วิศวกรวิถีโค้งกับผู้คุมกฎแห่งดาวร้าง: รหัสลับจักรวาลที่ 9•ตอนที่ 7

การไล่ล่าในสภาวะไร้น้ำหนัก

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าเอเลียสกระพริบเตือนเป็นสีแดงฉาน รหัสคำสั่งระดับสูงสุดจากศูนย์บัญชาการสมาพันธ์ดวงดาวที่ปรากฏค้างอยู่บนเรติน่าของเขายังคงทิ้งไอความเย็นเยียบไว้ในกระแสเลือด *[ยืนยันคำสั่งปฏิบัติการ: กวาดล้างสิ่งมีชีวิตทั้งหมดบนสถานี และจับกุม ‘ร้อยเอก คาเรน วาลอส’ ในฐานะผู้สมรู้ร่วมคิดกับเป้าหมาย]* มันคือคำพิพากษาประหารชีวิตทั้งเป็นสำหรับคนทั้งคู่ แต่ในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วงของสถานีวิจัยร้างเซกเตอร์ที่ 9 ความตายไม่ได้มาในรูปแบบของกระสุนปืนหรือคมดาบ แต่มันคือความเงียบงันของออกซิเจนที่กำลังลดลง และแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางที่คำ toánพลาดไม่ได้แม้แต่มิลลิเมตรเดียว “คาเรน... คุณกำลังเดินเข้าหาทางตัน” เสียงทุ้มต่ำของเอเลียสลอดผ่านระบบสื่อสารภายในเข้ารuกูฟังของร้อยเอกสาว สายตาของเขาจดจ่ออยู่กับแผนผังโครงสร้าง 3 มิติของสถานีที่สะท้อนอยู่ในดวงตา คราบเหงื่อที่ขมับไม่ได้ทำให้ความนิ่งขรึมของวิศวกรหนุ่มลดน้อยลงเลย เขายังคงคำนวณเวกเตอร์การเคลื่อนที่ของผู้บุกรุกและเส้นทางหลบหนีของเธอด้วยสมองที่ทำงานราauคอมพิวเตอร์ควอนตัม ปลายสายมีเพียงเสียงลมหายใจที่หนักหน่วงและขาดห้วง คาเรน วาลอส กำลังพิงแผ่นหลังแนบกับผนังโลหะเย็นเฉียบของท่อระบายอากาศระดับ 4 นิ้วมือเรียวยาวที่สวมถุงมือยุทธวิธีสั่นระริกเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว—ทหารอาชีพอย่างเธอไม่รู้จักคำนั้น—แต่เป็นเพราะพิษจากกระสุนนาโนที่เฉียดหัวไหล่ขวาไปเมื่อสามนาทีที่แล้ว “ฉันรู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ เอเลียส” เสียงของเธอรอดไรฟันออกมาด้วยความเจ็บปวดแต่ยังคงความเด็ดเดี่ยว “พวกมันไม่ได้ต้องการแค่ข้อมูลโครงการรหัสลับจักรวาล... พวกมันต้องการกวาดล้างพยานทุกคนเพื่อปิดปากเรื่องที่สถานีนี้ทดลองลักลอบเชื่อมต่อกับมิติที่เก้า” “เหตุผลเชิงอุดมการณ์ของคุณมันกินไม่ได้ในสุญญากาศหรอกนะ ร้อยเอก” เอเลียสตอบกลับทันควัน นิ้วมือเรียวรัวแป้นพิมพ์โฮโลแกรมอย่างบ้าคลั่งเพื่อเจาะระบบควบคุมแรงโน้มถ่วงเทียม “ตอนนี้ผู้สังหารจากหน่วยรบพิเศษ ‘โครนอส’ อีกสามนายกำลังปิดล้อมทางแยกทิศเหนือ ถ้าคุณยังดึงดันจะเดินหน้าไปที่ห้องควบคุมหลัก คุณจะกลายเป็นแค่เศษเนื้อลอยเคว้งในอวกาศก่อนที่จะได้กดปุ่มส่งสัญญาณฉุกเฉินเสียอีก” “แล้วคุณจะให้ฉันทำยังไง ยอมจำนนต่อคำสั่งทรยศนั่นหรือไง ให้ฉันสวมกุญแจมือแล้วรอความตายในฐานะแพะรับบาปอย่างนั้นเหรอ!” คาเรนกัดฟันกรวด ฝ่ามือข้างที่ใช้การได้กำด้ามปืนพลาสมาแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านชนกับความรู้สึกผิดหวังในองค์กรที่เธออุทิศชีวิตรับใช้มาตลอดสิบปี “ผมไม่ได้บอกให้คุณยอมจำนน...” เอเลียสเว้นจังหวะไปชั่วเสี้ยววินาที สายตาคมกริบกวาดมองตัวเลขคำนวณความเร็วลมในท่อระบายอากาศ “ผมกำลังจะบอกว่า... ปล่อยให้ผมเป็นคนขับเคลื่อนคุณเอง” ชั่วพริบตานั้นเอง เอเลียสกดสวิตช์ตัดการจ่ายพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าของท่อระบายอากาศโซน B ทั้งหมด แรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางที่เคยตรึงทุกคนไว้กับพื้นหายวับไปในพริบตา สถานีทั้งสถานีพลิกเข้าสู่ภาวะไร้น้ำหนักอย่างสมบูรณ์ คาเรนรู้สึกได้ว่าร่างกายของเธอลอยเคว้งขึ้นจากพื้นโลหะโดยอัตโนมัติ ก่อนที่เธอจะทันตั้งตัว ระบบประตูฉุกเฉินเบื้องหน้าก็ดีดเปิดออกด้วยแรงดันลมที่เอเลียสควบคุมจากระยะไกล มันเหวี่ยงร่างของเธอพุ่งทะยานไปตามอุโมงค์มืดมิดด้วยความเร็วสูงราวกับกระสุนปืนที่หลุดจากลำกล้อง “ยึดเหนี่ยวกับผนังด้านซ้ายองศาที่สี่สิบห้า!” เสียงคำรามของเอเลียสผ่านหูฟังดังก้องเฉียบขาด “หน่วยโครนอสกำลังดักรออยู่ที่มุมอับข้างหน้าอีกสิบเมตร เตรียมตัว... สาม, สอง, หนึ่ง—ยิง!” ด้วยสัญชาตญาณอันยอดเยี่ยมของทหารหน่วยรบพิเศษ คาเรนหมุนตัวกลางอากาศอย่างไร้แรงโน้มถ่วงได้อย่างงดงามราวกับนักกายกรรม เธอใช้เท้ากระแทกกับโครงสร้างเหล็กเพื่อเปลี่ยนวิถีพุ่งตัว พร้อมกับเหนี่ยวไกปืนพลาสมาเข้าใส่เงาดำที่โผล่พรืดออกมาจากมุมมืด แสงสีฟ้าเจิดจ้าวาบขึ้นทำลายระบบมองเห็นภาพความร้อนของมือสังหารฝ่ายตรงข้ามจนร่างนั้นกระเด็นกระแทกผนังโลหะเสียงดังสนั่น “เคลียร์พื้นที่โซนสาม...” คาเรนหอบหายใจถี่กระชั้น ขณะที่เธอลอยตัวนิ่งสนิทอยู่กลางโถงทางเดินไร้น้ำหนัก สายตาคมกวาดมองไปรอบตัวด้วยความระแวดระวัง “แต่พวกมันยังมีกำลังเสริมอีกมาก เอเลียส ระบบนำทางสำรองของคุณใช้งานได้จริงหรือเปล่า หรือเราจะตายด้วยกันที่นี่?” “ผมไม่ชอบตายเดี่ยวหรอกนะ ร้อยเอก... และยิ่งไม่ชอบตายร่วมกับคนดื้อรั้นอย่างคุณด้วย” เสียงของเอเลียสเจือรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก แม้ว่าในสถานการณ์จริงใบหน้าของเขาจะเคร่งเครียดจนแทบจะเป็นอัมพาต “ตอนนี้ผมเปิดประตูห้องนิรภัยลับใต้พื้นห้องควบคุมให้คุณแล้ว ที่นั่นมีแคปซูลหลบหนีรุ่นเก่าที่ระบบสมาพันธ์สแกนไม่ถึง รีบไปซะ” “แล้วคุณล่ะ?” คาเรนถามสวนกลับทันที น้ำเสียงของเธอมีความลังเลแปลกประหลาดที่เธอเองก็ไม่เข้าใจ “ผมต้องอยู่เคลียร์ร่องรอยดิจิทัลทั้งหมด มิฉะนั้น ต่อให้คุณหนีไปสุดขอบจักรวาล สมาพันธ์ก็จะตามล่าคุณเจอภายในสัปดาห์เดียว” เอเลียสตอบเรียบๆ ก่อนจะเสริมด้วยประโยคที่ทำให้หัวใจของนายทหารสาวกระตุกวูบ “รีบไปเถอะ... ก่อนที่ผมจะเปลี่ยนใจแล้วลากคุณมาขังไว้ข้างๆ ผมตรงนี้” คาเรนกัดริมฝีปากแน่น เธอกำลังจะเอ่ยปากแย้งบางอย่าง แต่ทว่า... จู่ๆ สัญญาณภาพโฮโลแกรมที่เชื่อมต่อกับเอเลียสก็เกิดอาการกระตุกอย่างรุนแรง ภาพของวิศวกรหนุ่มในห้องควบคุมเริ่มบิดเบี้ยวกลายเป็นคลื่นสัญญาณรบกวนสีขาวโพลน และก่อนที่สัญญาณจะตัดขาดลงอย่างสมบูรณ์ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ก็ดังสะท้านขึ้นผ่านโครงสร้างเหล็กของสถานี—ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของมนุษย์ที่สวมรองเท้าบูทสมาพันธ์ แต่มันคือเสียงก้ามโลหะขูดขีดไปกับผนังที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ห้องควบคุมหลักด้วยความเร็วน่ากลัว เอเลียสเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อหน้าจอหลักของเขาดับวูบลง พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนสีแดงเข้มที่ปรากฏขึ้นบนจอเรติน่าของเขาเองโดยที่เขาไม่ได้เป็นคนพิมพ์... *[พบผู้บุกรุกนิรนาม: ยืนยันรหัสดีเอ็นเอตรงกับ ‘อดีตหัวหน้าโครงการวิจัยเซกเตอร์ 9’ (ผู้ที่เสียชีวิตไปแล้วเมื่อสามปีก่อน)]* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันยาวนานและร่วมลุ้นระทึกไปกับความลับดำมืดในห้วงอวกาศอันหนาวเหน็บนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวิถีโค้งกับผู้คุมกฎแห่งดาวร้าง: รหัสลับจักรวาลที่ 9 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%