ช่างตีดาบไร้คมกับจอมเวทผู้ปฏิเสธโชคชะตา•ตอนที่ 15

ความริษยาของคนในกิลด์

ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
เสียงกระทบกันของโลหะเนื้อดีภายในโรงตีเหล็กประจำกิลด์ "อรุณรุ่งแห่งดาบ" ไม่ได้สร้างความเพลิดเพลินให้แก่เรนเหมือนเช่นเคย ในทางกลับกัน ประกายไฟที่กระเด็นออกจากการตีเหล็กชิ้นล่าสุด กลับสะท้อนเงาของความตึงเครียดที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบในพื้นที่ปิดล้อมแห่งนี้ อดีตโปรแกรมเมอร์หนุ่มวางค้อนลงบนทั่งด้วยจังหวะที่แม่นยำ ไร้ซึ่งความเร่งรีบ แต่สายตากลับกวาดมองไปยังมุมมืดของห้องฝึกซ้อม ที่ซึ่งกลุ่มสมาชิกกิลด์ระดับสูงกลุ่มหนึ่งกำลังยืนล้อมวงพูดคุยด้วยน้ำเสียงที่จงใจให้เล็ดลอดมาเข้าหู "ช่างตีเหล็กฝึกหัดคนนั้น... ได้ยินว่าท่านหัวหน้ากิลด์ถึงกับอนุมัติงบพิเศษให้ซื้อแร่ทังสเตนบริสุทธิ์เชียวนะ ทั้งที่ความสามารถก็เป็นแค่พวกไร้คลาสที่ใช้ดาบไร้คมแท้ๆ" เสียงของ "แบรด" นักรบเกราะหนักผู้ครอบครองฉายา 'มือขวาแห่งอรุณรุ่ง' ดังขึ้นอย่างจงใจ น้ำเสียงเจือความเย้ยหยันและริษยาอย่างปิดไม่มิด เขากอดอกพิงเสาหินด้วยท่าทีผ่อนคลาย แต่ดวงตาคมกริบกลับจ้องมองเรนราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ เรนไม่ได้หันกลับไปทันที เขายังคงใช้ผ้าสะอาดเช็ดคราบเขม่าบนใบมีดทดลองอย่างใจEเย็น ความสุขุมรอบคอบถูกหล่อหลอมขึ้นจากประสบการณ์ในโลกแห่งความเป็นจริง โลกที่ความอิจฉาริษยาไม่ได้แสดงออกด้วยกำลังเสมอไป แต่ขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์และการเมืองในหมู่มนุษย์ "ถ้ามีความสามารถจริง ทำไมไม่ลองส่งอาวุธที่แกสร้างไปลงดันเจี้ยนระดับนรกกับพวกเราล่ะ? หรือว่ากลัวว่าดาบไร้คมของแกจะหักคามือจนเสียชื่อที่ท่านหัวหน้าอุตส่าห์หนุนหลัง" แบรดก้าวเข้ามาใกล้ขึ้น ระยะห่างเพียงไม่กี่ก้าวทำให้แรงกดดันจากค่าสเตตระดับสูงแผ่ซ่านเข้ามากดทับบรรยากาศโดยรอบ ลูเซีย ซึ่งกำลังนั่งชันเข่าอยู่บนลังไม้ไม่ไกลนัก ขยับตัวลุกขึ้นทันที ใบหน้าเรียวสวยบึ้งตึง ดวงตาสสีนิลฉายแวววาวด้วยความโกรธเกรี้ยว เธอก้าวเข้ามาขวางหน้าเรนไว้ พร้อมจะระเบิดเวทมนตร์ใส่ชายตรงหน้าได้ทุกเมื่อ "ปากดีนักนะแบรด ถ้าอยากพิสูจน์ฝีมือทำไมไม่ลองเอาหัวสมองทึบๆ ของนายมาเทียบกับกลยุทธ์การตีเหล็กของเรนดูสักตั้งล่ะ เผื่อรอยหยักในสมองจะเพิ่มขึ้นมาบ้าง" "ถอยไปก่อน ลูเซีย" เรนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่มั่นคง มือหนาวางลงบนไหล่บางของจังหวะอัจฉริยะเบาๆ เป็นสัญญาณเตือนให้เธอระงับอารมณ์ ดวงตาของเรนสบเข้ากับแบรดอย่างไม่เกรงกลัว เขาคำนวณสถิติและพฤติกรรมของฝ่ายตรงข้ามในใจอย่างรวดเร็ว แบรดเป็นประเภทที่พึ่งพาพละกำลังและความได้เปรียบของอุปกรณ์ แต่มักจะขาดความละเอียดรอบคอบในการอ่านกลยุทธ์การต่อสู้ระยะยาว การเข้ามาหาเรื่องในวันนี้ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นเกมการเมืองในกิลด์ที่ต้องการบีbให้เขาคายสูตรการหลอมแร่พิเศษออกมา "ถ้าการที่ผมได้รับความไว้วางใจจากหัวหน้ากิลด์ ทำให้คุณรู้สึกว่าตำแหน่งของคุณกำลังสั่นคลอนล่ะก็..." เรนเอ่ยด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก "คุณควรเอาเวลาว่างจากการมาหาเรื่องผม ไปฝึกฝนวิธีใช้งานอาวุธให้คุ้มค่ากับวัตถุดิบที่ผมตั้งใจตีให้จะดีกว่านะครับ" คำพูดที่สุภาพแต่เชือดเฉือนทุกอณู ทำให้ใบหน้าของแบรดบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เขากัดฟันกรอด "สามห่าว! แกคิดว่าตัวเองเป็นใคร แค่ช่างซ่อมอาวุธกระจอกๆ อย่าหลงระเริงให้มากนัก!" พริบตาเดียว แบรดชักดาบใหญ่ประจำตัวออกจากฝัก พลังเวทธาตุไฟถูกอัดฉีดเข้าสู่คมดาบจนเกิดเสียงคำรามต่ำๆ แรงลมจากการเหวี่ยงดาบพัดเอาฝุ่นละอองในโรงตีเหล็กกระจายตัวออกไปโดยรอบ เจตนาคุกคามชัดเจนว่าไม่ได้ต้องการแค่ขู่ขวัญ ลูเซียเตรียมร่ายคาถาป้องกัน แต่ทว่า— ระบบแจ้งเตือนสีแดงฉานไม่ได้ปรากฏขึ้นต่อหน้าเรน หากแต่เป็นเสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งที่ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงธรณีประตู "พอได้แล้ว! แบรด!" เสียงทรงอำนาจดังขึ้นสะท้อนไปทั่วห้อง หัวหน้ากิลด์ "อัล드" ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม แววตาคมกปกาดกราดมองรอบบริเวณ บรรยากาศกดดันทั้งหมดมลายหายไปในพริบตาเมื่อเผชิญหน้ากับผู้นำสูงสุดของกิลด์ แบรดรีบเก็บดาบเข้าฝัก สีหน้าเปลี่ยนเป็นความกระอักกระอ่วนทันที "ท่านหัวหน้า... ผมแค่... แค่มาตรวจสอบความคืบหน้าของอาวุธตามที่ได้รับมอบหมายครับ" "การตรวจสอบของนายคือการชักอาวุธใส่เพื่อนร่วมกิลด์งั้นหรือ?" อัลดเอ่ยเสียงเย็น "จำไว้ว่าเรนคือคนสำคัญในการเตรียมความพร้อมสำหรับศึกใหญ่ที่กำลังจะมาถึง ใครก็ตามที่กล้าขัดขวางการทำงานในเขตกิลด์... จะต้องถูกคาดโทษขั้นเด็ดขาด" แบรดกัดฟันกรวด ส่งสายตาอาฆาตมาที่เรนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีหายไปในความมืดของโถงทางเดิน พร้อมกับลูกน้องที่รีบเดินตามหลังไปอย่างเงียบเชียบ ความเงียบกลับคืนสู่โรงตีเหล็กอีกครั้ง ลูเซียถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก ก่อนจะหันมามองชายหนุ่มข้างกาย "นายไม่น่าใจเย็นเกินไปเลยเรน หม่อมบ้านั่นจ้องจะเล่นงานนายชัดๆ" "ความใจร้อนไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นหรอกครับลูเซีย" เรนหยิบชิ้นส่วนโลหะขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง แววตาของเขาไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย "อีกอย่าง... การที่เขาแสดงความริษยาออกมาแบบนี้ แปลว่าพวกเขากำลังจนมุมและเริ่มกลัวความเปลี่ยนแปลงที่เรากำลังจะสร้างขึ้นต่างหาก" เรนวางชิ้นงานลงบนทั่ง หยิบค้อนตีเหล็กขึ้นมาเตรียมพร้อมจะทำงานต่อ แต่ในจังหวะนั้นเอง หน้าต่างระบบสีดำสนิทที่ไม่มีใครคาดคิดก็เด้งขึ้นตรงหน้าของเขา พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่เย็นเยียบและไร้ที่มา [ตรวจพบการแทรกแซงข้อมูลระดับลึกในระบบกิลด์...] [เงื่อนไขลับ: "ความริษยาของคนในกิลด์" บรรลุครบถ้วน] [คำเตือน: อาวุธชิ้นสุดท้ายที่คุณกำลังจะหลอม ได้ถูกดัดแปลงพิกัดโดยบุคคลนิรนาม เพื่อส่งต่อไปยัง "ดันเจี้ยนต้องห้าม" ในอีก 3 นาทีข้างหน้า...] ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามและก้าวผ่านช่วงเวลาอันระทึกใจนี้ไปด้วยกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ช่างตีดาบไร้คมกับจอมเวทผู้ปฏิเสธโชคชะตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%