"ถ้าแกนระบายความร้อนตัวที่สามละลาย เราจะมีเวลาหายใจอีกแปดนาที ก่อนที่ความดันจะอัดร่างเราแบนเป็นกระดาษทิชชูเปียกน้ำ"
น้ำเสียงของเอเลียสราบเรียบจนน่าขนลุก ทว่าปลายนิ้วที่กำลังเคาะคีย์บอร์ดโฮโลแกรมกลับรวดเร็วและแม่นยำราวกับนักเปียโนผู้กำลังบรรเลงบทเพลงสั่งลา แสงสีส้มวาบสะท้อนบนดวงตาสีเทาเข้มของเขา ขับเน้นรอยคล้ำใต้ตาที่บ่งบอกถึงการไม่ได้นอนมานานกว่าสี่สิบชั่วโมง อุณหภูมิภายในห้องควบคุมหลักพุ่งสูงขึ้นจนแตะระดับสี่дцатьสององศาเซลเซียส หยาดเหงื่อไหลย้อยตามแนวสันกรามของวิศวกรหนุ่ม แต่เขาไม่มีเวลาแม้แต่จะยกหลังมือขึ้นปาดมัน
ร้อยเอกคาเรน วาลอส ยืนกอดอกอยู่เบื้องหลัง แผ่นหลังตรงแน่วในชุดเครื่องแบบสมาพันธ์ที่บัดนี้ชุ่มไปด้วยเหงื่อ ความแข็งกร้าวตามวิสัยทัศน์ของทหารอาชีพไม่ได้ลดทอนลงเลยแม้แต่น้อย แม้สถานการณ์รอบตัวจะกำลังเปลี่ยนสถานีอวกาศรหัสลับที่เก้าให้กลายเป็นเตาเผามนุษย์ขนาดยักษ์
"คุณคำนวณพลาดไปสint... สามนาทีครึ่ง วอล์คเกอร์" คาเรนเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอแห้งผากแต่ยังคงความเฉียบขาด "ระบบสำรองเขตสามถูกตัดการเชื่อมต่อจากศูนย์กลาง ไม่ใช่เพราะอุบัติเหตุทางความร้อน แต่มันมีรหัสคำสั่งระดับผู้ดูแลระบบเจาะจงปิดตายวาล์ว"
เอเลียสหยุดมือชั่วขณะ เขาไม่หันกลับไปมอง แต่ไหล่ที่เกร็งตึงบ่งบอกว่าเขาได้ยินทุกคำ "คุณกำลังจะบอกว่าเราไม่ได้กำลังสู้กับความล้มเหลวทางกลศาสตร์ แต่กำลังสู้กับคนที่มีรหัสผ่านเดียวกับเรา... หรืออาจจะเหนือกว่า?"
"ฉันไม่เคยเชื่อในความบังเอิญ โดยเฉพาะเมื่อมันเกิดขึ้นบนสถานีที่เต็มไปด้วยความลับระดับชาติ" คาเรนก้าวเท้าเข้ามาประชิดเบื้องหลัง กลิ่นอายเหล็กและโอโซนจากเสื้อผ้าของเธอผสมปนเปกับความร้อนระอุ "เปิดหน้าต่างระบบควบคุมการไหลของสารทำความเย็นทั้งหมด ฉันจะใช้สิทธิ์ร้อยเอกแห่งสมาพันธ์บังคับรีบูตระบบด้วยมือ แม้ว่ามันจะทำให้แขนซ้ายของฉันชาไปครึ่งซีกจากกระแสไฟกระชากก็ตามที"
เอเลียสแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน "ความกล้าหาญมันเป็นเรื่องดีครับ ร้อยเอก... ในยามที่คุณต้องการตายอย่างมีเกียรติ แต่ถ้าคุณดึงคันโยกนั้นโดยไม่คำนวณอัตราการขยายตัวของท่อไทเทเนียมในอุณหภูมินี้ แรงดันจะระเบิดร่างคุณเป็นชิ้นๆ ก่อนที่ผมจะทันได้กดปุ่มรีเซ็ตระบบระบายอากาศเสียอีก"
เขาสบตากับเธอผ่านเงาสะท้อนบนกระจกหน้าจอ ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองแทบไม่เหลือ พื้นที่จำกัดในห้องควบคุมบีบให้ไหล่ของพวกเขาสัมผัสกันโดยไม่ตั้งใจ ความขัดแย้งทางอุดมการณ์ระหว่างวิศวกรผู้เชื่อมั่นในกฎฟิสิกส์อันไร้ความปรานี กับนายทหารผู้ศรัทธาในระเบียบวินัยและคำสั่งเบื้องบน แผ่พุ่งออกมาเป็นประจุไฟฟ้าที่ดึงดูดและผลักไสกันในคราวเดียวกัน
"ถ้าเราไม่ทำอะไรสักอย่างตอนนี้ เราก็แค่นั่งรอเวลาสุกงอมเหมือนหมูในเตาอบ" คาเรนจ้องมองเขาด้วยแววตาที่ดุดันแต่แฝงประกายความท้าทาย "คุณกลัวความตาย หรือกลัวที่จะต้องยอมรับว่าระบบที่คุณสร้างมันมีจุดอ่อนที่คาดไม่ถึงกันแน่, วอล์คเกอร์?"
รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของเอเลียส เขาหันขวับมาเผชิญหน้ากับเธอในระยะประชิด ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่คืบ ความร้อนจากรอบตัวทำให้ลมหายใจที่รดรดกันนั้นร้อนผ่าว
"ผมไม่เคยกลัวฟิสิกส์ครับ... เพราะฟิสิกส์พูดความจริงเสมอ" เอเลียสกระซิบเสียงต่ำ ดวงตาสีเทากวาดมองใบหน้าคมคายที่เปื้อนคราบเขม่าของอีกฝ่าย "แต่สิ่งที่ผมเกลียดที่สุด คือการต้องมาตายเพราะความสะดุดขาตัวเองของพวกนักการเมืองบนดาวแม่ ที่ส่งคุณมาตายโง่ๆ ในสถานีร้างแห่งนี้"
ก่อนที่คาเรนจะทันได้ตอบโต้ เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตก็แผดเสียงแหลมสูงขึ้นจนแก้วหูแทบแตก หน้าจอโฮโลแกรมทั้งหมดเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน อุณหภูมิภายในห้องพุ่งทะยานผ่านจุดวิกฤต ท่อส่งความเย็นหลักทางด้านทิศตะวันออกส่งเสียงกรีดร้องของโลหะที่กำลังบิดตัวภายใต้แรงดันมหาศาล
"วอล์คเกอร์! แรงดันเกินพิกัดแล้ว!" คาเรนตะโกนแข่งกับเสียงสัญญาณ
เอเลียสไม่ตอบ เขาคว้าข้อมือของเธอที่กำลังจะเอื้อมไปดึงคันโยกฉุกเฉิน แรงบีบที่หนักแน่นและเด็ดขาดทำให้คาเรนต้องชะงัก ชั่วขณะนั้น สัมผัสจากปลายนิ้วที่เย็นเฉียบสวนทางกับอากาศรอบตัวทำให้หัวใจของนายทหารสาวกระตุกวูบอย่างประหลาด
"อย่าดึงอันนั้น..." เอเลียสพูดลอดไรฟัน สายตาคมกริบจ้องมองไปยังหน้าจอระบบสำรองที่เพิ่งแสดงข้อมูลบางอย่างขึ้นมาโดยไม่มีใครสั่งการ "ดูนั่นสิครับ... มันไม่ได้ถูกปิดตายจากข้างนอกอย่างที่เราคิด"
คาเรนขมวดคิ้ว ละสายตาจากใบหน้าของเขาไปยังหน้าจอสีแดงฉาน บรรทัดคำสั่งโค้ดลับที่ไหลผ่านอย่างรวดเร็วไม่ได้มาจากศูนย์ควบคุมหลักของสมาพันธ์ และก็ไม่ใช่ฝีมือของผู้ก่อกวางคนใด แต่มันเป็นรูปแบบการเข้ารหัสที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด... รูปแบบการเขียนโค้ดที่มีเพียงคนเดียวในจักรวาลที่ใช้มัน
รหัสประจำตัวของทีมกู้ภัยภารกิจที่แปด... ทีมที่สูญหายไปพร้อมกับครอบครัวของเอเลียสเมื่อห้าปีก่อน
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงรองเท้าบูทเหล็กดังขึ้นอย่างเชื่องช้าและเป็นจังหวะจากทางเดินมืดมิดนอกห้องควบคุม เสียงนั้นหยุดลงที่หน้าประตูกล และก่อนที่เอเลียสจะทันได้ขยับตัว แผงควบคุมระบบระบายความร้อนทั้งหมดก็ดับวูบลงพร้อมกัน เหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงกะพริบสลัว และข้อความสั้นๆ ที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอหลักต่อหน้าต่อตาคนทั้งคู่
*ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... เอเลียส*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความมืดมิดนี้มาด้วยกันนะครับ ไฮเปอร์ไดรฟ์
วิศวกรวิถีโค้งกับผู้คุมกฎแห่งดาวร้าง: รหัสลับจักรวาลที่ 9•ตอนที่ 18
ความร้อนที่พุ่งสูง
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวิถีโค้งกับผู้คุมกฎแห่งดาวร้าง: รหัสลับจักรวาลที่ 9 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!