"อย่าส่งเสียง..."
เสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหูมาพร้อมกับฝ่ามืออุ่นจัดที่ตะปบปิดเรียวปากของฉันไว้สนิท ความมืดทึบในห้องพักวีไอพีถูกแทนที่ด้วยเงาร่างสูงโปร่งของกวินตาที่พุ่งเข้ามาประชิดตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมกับกลิ่นโลหะคาวคลุ้งลอยวนอยู่รอบปลายจมูก ชัดเจนเสียจนกระเพาะอาหารของฉันบิดเกร็ง
ลูกบิดประตูที่ร่วงหล่นลงบนพรมหนานุ่มส่งเสียงอื้ออึงในโสตประสาท ร่างเงาตะคุ่มที่ก้าวเข้ามาหยุดนิ่งอยู่ตรงธรณีประตู แสงไฟสลัวจากระเบียงทาบทับเงายาวเหยียดจนน่ากลัว เสียงฝีเท้าหนักหน่วงย่างสามขุมเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ทุกจังหวะการก้าวเดินเหมือนค้อนที่ทุบลงบนอกซ้ายของฉันอย่างแรง
ฉันจ้องมองนัยน์ตาสีเข้มของกวินตาที่สะท้อนแสงจันทร์รำไรในความมืด หล่อนไม่ได้ถอยหนีแม้แต่น้อย กลับดึงฉันให้ทรุดตัวลงแนบไปกับพื้นพรมใต้หน้าต่างอย่างไร้ซุ่มเสียง ปลายจมูกของเราแทบจะชนกันจนลมหายใจร้อนผ่าวรดรินรดกันและกัน ความตึงเครียดจากสถานการณ์ความเป็นความตายผสมปนเปกับความใกล้ชิดที่ชวนให้ใจสั่นระทึกอย่างน่าประหลาด
*ตึ๊ก... ตึ๊ก... ตึ๊ก...*
เสียงฝีเท้าหยุดลงตรงหน้าห้องน้ำ ใกล้เราเข้ามาแค่เอื้อม กวินตาขยับตัวเข้ามาบังร่างฉันไว้มิดชิด มืออีกข้างชักวัตถุเย็นเฉียบโลหะสีดำเงาออกจากแจ็คเก็ตหนังอย่างคล่องแคล่ว ปืนสั้นกระบอกนั้นทำเอาฉันเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ทนายความอย่างฉันไม่เคยชินกับการเห็นอาวุธของจริงใกล้ขนาดนี้มาก่อน แต่ก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากต่อว่า นักสืบสาวเจ้าปัญหาก็ส่งสายตาดุๆ เป็นเชิงสั่งให้หุบปากทันที
"ถ้าไม่อยากตายคาที่ ก็อยา삐ส่งเสียงเด็ดขาด... ยัยทนายปากดี" กวินตาขยับริมฝีปากกระซิบกระซาบชิดใบหู น้ำเสียงราบเรียบติดจะเยعียนนิดๆ แม้ในยามวิกฤตแบบนี้ หล่อนก็ยังไม่วายหาเรื่องกวนประสาทฉันได้ลงคอ
ฉันส่งค้อนวงใหญ่ไปให้ ต่อให้ตอนนี้สถานการณ์จะบีบคั้นแค่ไหน แต่ศักดิ์ศรีของรินรดาไม่มีวันยอมให้ใครมาเหยียดหยามหรอกนะยะ! ฉันใช้ศอกกระתุ้งเข้าที่สีข้างของหล่อนเบาๆ เป็นการตอบแทน ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันมามองค้อนฉันตาเขียวปั๊ด เคมีคู่กัดที่ทำงานทันทีแม้กระสุนปืนจะจ่อหัวอยู่คือเครื่องพิสูจน์ว่า เราสองคนเกิดมาเพื่อขัดขา กันเองจริงๆ
*แอ๊ด...*
เสียงเปิดประตูกระจกบานเลื่อนออกสู่ระเบียงด้านนอกดังขึ้นแผ่วเบา ตามด้วยสายลมเย็นยะเยือกที่พัดกรรโชกเข้ามา ร่างเงานั้นเปลี่ยนทิศทางและหายออกไปในความมืดของระเบียงทันที
กวินตารอจนกระทั่งแน่ใจว่าเสียงฝีเท้าเลือนหายไปไกลแล้ว หล่อนจึงค่อยๆ ผ่อนลมหายใจยาวเหยียด ยอมปล่อยมือที่ปิดปากฉันออก แต่ยังคงตรึงร่างฉันไว้ด้วยน้ำหนักตัวที่ทาบทับอยู่เล็กน้อย
"นายทำบ้าอะไรเนี่ย!" ฉันรีบกระซิบกระซาบเสียงลอดไรฟัน ทันทีที่เป็นอิสระ "แล้วนั่นพกปืนเข้ามาในโรงแรมหรูได้ยังไง อยากติดคุกหัวโตหรือไงยะ"
"ถ้าฉันไม่พกมา ป่านนี้วิญญาณคุณคงระเหлไปเกิดใหม่เป็นผีเฝ้าโรงแรมนี้ไปแล้วค่ะ ยัยคุณทนาย" กวินตาย้อนกลับทันควัน น้ำเสียงกวนประสาทแต่แววตากลับจริงจังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หล่อนผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะยื่นมือเรียวยาวมาเบื้องหน้าฉัน "ลุกขึ้นได้แล้วค่ะ เลิกบ่นเป็นยายแก่สักนาที แล้วใช้สมองอันปราดเปรื่องของคุณสำรวจห้องนี้ซะทีเถอะ"
ฉันปัดมือหล่อนทิ้งแล้วยันกายลุกขึ้นเองโดยไม่พึ่งพาความช่วยเหลือ เชิดหน้าใส่ความหวังดีจอมปลอมนั่นทันที "ไม่ต้องมาออกคำสั่งค่ะ ฉันดูแลตัวเองได้ และที่สำคัญ..." ฉันกวาดสายตามองไปรอบห้อง "เราต้องหาหลักฐานเกี่ยวกับศพที่หายไป ไม่อย่างนั้นคดีนี้ฉันแพ้แน่ๆ"
"รู้ตัวก็ดีค่ะ" กวินตาแค่นหัวเราะในลำคออย่างหมั่นไส้ ก่อนจะเดินตรงไปที่เตียงนอนขนาดใหญ่ หล่อนก้มตัวลงสำรวจบริเวณพรมปูพื้นอย่างละเอียด สัญชาตญาณนักสืบของหล่อนทำงานฉับไวราวกับเสือดาวที่กำลังไล่ล่าเหยื่อ "มานี่สิคะ ถ้าไม่อยากเดินเตะระเบิดเวลา"
ฉันขยับเข้าไปใกล้ด้วยความจำยอม กลิ่นคาวเลือดที่ยังคงจางๆ อยู่ในอากาศทำให้ฉันต้องยกมือขึ้นปิดจมูก กวินตาใช้ปลายด้ามปืนเขี่ยพรมเปอร์เซียผืนหนาที่ปูอยู่ใต้เตียงออกเบื้องล่าง เผยให้เห็นรอยคราบสีน้ำตาลเข้มเป็นวงกว้างที่ซุกซ่อนอยู่ใต้พรม
หัวใจของฉันกระตุกวูบ ภาพความทรงจำจากคดีเก่าแวบเข้ามาในหัวจนต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ
"คราบเลือด..." ฉันพึมพำเบาๆ "มันสดมาก เพิ่งเกิดขึ้นไม่เกินสองชั่วโมงนี้แน่ๆ"
"ถูกต้องค่ะ และถ้ามองจากปริมาณเลือดตรงนี้..." กวินตากวาดสายตาสำรวจรอบห้อง ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่ตู้เสื้อผ้าบิ้วอินท์ฝั่งตรงข้าม "ร่างที่ไร้วิญญาณของใครบางคนไม่ได้ถูกย้ายไปไหนไกลหรอกค่ะ มันอาจจะยังวนเวียนอยู่แถวนี้... ใกล้กว่าที่คุณคิดเสียอีก"
ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านขึ้นมาจากฝ่าเท้าจนถึงสันหลังวาบ ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อตระหนักได้ว่า เราไม่ได้กำลังค้นหาหลักฐานในห้องพักที่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว แต่เรากำลังเดินอยู่บนปากเหวของฆาตกรที่อาจจะยังซ่อนตัวอยู่ภายในห้องนี้
กวินตาหันมามองหน้าฉัน แววตาคมกริบทอประกายความห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเยเย็นชา หล่อนขยับเข้ามาใกล้ ยื่นมือมาคว้าข้อมือฉันไว้หลวมๆ เพื่อดึงให้ไปหลบอยู่ด้านหลังร่างของหล่อนโดยสัญชาตญาณ
"จับมือฉันไว้แน่นๆ ค่ะ..." นักสืบสาวกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนุ่มนวลขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยจนใจฉันเต้นผิดจังหวะ "ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น วิ่งไปที่ประตูแล้วอย่าหันหลังกลับเด็ดขาด"
ฉันเม้มริมฝีปากแน่น ไม่ได้สะบัดมือออกอย่างเคย ความอบอุ่นจากฝ่ามือของกวินตาส่งผ่านความมั่นใจมาให้ท่ามกลางความมืดมิดและบรรยากาศอันน่าสะพรึงกลัว เราสองคนค่อยๆ ก้าวเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าทีละก้าวอย่างระมัดระวัง ปลายนิ้วเรียวของกวินตาค่อยๆ เอื้อมไปแตะที่บานประตูตู้ไม้สักทองที่ปิดสนิท...
ก่อนที่หล่อนจะกระชากบานตู้ให้เปิดออกอย่างรวดเร็ว!
ภายในตู้เสื้อผ้าที่ควรจะว่างเปล่า กลับปรากฏร่างของใครบางคนร่วงหล่นลงมากองแทบเท้าเรา พร้อมกับโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งในมือที่หน้าจอ... กำลังสว่างวาบด้วยสายเรียกเข้าจากเบอร์ของฉันเอง!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความระทึกและเคมีคู่กัดสุดแซ่บทัศนียภาพนี้นะคะ รอติดตามตอนต่อไปรับรองว่าตับพังแน่ค่ะ!
ทนายสาวกับคดีฆาตกรรมที่ไม่มีศพในคืนปาร์ตี้•ตอนที่ 3
หลักฐานที่ซ่อนอยู่ใต้พรม
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายสาวกับคดีฆาตกรรมที่ไม่มีศพในคืนปาร์ตี้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
