายแน่ใจนะว่าเราต้องไปที่นั่นจริงๆ เรน" เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เจือความกังวลไว้ภายใต้รอยยิ้มฝืนๆ "หุบเขาแห่งความตาย... แค่ชื่อก็อัปมงคลเกินกว่าจะพาจอมเวทผู้บอบบางอย่างฉันเดินเข้าไปแล้วนะครับ... หมายถึง ฉันไม่ใช่คนกลัวผีหรอกนะ!"
เรนหยุดมือที่กำลังขัดสนิมบนชิ้นส่วนเหล็ก เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับหญิงสาว รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างใจเย็น "ถ้าเราต้องการตีดาบเล่มใหม่ที่จะทะลวงผ่านเกราะของบอสประจำเขตแดนที่สามได้ เหล็กไหลทมิฬที่มีอยู่แค่ในหุบเขานั้นคือวัตถุดิบเดียวที่เราจะมองข้ามไม่ได้เลยครับ ลูเซีย"
ชายหนุ่มวางเครื่องมือลงอย่างประณีต ก่อนจะดึงหน้าต่างระบบขึ้นมาตรวจสอบแผนที่สามมิติที่เรืองแสงสีฟ้าอ่อน เส้นทางสีแดงกระพริบเตือนถึงระดับอันตรายที่สูงเกินกว่ามาตรฐานของผู้เล่นเลเวลปัจจุบันถึงสิบห้าเลเวล แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับอดีตโปรแกรมเมอร์ผู้มองโลกผ่านตรรกะและตัวเลข การคำนวณความเสียหาย ระยะเวลาคูลดาวน์ และรูปแบบการโจมตีของมอนสเตอร์ถูกจำลองซ้ำแล้วซ้ำเล่าในหัวของเขาจนสมบูรณ์แบบ
"ความกลัวเป็นแค่สัญญาณเตือนภัยของสมองที่ทำงานไวเกินไปครับ" เรนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น ราวกับกำลังถ่ายทอดบทเรียนสำคัญให้เด็กน้อยฟัง "แต่กลยุทธ์และการเตรียมตัวต่างหากที่จะเปลี่ยนความเป็นไปไม่ได้ให้กลายเป็นความจริง"
ลูเซียเบะปากเล็กน้อยอย่างหมั่นไส้ แต่มุมปากกลับอมยิ้มบางๆ เธอรู้ดีว่าภายใต้ท่าทีที่สุขุมเกินวัยของชายหนุ่มคนนี้ซ่อนความห่วงใยและการปกป้องเธอไว้อย่างแนบเนียนเสมอ "นายเนี่ยนะ... พูดทีไรก็ทำเอาเถียงไม่ออกทุกทีสิน่า งั้นก็ลุยกันให้เต็มที่ไปเลย!"
ทั้งคู่เก็บสัมภาระและก้าวเข้าสู่เขตแดนของหุบเขาแห่งความตายอย่างระมัดระวัง บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปทันทีที่พ้นแนวต้นไม้ตายซาก สายหมอกสีม่วงจัดจ้านลอยต่ำปกคลุมพื้นดินจนมองไม่เห็นทางเดินเบื้องล่าง เสียงกิ่งไม้หักดังกรอบแกลบจากความมืดรอบด้าน พร้อมกับดวงตาสีแดงคู่แล้วคู่เล่าที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นจากความมืดมิด
"ระวังตัวด้วยครับ ลูเซีย ด้านซ้ายสามนาฬิกา ระยะห่างสิบเมตร เจ้าพวกศิลาอาถรรพ์กำลังเคลื่อนตัว"
พริบตาเดียวที่เสียงเตือนสิ้นสุดลง เปลวไฟสีฟ้าครามก็พวยพุ่งออกจากปลายนิ้วเรียวของลูเซีย เธอร่ายเวทมนตร์ด้วยความเร็วสูงที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างหนักหน่วง ลูกไฟพุ่งตรงเข้าใส่เป้าหมายแม่นยำจนเกิดเสียงระเบิดกึกก้อง แสงสว่างวาบชั่วขณะเผยให้เห็นซากหุบเขาที่เต็มไปด้วยโครงกระดูกและแร่โลหะแปลกประหลาดที่เรืองแสงสีเขียวมรกตอยู่ตามผนังถ้ำ
"เจอแล้ว..." เรนพึมพำกับตัวเอง ดวงตาเป็นประกายเมื่อมองเห็นเป้าหมาย แร่เหล็กไหลทมิฬบริสุทธิ์ที่ตามหาอยู่เบื้องหน้า ห่างออกไปไม่ถึงร้อยเมตร แต่ทว่า... บรรยากาศโดยรอบกลับเงียบสงบลงอย่างผิดปกติ ราวกับสัตว์ประหลาดทั้งหมดกำลังหลีกทางให้บางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า
พื้นดินใต้ฝ่าเท้าเริ่มสั่นสะเทือนเบาๆ ก่อนจะทวีความรุนแรงขึ้นจนหินก้อนเล็กๆ ลอยเคว้งคว้างในอากาศ เสียงคำรามต่ำทุกลึกจากใต้พิภพดังสะท้อนก้องกังวานจนแก้วหูแทบแตก ลูเซียหน้าถอดสี รีบถอยหลังมาประชิดแผ่นหลังของเรนโดยอัตโนมัติ มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยขณะรวบรวมมานาเฮือกสุดท้าย
"เรน... นั่นมัน... เสียงอะไรน่ะ แรงกดดันนี่มันมันอะไรกัน..."
เรนไม่ได้ตอบคำถาม เขากวาดสายตา วิเคราะห์ค่าพลังงานมหาศาลที่พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดบนหน้าจอระบบ ก่อนที่นัยน์ตาของเขาจะเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อตระหนักว่า สิ่งที่กำลังตื่นขึ้นจากการหลับใหลไม่ใช่แค่มอนสเตอร์เฝ้าเหมืองธรรมดา
[ประกาศจากระบบ: ตรวจพบการปลุก "ราชาแห่งเหล็กไหล - โกเลมโบราณ (ระดับ SSS)" เบื้องหน้า... เงื่อนไขพิเศษถูกกระตุ้น!]
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและตื่นเต้นไปกับก้าวสำคัญของเรนและลูเซียนะครับ
ช่างตีดาบไร้คมกับจอมเวทผู้ปฏิเสธโชคชะตา•ตอนที่ 11
ภารกิจตามหาเหล็กไหล
ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ช่างตีดาบไร้คมกับจอมเวทผู้ปฏิเสธโชคชะตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!