แสงไฟสีส้มกะพริบถี่จากหน้าจอคอนโซลหลัก สะท้อนลงบนนัยน์ตาสีเทาเข้มของเอเลียส วอล์คเกอร์ ที่กำลังจ้องมองผลวิเคราะห์ดีเอ็นเอด้วยความนิ่งงัน รหัสพันธุกรรมบนจอไม่ได้ผิดเพี้ยนไปจากรายงานฉบับแรก มันตรงกันร้อยเปอร์เซ็นต์กับฐานข้อมูลของ ดร.อาร์เธอร์ เวลส์ อดีตหัวหน้าโครงการวิจัยเซกเตอร์ 9 บุคคลที่สมาพันธ์ดวงดาวประกาศอย่างเป็นทางการว่าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุการระเบิดของเตาปฏิกรณ์เมื่อสามปีก่อน
ทว่า... ร่างที่นอนไร้ลมหายใจอยู่ในห้องกัก 4 ณ วินาทีนี้ กลับยืนยันด้วยหลักฐานทางชีววิทยาว่าเขายังมีชีวิตอยู่ หรืออย่างน้อยที่สุด ก็เพิ่งใช้ลมหายใจไปในสถานีอวกาศแห่งนี้เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน
"คุณกำลังคิดอะไรอยู่ เอเลียส"
เสียงทุ้มแต่นุ่มนวลของร้อยเอก คาเรน วาลอส ดังขึ้นจากความมืดบริเวณทางเข้าห้องควบคุม เธอเดินเข้ามาใกล้โดยไม่มีเสียงฝีเท้า ใบหน้าคมคายภายใต้เครื่องแบบสมาพันธ์ยังคงเรียบเฉย แต่ดวงตาสีมรกตคู่นั้นกวาดมองหน้าจอและสังเกตปฏิกิริยาของวิศวกรหนุ่มอย่างพินิจพิจารณา เธอยืนเว้นระยะห่างในแบบฉบับของทหารมืออาชีพ แต่ความใกล้ชิดทางความคิดระหว่างคนทั้งคู่กลับสร้างแรงดึงดูดประหลาดที่ไม่อาจปฏิเสธได้
เอเลียสไม่หันไปมอง เธอ เขายังคงเลื่อนเคอร์เซอร์ไปตามบรรทัดโค้ดที่ถูกถอดรหัสออกมาจากหน่วยความจำของผู้บุกรุก
"ผมกำลังคิดว่า สมาพันธ์ดวงดาวของคุณมีนิสัยชอบโกหกเรื่องความตายของคนอื่นเป็นกิจวัตร หรือมันเป็นแค่โปรโตคอลมาตรฐานในการกลบเกลื่อนความล้มเหลวกันแน่ครับ ร้อยเอก" น้ำเสียงของเอเลียสราบเรียบ เย็นเยียบ แต่มันซ่อนความเย้ยหยันไว้ในทุกพยางค์
คาเรนขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกก้าวหนึ่ง กลิ่นอายจางๆ ของโอโซนและโลหะเย็นเฉียบจากชุดเกราะยุทธวิธีลอยมาแตะจมูก เธอยกมือขึ้นกอดอก สายตาคมกริบมองตรงไปยังหน้าจอ
"บางครั้งความจริงก็มีน้ำหนักเกินกว่าที่คนทั่วไปจะแบกรับไหว เอเลียส และหน้าที่ของคนในเครื่องแบบอย่างฉัน คือการรักษาเสถียรภาพ ไม่ใช่การขุดคุ้ยซากศพที่ถูกฝังไปแล้ว"
"แต่ซากศพที่ว่าดันเดินเข้ามาในเซกเตอร์ 9 พร้อมกับรหัสผ่านระดับโอเมก้า ซึ่งมีเพียงผู้อำนวยการโครงการและสภาสูงเท่านั้นที่รู้" เอเลียสหันขวับมาสบตาเธอ แววตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความระแวง "และคนที่อนุมัติรหัสผ่านนั้นในระบบเครือข่ายเมื่อคืนนี้... คือคุณใช่ไหม คาเรน"
บรรยากาศในห้องควบคุมพลันลดฮวบลงจนแทบติดลบ ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของระบบระบายอากาศที่ทำหน้าที่ของมันอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว คาเรนไม่หลบสายตา เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของวิศวกรหนุ่ม ความตึงเครียดระหว่างอุดมการณ์สองขั้ว—ระหว่างความถูกต้องตามกฎระเบียบของรัฐกับความจริงทางวิทยาศาสตร์ที่ไม่อาจบิดเบือน—กำลังปะทะกันอย่างเงียบเชียบในพื้นที่แคบๆ แห่งนี้
ก่อนที่ใครจะทันได้เอ่ยคำใดออกมา เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับสองก็ดังขึ้นแทรก คอนโซลสื่อสารหลักสว่างวาบด้วยข้อความด่วนจากศูนย์บัญชาการภาคพื้นสมาพันธ์
คาเรนหันไปมองหน้าจอสีแดงฉาน ดวงตาของเธอหรี่ลงเล็กน้อยเมื่ออ่านคำสั่งเข้ารหัสลับที่เพิ่งส่งตรงมาถึงเครื่องส่วนตัวของเธอ นิ้วเรียวยาวกดเปิดอ่านข้อความนั้นด้วยความรวดเร็ว แต่เมื่อกวาดสายตาผ่านตัวอักษรแต่ละบรรทัด กล้ามเนื้อกรามของเธอก็เกร็งแน่นโดยอัตโนมัติ
เอเลียสสังเกตเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นบนใบหน้าของเธอ แม้จะเป็นเพียงเสี้ยววินาทีก็ตาม
"มีคำสั่งอะไรจากเบื้องบนล่ะครับ ร้อยเอก หรือว่านี่คือเวลาที่หมาล่าเนื้อต้องทำตามคำสั่งโดยไม่สนว่าเหยื่อจะเป็นใคร" เขาเอ่ยแซะด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่นัยน์ตากลับจับจ้องทุกอากัปกิริยาของเธอ
คาเรนสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความรู้สึกบางอย่างที่กำลังตีรวนอยู่ในอก เธอปิดหน้าต่างข้อความลงอย่างรวดเร็วก่อนที่เอเลียสจะทันได้อ่านมันทั้งหมด แต่ช้าเกินไป—วิศวกรผู้ปราดเปรื่องอย่างเขาอ่านความเคลื่อนไหวของดวงตาเธออกทะลุปรุโปร่ง
"คำสั่งด่วนจากสภาสูง" คาเรนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่พยายามรักษาความมั่นคง แต่มันกลับมีความสั่นเครือเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ลึกจนแทบสังเกตไม่เห็น "ให้เรา... ปลดล็อกระบบระบายความร้อนของเซกเตอร์ 9 และเปลี่ยนเส้นทางพลังงานทั้งหมดไปยังห้องกักกัน"
เอเลียสเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปาก "โอ้ น่าสนใจนี่ครับ สมาพันธ์รักสันติของคุณจู่ๆ ก็อยากจะเพิ่มอุณหภูมิให้ห้องกักกันจนกล be อบอุ่นขึ้นมางั้นเหรอ?"
"ไม่ใช่ให้อบอุ่นขึ้น เอเลียส..." คาเรนหลุบตาลงเล็กน้อยก่อนจะเงยขึ้นสบตากับเขาตรงๆ แววตาของเธอลึกล้ำและเต็มไปด้วยความขัดแย้งภายใน "พวกเขาสั่งให้เผาทำลาย... เพื่อลบหลักฐานทุกอย่างทิ้ง รวมถึงตัวของ ดร.อาร์เธอร์ ที่อยู่ข้างในนั้นด้วย"
ความเงียบกลับมาเยือนอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่สงบสุข มันคือความเงียบก่อนพายุใหญ่จะโหมกระหน่ำ
เอเลียสหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง เขาหันกลับไปเผชิญหน้ากับหน้าจอควบคุมหลัก นิ้วมือเรียวยาววางลงบนแป้นพิมพ์โฮโลแกรมพร้อมใช้งานทันที
"น่าเสียดายจริ๊ง..." เอเลียสลากเสียงยาว ดวงตาคมกริบกวาดมองโค้ดความปลอดภัยที่เขาเป็นคนเขียนขึ้นมากับมือ "ในฐานะหัวหน้าวิศวกรผู้ดูแลระบบโครงสร้างทั้งหมดของสถานีแห่งนี้ ผมเกรงว่าผมจะปล่อยให้คุณทำตามคำสั่งโง่ๆ นั่นไม่ได้หรอกนะครับ ร้อยเอก"
คาเรนก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาในระยะที่ห่างกันเพียงไม่กี่คืบ มือเรียวเอื้อมไปทาบลงบนขอบโต๊ะคอนโซล กั้นทางหนีทีไล่ของเขาไว้ทั้งหมด เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่ปะทะกัน
"คุณกำลังเล่นกับไฟนะ เอเลียส การขัดคำสั่งสมาพันธ์มีโทษสถานหนัก... และฉันไม่อยากเห็นคุณกลายเป็นศัตรูของรัฐ" น้ำเสียงของเธอจริงจังและเฉียบขาด เต็มไปด้วยความห่วงใยที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยคราบของนายทหาร
เอเลียสโน้มตัวเข้าไปใกล้เธอเช่นกัน ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนเหลือเพียงนิดเดียว เขายิ้มมุมปาก นัยน์ตาสีเทาเข้มสะท้อนภาพใบหน้าของเธออย่างชัดเจน
"ถ้าความถูกต้องหมายถึงการฆ่าคนปิดปาก เพื่อรักษาความลับเน่าๆ ของพวกคุณ..." เอเลียสกระซิบชิดริมฝีปากของเธอ น้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่หนักแน่นในทุกคำพูด "ผมยอมเป็นศัตรูกับทั้งจักรวาลยังจะดีเสียกว่า"
คาเรนชะงักไปชั่วขณะ หัวใจในอกเต้นรัวผิดจังหวะไม่ใช่เพราะความโกรธ แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดอันตรายที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวชายหนุ่มตรงหน้า—ความดื้อรั้นที่เฉียบคมและชวนหลงใหลจนน่ากลัว
ทว่า ก่อนที่บทสนทนาอันตึงเครียดและชวนใจเต้นระทึกจะได้ดำเนินต่อไป เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสคู่ก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก มุ่งตรงมายังห้องควบคุมหลักด้วยความเร็วสูง พร้อมๆ กับไฟฉุกเฉินสีแดงที่เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินกะพริบเตือนรัว
ระบบรักษาความปลอดภัยของสถานีส่งเสียงแจ้งเตือนอัตโนมัติด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้ชีวิตชีวา:
*[แจ้งเตือน: ตรวจพบการบุกรุกเพิ่มเติมจากภายนอกสถานี... ยืนยันรหัสประจำตัว... แหล่งที่มา: ยานสำรวจไร้ชื่อจากเขตสุญญตาที่ 12]*
คาเรนผละออกจากเอเลียสทันที ใบหน้าของเธอแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดขั้นสุดเมื่อมองไปยังหน้าจอกล้องวงจรปิดภายนอกสถานี
ภาพที่ปรากฏบนจอทำให้แม้แต่ทหารผ่านศึกอย่างเธอต้องสูดลมหายใจเข้าลึก ยานอวกาศขนาดเล็กสีดำสนิทอย่างไร้รหัสประจำตัวกำลังเกาะติดเข้ากับแอร์ล็อคหมายเลข 3 และประตูห้องควบคุมกำลังถูกตัดผ่านด้วยลำแสงเลเซอร์ความร้อนสูง
เอเลียสขมวดคิ้วแน่น ดวงตาหรี่ลงเมื่อสังเกตเห็นสัญลักษณ์สลักอยู่ข้างตัวถังยานลำนั้น—สัญลักษณ์รูปเฟืองหักครึ่งทับด้วยดาบไขว้ ซึ่งเป็นเครื่องหมายขององค์กรนอกกฎหมายที่ควรจะสูญพันธุ์ไปตั้งแต่สงครามดาวเคราะห์ครั้งก่อน
"ดูเหมือนว่าเราจะมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาเพิ่มสินะครับ..." เอเลียสพึมพำเบาๆ พร้อมกับเลื่อนมือไปเตรียมเปิดระบบป้องกันขั้นสุดท้าย "และถ้าผมเดาไม่ผิด... พวกมันไม่ได้มาเพื่อช่วย ดร.อาร์เธอร์ แน่นอน"
คาเรนดึงปืนพกเลเซอร์ออกจากซองข้างเอวอย่างรวดเร็ว ปลดล็อกเซฟด้วยเสียงคลิกหนักแน่น เธอกวาดสายตามองไปยังประตูทางเข้าที่กำลังถูกทำลายทีละนิด ก่อนจะหันมาสบตากล่าวกับวิศวกรหนุ่มด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
"เตรียมตัวให้ดี เอเลียส... เพราะตอนนี้ไม่ใช่แค่สมาพันธ์ที่ต้องการตัวคนในห้องกักกันนั้น แต่ไอ้พวกนอกรีตข้างนอกนั่น... มันกำลังจะเข้ามาฆ่าเราทุกคนเพื่อแย่งชิงความลับนั้นไปเช่นกัน"
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความมืดมิดในห้วงอวกาศอันหนาวเหน็บไปด้วยกันนะครับ ไฮเปอร์ไดรฟ์
วิศวกรวิถีโค้งกับผู้คุมกฎแห่งดาวร้าง: รหัสลับจักรวาลที่ 9•ตอนที่ 8
รอยร้าวในอุดมการณ์
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวิถีโค้งกับผู้คุมกฎแห่งดาวร้าง: รหัสลับจักรวาลที่ 9 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!