เสียงระเบิดก้องกังวานในหัวของเอเลียส วอล์คเกอร์ ไม่เคยเป็นเพียงแค่ความทรงจำ แต่มันคือฟิสิกส์—คือแรงดันมหาศาลที่ฉีกกระชากโครงสร้างเหล็กกล้าและออกซิเจนออกจากปอดของคนที่เขารักในเสี้ยววินาที
ทว่า ณ วินาทีนี้ เสียงที่ดึงเขากลับมาจากความมืดสีเทาของอดีต กลับไม่ใช่เสียงระเบิด หากแต่เป็นเสียง "ฮัม" ต่ำๆ ความถี่ระดับ 14.2 เฮิรตซ์ ที่สั่นสะเทือนขึ้นมาจากพื้นผิวโลหะของสถานีอวกาศซีรีส์-9 สถานีขุดเจาะร้างที่ตั้งอยู่ ณ ขอบสุริยะจักรวาลที่ไม่มีใครเหลียวแล
เอเลียสขยับแว่นตานิรภัยขึ้นเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวที่เปื้อนคราบน้ำมันเครื่องจดจ่ออยู่กับการปรับแต่งตัวถอดรหัสควอนตัม หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าฉายกราฟเส้นโค้งสีแดงฉานที่กำลังเต้นเร่าราวกับหัวใจที่กำลังคลุ้มคลั่ง ค่าพลังงานในเขตหวงห้ามระดับสาม—โซนที่ถูกปิดตายตั้งแต่ก่อนที่เขาจะเหยียบย่างขึ้นมาบนสถานีแห่งนี้—กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างผิดธรรมชาติ มันไม่ใช่ความผันผวนจากตัวเครื่องปฏิกรณ์เก่าคร่ำครึ แต่มันคือรูปแบบการไหลเวียนของพลังงานที่ถูกควบคุมอย่างจงใจ
"เป็นไปไม่ได้..." พึมพำกับความว่างเปล่า กฎทางเทอร์โมไดนามิกส์บอกเขาว่าพลังงานไม่มีวันเกิดขึ้นจากความว่างเปล่า แต่สิ่งที่เขากำลังมองอยู่บนจอภาพ กลับฝืนกฎข้อนั้นอย่างไร้ยางอาย
กริ๊ก!
เสียงฝีเท้าหนักแน่นบนพื้นตะแกรงเหล็กด้านนอกประตูห้องควบคุมดังขึ้น ตัดผ่านความเงียบงัดของสถานีร้างได้อย่างชัดเจน ฝีเท้าแบบนั้นไม่ได้มาจากการลากสังขารของพวกคนงานเหมืองขี้เมา และไม่ใช่เสียงเดินอย่างไร้จุดหมายของระบบอัตโนมัติ มันคือจังหวะก้าวของทหารอาชีพ—คนที่ได้รับการฝึกฝนให้เดินโดยทิ้งน้ำหนักลงบนส้นเท้าอย่างมั่นคง เพื่อพร้อมสำหรับการปะทะได้ตลอดเวลา
เอเลียสไม่แม้แต่จะหันหลังกลับ เขายังคงรัวนิ้วลงบนแป้นพิมพ์โฮโลแกรมเพื่อบันทึกข้อมูลดิบเก็บใส่แฟลชไดรฟ์ส่วนตัว ก่อนที่ระบบรักษาความปลอดภัยจะถูกรีเซตจากส่วนกลาง
"ถ้าคุณกำลังจะเข้ามาเพื่อบอกว่าฉันละเมิดข้อตกลงในการทำงานเขตโลว์-เซกเตอร์ ผมเกรงว่าคุณคงต้องรอให้ผมดึงข้อมูลชุดนี้เสร็จเสียก่อน ร้อยเอกวาลอส" น้ำเสียงของเอเลียสเรียบเฉย เย็นชา ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น ราวกับชายหนุ่มกำลังคุยเรื่องสภาพอากาศกับเพื่อนบ้าน มากกว่าการเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ผู้กุมอำนาจสูงสุดของสมาพันธ์ดวงดาว
ประตูห้องเลื่อนเปิดออกอย่างเงียบเชียบ ไอความเย็นจากท่อปรับอากาศพรั่งพรูเข้ามาปะทะกับบรรยากาศอุ่นชื้นภายในห้อง
ร้อยเอกคาเรน วาลอส ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังเขา ระยะห่างระหว่างทั้งสองถูกกะเกณฑ์ไว้อย่างสมบูรณ์แบบ—ไม่ใกล้จนเกินไปจนเปิดช่องว่างให้ถูกโจมตี และไม่ไกลจนเกินไปจนไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ชุดเกราะรบสีดำสนิทไร้เงาของสมาพันธ์ขับเน้นให้รูปร่างเพรียวระหงดูน่าเกรงขาม ดวงตาสีเทาเข้มภายใต้กรอบหน้าคมคายกวาดมองหน้าจอโฮโลแกรมที่สะท้อนอยู่ในแว่นตาของเอเลียสอย่างรวดเร็วราวกับสแกนเนอร์
"คุณกำลังเล่นกับไฟ, วอล์คเกอร์" คาเรนเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลแต่เด็ดขาดราวกับใบมีดที่เคลือบด้วยกำมะหยี่ "และเขตหวงห้ามระดับสาม ไม่ใช่สนามเด็กเล่นสำหรับวิศวกรอิสระที่ยังลืมอดีตของตัวเองไม่ได้"
เอเลียสชะงักมือนิ่งไปชั่วเสี้ยววินาที—ชั่วเสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้นที่เผยให้เห็นรอยร้าวภายใต้หน้ากากความเยือกเย็น เขากดปิดหน้าจอโฮโลแกรมลง ก่อนจะหมุนเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาสีฟ้าอ่อนจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนายหญิงแห่งสมาพันธ์อย่างไม่เกรงกลัว
"อดีตของผมเป็นเรื่องของผม, ร้อยเอก" เอเลียสยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและท้าทาย "แต่ความผิดปกติของพลังงานที่กำลังหลอมละลายแกนกลางของสถานีในตอนนี้ เป็นเรื่องของฟิสิกส์... และถ้าจำไม่ผิด หน้าที่ของคุณคือการรักษาความปลอดภัย ไม่ใช่หรือครับ? หรือว่าการที่พลังงานระดับมหาศาลกำลังรั่วไหลโดยไม่มีบันทึกในระบบส่วนกลาง เป็นเรื่องปกติในคู่มือของสมาพันธ์?"
คาเรนไม่สะทกสะท้านต่อคำเสียดสีนั้น เธอก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกหนึ่งก้าว กลิ่นอายของโอโซนและระเบียบวินัยทหารแผ่ซ่านออกมาจากตัวเธอ จนเอเลียสสัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดประหลาดที่ซ่อนอยู่ใต้ความขัดแย้งทางอุดมการณ์
"คุณรู้อะไรไหม, วอล์คเกอร์?" คาเรนโน้มตัวลงมาเล็กน้อย สายตาคมกริบจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา "คนฉลาดอย่างคุณมักจะตายเร็วเสมอ เพราะพวกเขามักจะพยายามมองหาความจริง ในสถานที่ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เป็น 'คำโกหก' ตั้งแต่แรกเริ่ม"
"บางที..." เอเลียสเงยหน้าขึ้นสบตาเธออย่างไม่หลบเลี่ยง ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ใกล้เสียจนลมหายใจเจือจาง "ผมอาจจะเบื่อกับคำโกหกเต็มทนแล้วก็ได้"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะตัดได้ด้วยมีด เคมีที่คุกรุ่นระหว่างความดื้อรั้นของผู้ชายที่ยึดมั่นในความจริง กับความเด็ดขาดของผู้หญิงที่ปกป้องระเบียบ พุ่งชนกันจนเกิดประกายไฟทางจิตวิญญาณที่รุนแรงยิ่งกว่าปฏิกิริยาฟิวชั่น
ก่อนที่ใครจะได้เอื้อnเอ่ยคำพูดใดออกมาอีก เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็พลันสว่างวาบไปทั่วทั้งสถานี พร้อมกับเสียงประกาศระบบอัตโนมัติที่ดังสนั่นหวั่นไหวด้วยน้ำเสียงที่ขาดๆ หายๆ
*[คำเตือน... ตรวจพบการเข้าถึงรหัสลับจักรวาลที่ 9... ระบบปลดล็อกอัตโนมัติเริ่มต้นขึ้น... ยินดีต้อนรับกลับบ้าน, ผู้สร้าง]*
คาเรนเบิกตากว้างเล็กน้อย สีหน้าที่เคยเยือกเย็นมาตลอดพังทลายลงในพริบตา เธอหันขวับกลับไปมองที่ประตูห้องควบคุม ซึ่งตอนนี้ไฟสัญญาณนิรภัยเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีน้ำเงินเข้ม—สีประจำตัวขององค์กรลับสูงสุดที่ไม่มีใครเคยเชื่อว่ามีอยู่จริง
เอเลียสขมวดคิ้วแน่น หัวใจเต้นระส่ำด้วยความตระหนักรู้บางอย่าง รหัสลับจักรวาลที่ 9... มันไม่ใช่แค่เรื่องเล่าขานของพวกคลั่งวิทยาศาสตร์ แต่มันคือสิ่งที่มีอยู่จริง และมันกำลังถูกปลุกให้ตื่นขึ้นโดยมือปริศนา
ในความมืดมิดของทางเดินด้านนอก เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่ที่ไม่ได้มาจากมนุษย์กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ห้องควบคุมด้วยความเร็วสูง...
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในความมืดนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
วิศวกรวิถีโค้งกับผู้คุมกฎแห่งดาวร้าง: รหัสลับจักรวาลที่ 9•ตอนที่ 1
สัญญาณเตือนภัยที่ถูกลืม
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวิถีโค้งกับผู้คุมกฎแห่งดาวร้าง: รหัสลับจักรวาลที่ 9 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!