วิศวกรวิถีโค้งกับผู้คุมกฎแห่งดาวร้าง: รหัสลับจักรวาลที่ 9•ตอนที่ 2

ผู้คุมกฎผู้เย็นชา

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
เสียงคำรามต่ำของเครื่องยนต์ไอออนระดับสิบสองกิโลวัตต์ดังสะเทือนโครงสร้างเหล็กกล้าไร้สนิมของสถานีอวกาศเซก터-9 จนสะท้านถึงฝ่าเท้า แรงโน้มถัดเทียมที่ถูกบิดเบือนด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้าทำให้บรรยากาศภายในห้องควบคุมหลักบิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่นความร้อน เอเลียส วอล์คเกอร์ ไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากแผงวงจรควบคุมหลัก แม้ว่าเสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากจะกำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้เขตอำนาจของเขาอย่างรวดเร็ว ปลายนิ้วเรียวยาวที่เปื้อนคราบน้ำมันหล่อลื่นจักรวาลยังคงขยับพิมพ์โค้ดคำสั่งแก้ไขระบบระบายความร้อนด้วยความเร็วสูง แว่นตากรองแสงสะท้อนภาพหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าจัดที่ฉายข้อมูลตัวเลขฟิสิกส์เชิงควอนตัมเป็นแถวเหยียด ความเย็นยะเยือกของห้องไม่ได้มาจากระบบปรับอากาศที่ทำงานผิดพลาด แต่มันมาจากบรรยากาศที่ถูกกดทับด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จ ประตูนิรภัยไฮดรอลิกหนาสองฟุตส่งเสียงคำรามก่อนจะเลื่อนเปิดออกด้วยแรงดันอัดอากาศสูง ร่างในชุดเครื่องแบบทหารยุทธวิธีสีดำสนิทของสมาพันธ์ดวงดาวก้าวเข้ามาเป็นคนแรก ป้ายชื่อบนอกเสื้อสะท้อนแสงไฟนีออนสลัวระบุชัดเจน—*ร้อยเอก คาเรน วาลอส* ไม่มีคำทักทาย ไม่มีพิธีรีตอง "คุณกำลังละเมิดมาตราที่สี่สิบแปดแห่งสนธิสัญญาความมั่นคงวงโคจร, คุณวอล์คเกอร์" เสียงของคาเรนเรียบนิ่งและเยียบเย็น ทว่าก้องกังวานจนกลบเสียงเครื่องจักรทุกชนิดในห้อง เอเลียสหยุดปลายนิ้วลงชั่วขณะ เขาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ ก่อนจะค่อยๆ หันเก้าอี้โลหะกลับมาเผชิญหน้ากับผู้มาเยือน ดวงตาสีเทาเข้มภายใต้กรอบแว่นจ้องมองเธอด้วยความว่างเปล่า ไร้ซึ่งความหวาดกลัว หรือแม้แต่ความเคารพยำเกรง "มาตราที่สี่สิบแปดว่าด้วยการแทรกแซงโครงสร้างพื้นฐานยามฉุกเฉิน แต่ถ้าคุณสละเวลาดูค่าความหนาแน่นของออกซิเจนในเขตสามสักนิด ร้อยเอก... คุณจะรู้ว่าสิ่งที่ผมทำอยู่ไม่ใช่การละเมิด แต่เป็นการป้องกันไม่ให้ปอดของคนห้าร้อยชีวิตในสถานีนี้กลายเป็นน้ำแข็งในอีกสิบนาทีข้างหน้า" เอเลียสตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ระลอกคลื่นแห่งอารมณ์ ราวกับกำลังอธิบายกฎฟิสิกส์พื้นฐานให้เด็กอนุบาลฟัง คาเรนก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของเขา ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่ถึงก้าว กลิ่นอายของความเข้มงวดและกลิ่นโลหะเย็นชาจากชุดเกราะของเธอแผ่ซ่านเข้ามาเตะจมูก ดวงตาสีฟ้าคมกริบราวกับคมมีดกวาดมองหน้าจอโฮโลแกรมที่เต็มไปด้วยโค้ดสีแดงฉาน เธอมองมันด้วยสายตาของผู้ที่เชื่อมั่นในระเบียบ มากกว่าความเข้าใจในหลักการทางวิศวกรรม "ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟังคำบรรยายฟิสิกส์ของคุณ, เอเลียส" คาเรนโน้มตัวลงเล็กน้อย กดสายตาลงมามองเขาจากมุมสูงเพื่อสร้างความกดดันทางจิตวิทยา "สมาพันธ์มีคำสั่งให้ยึดอภิสิทธิ์การควบคุมสถานีนี้ทั้งหมดเพื่อตรวจสอบเส้นทางเดินเรือของยานขนส่งสินค้าลึกลับที่เพิ่งผ่านขอบเขตแรงโน้มถ่วงเมื่อสามชั่วโมงก่อน หน้าที่ของคุณคือถอนมือออกจากระบบหลัก... เดี๋ยวนี้" เอเลียสหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและเย้ยหยัน เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ กอดอกมองหญิงตรงหน้าด้วยแววตาท้าทาย "ยานขนส่งสินค้าลึกลับที่คุณว่า... มันคือเศษซากดาวเทียมสื่อสารรุ่นเก่าที่กำลังจะพุ่งชนสถานีเราต่างหาก ร้อยเอก" เอเลียสพูดเน้นทีละคำ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "ถ้าผมปล่อยมือจากระบบควบคุมวิถีโค้งตอนนี้ อีกสิบห้านาทีข้างหน้า แรงปะทะจะฉีกสถานีนี้ออกเป็นสองท่อน และไม่ว่าสมาพันธ์ของคุณจะมีคำสั่งอะไร มันก็คงไม่มีความหมายอะไรอีกต่อไป... บนซากศพของเรา" ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ บทสนทนาหยุดชะงักลงราวกับมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งผ่านกลางอากาศ ทั้งสองจ้องตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร เอเลียสเห็นความลังเลวูบผ่านเข้ามาในดวงตาสีฟ้าคู่นั้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยความแข็งกร้าวตามสัญชาตญาณของผู้รักษากฎ คาเรนเอื้อมมือไปแตะที่ปืนพกเลเซอร์ข้างเอวโดยสัญชาตญาณ นิ้วชี้วางทาบโครงปืนอย่างระมัดระวัง "ฉันได้รับมอบอำนาจเด็ดขาดให้ใช้วิธีการใดก็ได้เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย หากคุณยังดื้อดึงที่จะขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่... ฉันจำเป็นต้องใช้กำลัง" "เชิญเลยครับ" เอเลียสยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้โดยไม่เกรงกลัวปากกระบอกปืน รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ยิงผมซะตอนนี้ แล้วมาดูกันว่าคุณจะกู้ระบบนำทางที่ถูกเข้ารหัสด้วยอัลกอริทึมเฉพาะตัวของผมอย่างไร... ภายในเวลาสิบนาที" บรรยากาศตึงเครียดถึงขีดสุด ลูกน้องของคาเรนที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลังต่างยกปืนขึ้นเล็งมาที่เอเลียสพร้อมเหนี่ยวไกได้ตลอดเวลา ทว่าคาเรนกลับยกมือขึ้น1ข้างเป็นสัญญาณหยุด เธอยังคงจ้องมองวิศวกรหนุ่มตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเประหว่างความโกรธเกรี้ยวและความทึ่งในความเด็ดเดี่ยวของเขา ไม่มีใครยอมก้มหัวให้ใคร ทั้งสองต่างยืนอยู่บนเส้นแบ่งบางๆ ระหว่างหน้าที่ที่ต้องทำ กับความถูกต้องที่ต้องรักษา ทว่า ในจังหวะที่ความกดดันกำลังบีบเค้นจนแทบหายใจไม่ออกนั้นเอง เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสีแดงก็ดังขึ้นแทรกกลางห้องควบคุม เสียงไซренаที่แหลมสูงและดุดันทำให้ทุกคนต้องสะ giúp *ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...* หน้าจอโฮโลแกรมหลักที่แสดงแผนผังสถานีอวกาศถูกแทนที่ด้วยหน้าต่างแจ้งเตือนสีแดงฉานโดยอัตโนมัติ ข้อความสั้นๆ ปรากฏขึ้นกลางจอพร้อมกับเสียงระบบสังเคราะห์ที่ประกาศก้องด้วยความตกใจ [ตรวจพบรหัสผ่านลับระดับผู้ดูแลระบบสูงสุด... ถูกใช้งานจากภายนอกสถานี] คาเรนขมวดคิ้วแน่น หันขวับไปมองหน้าจอทันที "นั่นมันอะไร? ใครกำลังเข้าถึงระบบหลักในเมื่อคุณยังไม่ได้ถอดรหัส?" เอเลียสไม่ได้ตอบ เขาหันกลับมาที่แป้นพิมพ์ด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ความเยือกเย็นเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึง ปลายนิ้วของเขาสั่นเทาเล็กน้อยขณะรัวคีย์บอร์ดเพื่อตรวจสอบที่มาของสัญญาณ รหัสผ่านนั้น... มันไม่ใช่ของสมาพันธ์ และไม่ใช่ของเขา มันคือรหัสลับระดับเก้าที่ควรจะสูญหายไปพร้อมกับเหตุการณ์หายارของครอบครัวเขาเมื่อห้าปีก่อน หน้าจอโฮโลแกรมซูมภาพไปยังแผนผังห้องควบคุมลับใต้ท้องสถานี ภาพกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นร่างหนึ่งในชุดสูทอวกาศรุ่นเก่ากำลังยืนอยู่หน้าแผงควบคุมหลักสำรอง และกำลังอัปโหลดไวรัสเข้ารหัสเข้าสู่ระบบขับเคลื่อนของสถานีอย่างเลือดเย็น ก่อนที่เอเลียสจะทันได้เอ่ยปากเตือนอะไร หน้าจอทั้งหมดก็ดับวูบลงพร้อมกัน ความมืดมิดเข้าครอบงำห้องควบคุมชั่วขณะ มีเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีส้มกะพริบไหววับ และในความเงียบอันวังเวงนั้น เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดที่คุ้นเคยอย่างประหลาดก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านหลังประตูนิรภัย พร้อมกับเสียงกระซิบผ่านคลื่นวิทยุฉุกเฉินที่ดังเข้ามาในหูฟังของเอเลียสโดยตรง— *"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... ลูกชาย"* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในความมืดนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวิถีโค้งกับผู้คุมกฎแห่งดาวร้าง: รหัสลับจักรวาลที่ 9 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%