กลิ่นอายของโอโซนที่เจือจางด้วยคราบน้ำมันเครื่องและออกซิเจนสังเคราะห์ที่ใกล้หมดอายุ คืออากาศเดียวที่เรามีสิทธิ์หายใจในเวลานี้ครับ
"ถ้าคุณตัดวงจรผิดเส้นเดียว แรงดันจากท่อจ่ายไครโอเจนิกจะพัดร่างเราสองคนกลายเป็นละอองน้ำแข็งภายในเสี้ยววินาที... วอล์คเกอร์"
เสียงของร้อยเอกคาเรน วาลอส ดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของห้องเครื่องยนต์หลัก เซอร์กิตเบรกเกอร์สีแดงฉานสาดแสงวาบสะท้อนลงบนใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและความเคร่งเครียด ดวงตาคู่สวยของเธอนั้นคมกริบราวกับใบมีดผ่าตัด จ้องมองผมผ่านหน้ากากอนามัยที่เลื่อนลงมาคล้องคอ
ผมไม่ได้หันไปมองเธอทันที นิ้วมือที่สวมถุงมือกันความร้อนยังคงคีบประแจเลื่อนขันน็อตไทเทเนียมตัวสุดท้ายด้วยความแม่นยำระดับไมครอน กฎของฟิสิกส์ไม่เคยปรานีใคร และความตายก็เช่นกันครับ มันไม่สนใจว่าคุณจะเป็นวิศวกรผู้รอดชีวิตจากโศกนาฏกรรม หรือนายทหารผู้ภักดีต่อสมาพันธ์ดวงดาว
"ถ้าผมกลัวตาย ผมคงไม่เลือกซ่อมเครื่องยนต์ "รหัสลับจักรวาลที่ 9" ให้กลับมาเดินเครื่องร่วมกับคนที่จ้องจะใส่กุญแจมือผมหรอกครับ... ผู้กอง" ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แฝงความเย็นชาไว้เช่นเคย แม้ในใจลึกๆ จะยอมรับว่าสัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดประหลาดที่ไม่อาจปฏิเสธได้ระหว่างเรา
เราสองคนกำลังยืนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตาย ภายในสถานีอวกาศรกร้างที่ระบบแรงโน้มถ่วงกำลังล่มสลายทีละภาคส่วน ความขัดแย้งทางอุดมการณ์ระหว่างกฎระเบียบที่เธอถือครอง กับความจริงอันโหดร้ายทางวิทยาศาสตร์ที่ผมเผชิญหน้า บัดนี้ถูกบีบอัดให้เหลือเพียงทางเลือกเดียว นั่นคือการร่วมมือกัน... หรือไม่ก็ตายไปด้วยกัน
คาเรนหรี่ตาลงเล็กน้อย ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันอย่างใช้ความคิด เธอขยับกายเข้าไปใกล้ผมมากขึ้นจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร กลิ่นอายเฉพาะตัวของฝุ่นอวกาศและอะดรีนาลีนพุ่งปะทะประสาทสัมผัส มือข้างหนึ่งของเธอไม่ได้ถือปืนเลเซอร์อย่างที่เคยเป็น แต่กลับเอื้อมมาจับประแจในมือผมไว้ ช่วยประคองแรงหมุนในจังหวะสุดท้ายที่ต้องอาศัยความพร้อมเพรียง
"เราไม่ได้เป็นมิตรกัน... วอล์คเกอร์ จำใส่ใจเอาไว้" เธอกระซิบเสียงต่ำ ชิดริมหูผมจนสัมผัสได้ถึงไออุ่น "เราแค่แชร์ออกซิเจนถังเดียวกันชั่วคราว จนกว่าจะออกไปจากดาวร้างนี่ได้"
"ตามใจคุณเลยครับผู้กอง... จะเรียกว่าพันธมิตรทางผลประโยชน์ หรือเพื่อนร่วมทางจำยอม ก็สุดแล้วแต่พจนานุกรมในหัวของคุณจะบัญญัติ" ผมตอบกลับโดยไม่ละสายตาจากแผงวงจร
*คลิก*
เสียงกลไกภายในล็อกเข้าที่อย่างสมบูรณ์ หน้าจอแสดงผลหลักกะพริบวาบจากสีแดงฉานเปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกต แสงสว่างนวลตาค่อยๆ ไล่ความมืดมิดออกไปทีละมุม พร้อมกับเสียงคำรามต่ำๆ ของเครื่องยนต์หลักที่เริ่มกลับมาทำงานขับเคลื่อนอีกครั้ง แรงโน้มถ่วงเทียมถูกรีบูตขึ้นมาอย่างช้าๆ ทำให้ร่างของเราค่อยๆ แนบสนิทลงบนพื้นผิวเหล็กกล้า
เรายืนนิ่งอยู่ท่ามกลางเสียงเครื่องจักรที่เริ่มสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ คาเรนค่อยๆ ผละมือออกจากประแจ แต่สายตาของเธอยังคงตรึงอยู่กับใบผมที่ชื้นเหงื่อของผม ความเงียบงันระหว่างเราเต็มไปด้วยความหมายที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบายด้วยคำพูด
"คุณรอดมาได้เพราะฟิสิกส์... หรือเพราะความบ้าบิ่นกันแน่ วอล์คเกอร์" เธอยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มหายากที่ทรงพลังยิ่งกว่าอาวุธใดๆ ในคลังแสงของสมาพันธ์
"ก็อย่างละครึ่งละมั้งครับ" ผมตอบสั้นๆ ก่อนจะหันไปมองจอภาพหลักที่แสดงพิกัดการเดินทางชุดใหม่
ทว่า ในวินาทีที่ระบบการสื่อสารภายในกู้คืนสำเร็จและสัญญาณดาวเทียมรอบนอกเชื่อมต่อเข้ากับฐานข้อมูลหลักของสถานี เสียงแจ้งเตือนภัยระดับวิกฤตก็ดังขึ้นแทรกบรรยากาศความเงียบงัน หน้าจอหลักไม่ได้แสดงเส้นทางหลบหนีอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันกลับปรากฏภาพสตรีมมิ่งสดจากห้องควบคุมลับที่อยู่ลึกลงไปใต้พื้นผิวดาวร้างสามกิโลเมตร—ภาพของร่างไร้วิญญาณสามร่างในชุดเจ้าหน้าที่สมาพันธ์... และรหัสผ่านจักรวาลที่ถูกปลดล็อกโดยบุคคลที่สามซึ่งเราไม่เคยคาดคิดมาก่อน
คาเรนเบิกตากว้าง ลมหายใจของเธอสะดุดไปชั่วขณะเมื่อมองเห็นใบหน้าของ "ผู้ตาย" บนหน้าจอชัดเจน
"นั่นมัน... เป็นไปไม่ได้" เสียงกระซิบของเธอสั่นเครือเล็กน้อย
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความมืดมิดในห้วงอวกาศอันหนาวเหน็บไปด้วยกันนะครับ
**ไฮเปอร์ไดรฟ์**
วิศวกรวิถีโค้งกับผู้คุมกฎแห่งดาวร้าง: รหัสลับจักรวาลที่ 9•ตอนที่ 13
จุดเปลี่ยนผ่าน
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวิถีโค้งกับผู้คุมกฎแห่งดาวร้าง: รหัสลับจักรวาลที่ 9 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!