"อย่าขยับ..."
เสียงกระซิบแหบพร่าของกวินตาที่ติดอยู่ข้างใบหูเมื่อครู่ ยังทิ้งไอร้อนผ่าวไว้บนผิวแก้มของรินรดาจนขนลุกชัน ทว่าความหวามไหวจากระยะประชิดถูกแทนที่ด้วยกลิ่นอายความตายที่ลอยอบอวลอยู่ในความมืดมิดของห้องเพนต์เฮาส์หรู
รินรดากัดฟันกรอด หัวใจเต้นโครมครามไม่ใช่เพราะความเสน่หา แต่เป็นเพราะสัญชาตญาณการเอาตัวรอดกำลังกรีดร้องเตือนภัย เธอยังจำภาพปาร์ตี้หน้ากากสุดเหวี่ยงเมื่อสองชั่วโมงก่อนได้ดี เสียงดนตรีบีทหนักหน่วง แสงไฟนีออนสลัว และแก้วแชมเปญที่ถูกสับเปลี่ยน... ก่อนที่เจ้าภาพงานเลี้ยงจะหายตัวอย่างไร้ร่องรอย กลายเป็นคดีฆาตกรรมที่ไม่มีแม้แต่เงาของศพ
และตอนนี้ เธอกลับติดอยู่ในห้องพักส่วนตัวกับ 'กวินตา' นักสืบอิสระสาวมาดนิ่ง ผู้หญิงที่ขึ้นชื่อเรื่องความปากแข็งและสายตาดุจเหยี่ยวที่พร้อมจะขุดคุ้ยความลับของทุกคน ยกเว้นความลับของตัวเอง
"ปล่อยค่ะคุณนักสืบ" รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน มือเรียวพยายามดันไหล่แกร่งที่เบียดชิดอยู่กับผนังห้อง "ถ้าจะกรุณา ถอยออกไปให้ห่างจากตัวฉันสักสามเมตรเป็นอย่างน้อย แล้วช่วยเลิกทำตัวเป็นพวกโรคจิตชอบฉวยโอกาสในที่มืดด้วย"
กวินตาไม่ขยับเขยื้อน ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มยังคงตรึงรินรดาไว้ใต้เงาสลัว นัยน์ตาสสีเข้มคู่นั้นกวาดมองสำรวจริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันด้วยความไม่สบอารมณ์ ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคออย่างเยือกเย็น
"ปากเก่งดีนี่คะ ทนายรินรดา" กวินตาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท แต่มันกลับแฝงไปด้วยความเย้ยหยันที่บาดลึก "ในสถานการณ์ที่คนอื่นเขากำลังตัวสั่นขวัญหนีดีฝ่อเพราะกลัวจะตกเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรม คุณกลับมีอารมณ์มาต่อปากต่อคำกับฉัน... หรือว่าความจริงแล้ว ความปากจัดของคุณ มันเอาไว้ใช้กลบเกลื่อนความกลัวที่กำลังสั่นพับๆ อยู่ข้างในกันแน่คะ?"
"ฉันไม่ได้กลัว!" รินรดาโต้กลับทันควัน ดวงตากลมโตตวัดมองอย่างเอาเรื่อง "ฉันแค่รำคาญ! รำคาญพวกชอบทำตัวเป็นฮีโร่หนังเกรดบี คอยดักซุ่มแล้วมาทำเสียงกระซิบกระซาบข้างหูชาวบ้านอย่างไร้มารยาท ถ้าคุณไม่มีเบาะแสอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันเกี่ยวกับการหายตัวไปของคุณธนา ก็ช่วยกรุณาถอยหลังไปแล้วให้ฉันได้ทำงานของฉันเถอะค่ะ"
"ทำงาน?" กวินตาทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันใกล้ชิดเสียจนลมหายใจอุ่นๆ รินรดารดรดอยู่บนปลายจมูก "งานของคุณคือการวิ่งไปเก็บหลักฐานลวกๆ เพื่อเอาชนะคดี โดยไม่สนเลยว่าคุณกำลังเดินเข้าไปติดกับดักของฆาตกรตัวจริงน่ะเหรอคะ?"
รินรดาชะงัก ประโยคนั้นคมกริบจนเธอเผลอหดตัวเล็กน้อย
ความจริงคือ... เธอกำลังตามหาเอกสารลับบางอย่างที่เกี่ยวพันกับคดีฆาตกรรมในอดีตของครอบครัวเธอเอง ซึ่งมันเชื่อมโยงกับคืนปาร์ตี้บ้านบ้าๆ หลังนี้โดยบังเอิญ หรืออาจจะ... ไม่บังเอิญเลย?
"คุณรู้..." รินรดาชะงักคำพูดไว้ทัน เธอกัดริมฝีปากแน่นเมื่อรู้ตัวว่าเกือบหลุดพิรุธให้คนตรงหน้าจับได้
"ฉันรู้อะไรหลายๆ อย่างที่คุณพยายามจะปิดบัง" กวินตาขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนรินรดาต้องเอนหัวหนีไปชิดกระจกหน้าต่าง "รวมถึงเรื่องที่คุณแอบพก USB Drive ของธนาไว้ในกระเป๋าเสื้อคลุมนั่นด้วย"
เปรี้ยง!
ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงมากลางห้อง รินรดารู้สึกเหมือนเลือดในกายเย็นเฉียบ เธอมองจ้องเข้าไปในดวงตาคู่คมของนักสืบสาวที่อ่านยากยิ่งกว่าตัวอักษรโบราณ ผู้หญิงคนนี้... อันตราย อันตรายเกินกว่าที่เธอประเมินไว้หลายร้อยเท่า
"คุณค้นตัวฉัน?!" รินรดาเสียงหลง มือเรียวรีบยกขึ้นกุมกระเป๋าเสื้อสูทด้านในโดยอัตโนมัติ
"ฉันไม่ได้เรียกว่าค้นค่ะ ฉันเรียกว่า 'ตรวจสอบความปลอดภัย' ให้กับทนายความสมองนิ่มที่ชอบทำตัวเป็นเหยื่อล่อกระสุนต่างหาก" กวินตาตอบหน้าตาเฉย น้ำเสียงราบเรียบจนน่าหมั่นไส้ "ถ้าไม่มีฉันป่านนี้คุณคงโดนใครสักคนในปาร์ตี้นั้นเป่าสมองกระเด็นไปแล้ว รินรดา"
"ฉันดูแลตัวเองได้! และของชิ้นนั้นมันเป็นหลักฐาน..."
"หลักฐานที่จะทำให้คุณตายก่อนจะได้ขึ้นศาลน่ะเหรอคะ?" กวินตาสวนกลับเสียงแข็ง แววตาที่เคยนิ่งสงบเมื่อครู่เริ่มฉายประกายความหงุดหงิดระคนเป็นห่วงอย่างปิดไม่มิด "เลิกอวดเก่งสักวันจะตายไหม? คิดว่าตัวเองฉลาดนักหรือไงถึงได้กล้าบุ่มบ่ามเข้ามาในดงงูเห่าแบบนี้คนเดียว!"
"แล้วมันเรื่องอะไรของคุณล่ะ!" รินรดาหมดความอดทน เธอระเบิดอารมณ์ออกมาพร้อมกับผลักอกอีกฝ่ายเต็มแรง แม้ร่างสูงจะถอยหลังไปเพียงก้าวเดียว แต่นัยน์ตากลับวาวโรจน์ขึ้นทันที "คุณจะเป็นใครมาจากไหน เป็นนักสืบเทวดามาจากสำนักไหน ฉันไม่เคยจ้าง ไม่เคยขอร้อง และไม่เคยต้องการความช่วยเหลือจากคุณ! เชิญไปทำหน้าที่นักสืบผู้แสนดีของคุณที่อื่นเถอะค่ะ กวินตา!"
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที มีเพียงเสียงหอบหายใจเบาๆ ของทนายสาวที่กำลังโกรธจนตัวสั่น กับสายตาคมกริบของนักสืบสาวที่จ้องมองมานิ่งสนิท เคมีคุกรุ่นระหว่างความดื้อรั้นและอาการปากแข็งปะทะกันจนเกิดประกายไฟในความมืด
กวินตานิ่งงั้นไปชั่วขณะ ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนที่เธอจะถอนหายใจออกมาเบาๆ ยอมแพ้ให้กับความดื้อรั้นของคนตรงหน้าทีละนิดอย่างไม่เต็มใจนัก
"โอเค..." กวินตาเอ่ยเสียงเบาลง แต่ยังคงความเย่อหยิ่งไว้ในที "ในเมื่อคุณมั่นใจว่าเก่งนัก งั้นเรามาลองพิสูจน์กันดีกว่า ว่าปากเก่งๆ ของคุณ กับสมองทื่อๆ ของนักสืบอย่างฉัน อันไหนจะรอดออกไปจากคฤหาสน์หลังนี้ได้ก่อนกัน"
รินรดายกยิ้มมุมปากอย่างท้าทาย "รับรองเลยค่ะ ว่าฉันจะเดินออกไปพร้อมกับความจริง ส่วนคุณ... ก็คงได้แค่มองตามหลังฉันเหมือนเดิม"
ทว่า ก่อนที่กวินตาจะได้สวนคำพูดเชือดเฉือนใดกลับมา เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังมาจากทางเดินด้านนอกก็หยุดชะงักลงตรงหน้าประตูห้องพอดี!
กึก... กึก...
เสียงเคาะประตูสามครั้งดังขึ้นอย่างเชื่องช้าและน่าขนลุก มันไม่ใช่เสียงเคาะปกติ แต่เป็นจังหวะเคาะที่รินรดาจำได้แม่นยำจากแฟ้มคดีฆาตกรรมที่เธอกำลังศึกษาอยู่—จังหวะเดียวกับที่เหยื่อทุกคนได้ยินก่อนจะหายสาบสูญ
กวินตาเปลี่ยนสีหน้าจากความขุ่นเคืองเป็นความตื่นตัวในเสี้ยววินาที ร่างสูงพุ่งเข้ามาคว้าข้อมือของรินรดาแล้วดึงเข้าหาตัวอย่างแรงจนเธอเซเข้าปะทะแผ่นอกแกร่ง มือหนาอีกข้างปิดปากทนายสาวไว้แน่นไม่ให้ส่งเสียงเล็ดลอด ขณะที่ดวงตาคู่คมหันขวับไปมองลูกบิดประตูที่กำลังค่อยๆ หมุนวนช้าๆ จากฝั่งด้านนอก
ในความมืดระทึกขวัญ ลูกบิดประตูหลุดออกจากการล็อก และร่างเงาตะคุ่มของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมกับกลิ่นคาวเลือดที่โชยมาเตะจมูกอย่างชัดเจน...
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
* * * * * * * * * *
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาร่วมลุ้นและจิกหมอนไปกับความปากแจ๋วแต่คลั่งรักของยัยสองคนนี้นะคะ! เจอกันตอนหน้าค่ะ!
ทนายสาวกับคดีฆาตกรรมที่ไม่มีศพในคืนปาร์ตี้•ตอนที่ 2
ทนายปากจัดกับนักสืบหน้านิ่ง
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายสาวกับคดีฆาตกรรมที่ไม่มีศพในคืนปาร์ตี้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
