เล่ห์รักยอดหทัย: ชายาสองหน้าผู้พลิกบัลลังก์•ตอนที่ 6

ของกำนัลลึกลับ

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
กลิ่นหอมของกำยานหมื่นลี้ที่ลอยวนเวียนอยู่ภายในตำหนักบูรพา ยามนี้กลับมิได้ช่วยให้ความตึงเครียดเจือจางลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับสร้างบรรยากาศที่กดดันจนราวกับอากาศในห้องนี้กำลังถูกสูบออกไปทีละน้อย หลินฟางเซียนยืนนิ่งค้างอยู่ในท่าเดิม ดวงตาดอกท้อหงส์หรี่ลงจ้องมองปิ่นปักผมหยกขาวลายดอกเหมันต์ที่วางอยู่บนถาดผ้าแพรต่วนสีชาด ปิ่นเล่มนั้น... นางจำมันได้แม่นยำยิ่งกว่าลายมือของตนเอง มันคือสิ่งของชิ้นสุดท้ายที่บิดาผู้ล่วงลับเคยใช้เสียบมวยผมในยามที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ และมันควรจะหายสาบสูญไปพร้อมกับกองเพลิงที่เผาผลาญจวนอัครเสนาบดีหลินในคืนวันอัปยศเมื่อสามปีก่อน เหตุใดจึงมาปรากฏอยู่ที่นี่ได้? และผู้ใดกันที่เป็นคนส่งมันมา? "พระชายา... สีพระพักตร์ของพระองค์ดูไม่สู้ดีเลยเพคะ" เสียงกระซิบเจือความร้อนรนของอี้หลาน สาวใช้คนสนิทดังขึ้นเบาๆ ดึงสติของนางให้กลับคืนมา ฟางเซียนสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวระลอกใหญ่ที่กำลังตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่อก นางขยับริมฝีปากที่แห้งผากเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบเย็นเยียบจนน่ากลัว "เจ้าถอยไปก่อน... แล้วตรวจดูรอบตำหนักให้แน่ใจว่าไม่มีใครแอบฟัง" อี้หลานลังเลอยู่ชั่วลมหายใจ แต่มือเรียวสั่นเทาก็ยอมถอยร่นออกไปปิดประตูดานนอกอย่างเงียบเชเชียบ เมื่อภายในห้องเหลือเพียงความเงียบงัน ฟางเซียนจึงค่อยๆ ยื่นปลายนิ้วอันเรียวยาวออกไปสัมผัสกับเนื้อหยกเย็นเฉียบของปิ่นเล่มนั้น ทันทีที่ผิวเนื้อสัมผัส ความทรงจำอันเจ็บปวดและคาวเลือดในคืนนั้นก็ไหลทะลักย้อนกลับเข้ามาในห้วงคำนึงราวกับสายน้ำหลาก *เพลิงเผาผลาญ... เสียงกรีดร้อง... และร่างไร้วิญญาณของบิดา* บิดาของนางถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏ ขายชาติและสมคบคิดกับแคว้นศัตรู เอกสารลับราชสำนักถูกพบซุกซ่อนอยู่ในห้องทำงานของท่าน และปิ่นปักผมเล่มนี้... คือเครื่องประดับประจำตัวที่บิดามักสวมใส่ในยามเข้าเฝ้าฮ่องเต้เสมอ ฟางเซียนเคยคิดว่ามันถูกทำลายไปพร้อมกับกองเพลิงพิโรธนั้นแล้ว แต่การที่มันถูกส่งมาวางไว้ตรงหน้านางในยามนี้ ย่อมหมายความว่า... คดีของตระกูลหลินเมื่อสามปีก่อน มี "เบื้องลึกเบื้องหลัง" ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าที่นางเคยคาดคิดไว้เสียอีก! "ช่างเป็นการต้อนรับที่... เยือกเย็นยิ่งนัก" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจดังขึ้นจากความมืดบริเวณมุมฉากกั้นห้อง ฟางเซียนสะดุ้งเฮือก หัวใจกระตุกวูบ รีบผุดลุกขึ้นแล้วหันขวับไปมองตามต้นเสียง ท่ามกลางเงาสลัวของราตรีที่ทาบทับลงมา ร่างสูงสง่าในชุดฉลองพระองค์สีดำปักลายมังกรทองห้ากรงเล็บกำลังก้าวออกมาอย่างช้าๆ แววตาคมกริบดั่งพญาอินทรีคู่นั้นจ้องมองนางนิ่งราวกับจะทะลุทะลวงเข้าไปถึงก้นBบึ้งของจิตใจ จักรพรรดิหลงอี้เทียน! พระองค์เสด็จมาตั้งแต่เมื่อใด? และทรงเห็นอะไรไปบ้างแล้ว? "ถวายบังคมฝ่าบาท... หม่อมฉันไม่ทราบว่าพระองค์เสด็จ" ฟางเซียนรีบย่อกายลงทำความเคารพอย่างรวดเร็วเพื่อซ่อนประกายความตื่นตระหนกในดวงตา แม้ภายในใจจะปั่นป่วนราวกับมีคลื่นพายุโหมกระหน่ำ แต่ใบหน้าของนางกลับยังคงรักษาความเยือกเย็นเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน หลงอี้เทียนไม่เอ่ยคำอนุญาตให้ลุกขึ้นทันที พระองค์ทรงพระดำเนินเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของนาง กลิ่นอายบุรุษเพศอันทรงอำนาจและกลิ่นจันทน์หอมจางๆ ลอยปะทะนาสิก ร่างสูงใหญ่ก้มพระวรกายลงเล็กน้อย พระaniจับปลายคางมนของนางเชิดขึ้นบังคับให้สบพระพักตร์ "เจ้าดูตกใจมิใช่น้อย ฟางเซียน..." น้ำเสียงของพระองค์ทุ้มนุ่มน่าฟัง แต่แฝงไปด้วยความกดดันชนิดที่ทำให้ผู้ฟังแทบหยุดหายใจ "ของกำนัลชิ้นนั้น... ถูกใจเจ้าหรือไม่เล่า?" ฟางเซียนเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาคู่สวยสบประสานกับพระเนตรที่เต็มไปด้วยเลศนัยของพระองค์โดยไม่ยอมหลบหนี "ฝ่าบาททรงหมายความว่ากระไร... หม่อมฉันไม่เข้าใจในสิ่งที่พระองค์ตรัส" "ไม่เข้าใจ? หรือแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจกันแน่" หลงอี้เทียนแย้มพระสรวลหยันที่มุมพระoวษฐ์ ช่างเป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตาเลยแม้แต่น้อย "ปิ่นเล่มนั้น... เป็นของดูต่างหน้าชิ้นสำคัญของอดีตอัครเสนาบดีหลินผู้เป็นบิดาของเจ้า มิใช่หรือ? ข้าอุตส่าห์เมตตาให้คนไปขุดคุ้ยมันขึ้นมาจากซากปรักหักพัง เพื่อนำมามอบให้เป็น 'ของขวัญ' ในการเข้าวังหลังของเจ้า... เจ้าไม่ควรจะซาบซึ้งใจจนหลั่งน้ำตาออกมาหรอกหรือ?" คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระหม่อม! ฟางเซียนเบิกوตาโพ้างอย่างลืมตัว ความรู้สึกเย็นวาบแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง พระองค์ทรงรู้... หลงอี้เทียนทรงรู้มาโดยตลอดว่านางคือบุตรสาวของอดีตอัครเสนาบดีหลินที่รอดชีวิตมาได้! และพระองค์ยังเป็นคนสั่งให้คนไปนำปิ่นเล่มนี้มาให้นางเองอย่างนั้นหรือ? นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! พระองค์เล่นตลกอะไรอยู่ ทรงต้องการจะเหยียบย่ำนางให้จมดิน หรือกำลังทดสอบความอดทนของนางกันแน่? "ฝ่าบาททรงเล่นสนุกเกินไปแล้ว..." ฟางเซียนเค้นเสียงลอดไรฟัน ความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับไว้เริ่มแผดเผาจนยากจะควบคุม "การขุดคุ้ยเรื่องราวในอดีตที่ตายไปแล้วขึ้นมาเยาะเย้ยหม่อมฉัน... สนุกมากนักหรือเพคะ!" "เยาะเย้ย?" หลงอี้เทียนทวนคำ รอยยิ้มบนพระพักตร์พลันเลือนหายไป กลแทนที่ด้วยแววตาดุดันจริงจัง พระองค์โน้มพระวรกายเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่ข้างพระoกง "เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าเรื่องของตระกูลหลินเป็นเพียงแค่เรื่องราวที่ 'ตายไปแล้ว'? ฟางเซียน เจ้าฉลาดนักมิใช่หรือ ไฉนจึงมองไม่เห็นความจริงที่ถูกซ่อนอยู่เบื้องหลังคราบน้ำตาของตนเองล่ะ?" ฟางเซียนชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึก สมองที่หมุนวนอย่างรวดเร็วประมวลผลคำพูดของพระองค์ ความหมายในพระดำรัสเมื่อครู่... หรือว่าคดีกบฏเมื่อสามปีก่อนจะมีเงื่อนงำอื่นซ่อนอยู่จริงๆ? หรือว่าบิดาของนาง... มิได้เป็นกบฏอย่างที่แผ่นดินกล่าวหา? ก่อนที่นางจะได้เอ่ยปากซักถามสิ่งใดเพิ่มเติม ทันใดนั้น... เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงร้องตะโกนเอะอะโวยวายก็ดังแว่วมาจากนอกตำหนัก พร้อมกับเสียงทุบประตูอย่างรุนแรง "เกิดอะไรขึ้นข้างนอกนั้น!" หลงอี้เทียนขมวดพระพักตร์มุ่นด้วยความไม่พอใจ ตรัสถามด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ แต่ยังไม่ทันที่ขันทีด้านนอกจะได้ทูลตอบ ประตูไม้บานใหญ่ของตำหนักบูรพาก็ถูกถีบกระเด็นเปิดออกอย่างไร้ความเกรงอกเกรงใจ! ท่ามกลางแสงคบเพลิงที่สาดส่องเข้ามาวับแวม ร่างระหงในชุดผ้าไหมปักลายหงส์ทองอันงดงามวิจิตรตระการตาก็ปรากฏขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่ฉาบอยู่บนใบหน้าอันงดงามแต่ไร้ความปรานี กุ้ยเฟยหลิวเมิ่ง! สตรีผู้ทรงอำนาจที่สุดในวังหลังเวลานี้ ก้าวย่างเข้ามาด้วยท่าทีเย่อหยิ่งราวกับนางพญา พร้อมกับกวาดสายตาคมปลาบมองมาที่หลงอี้เทียนและฟางเซียนที่ยืนประชิดกันอยู่ด้วยรอยยิ้มหยัน "ทูลฝ่าบาท... หม่อมฉันได้กลิ่นควันไฟและกลิ่นอายของ 'กบฏ' ลอยอบอวลมาจากตำหนักนี้ จึงเกรงว่าพระชายาหลินจะตกอยู่ในอันตราย... ว่าแต่ยามดึกดื่นเช่นนี้ ฝ่าบาททรงมาทำอันใดในห้องนอนของพระชายาใหม่ผู้มีสายเลือดชั่วร้ายคนนี้กันเพคะ?" หล้าเมิ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานหยดย้อย แต่แฝ้งไว้ด้วยพิษสงร้ายกาจที่พร้อมจะฉีกกระชากคู่ต่อสู้ให้แหลกเป็นชิ้นๆ ฟางเซียนหรี่ตามองหลิวเมิ่งที่จู่ๆ ก็บุกเข้ามาในยามวิกาลอย่างผิดเวลา สายตานางกวาดเลยผ่านร่างของกุ้ยเฟยไปปะทะเข้ากับเงาร่างของขันทีผู้หนึ่งที่ยืนก้มหน้าตัวสั่นงกอยู่ด้านหลัง... ขันทีผู้นั้นถือ "กล่องไม้ประดับมุก" ที่หน้าตาคุ้นตาอย่างยิ่ง กล่องไม้ที่ใช้เก็บเอกสารลับของบิดานาง! หัวใจของฟางเซียนกระตุกวูบรุนแรง ดำดิ่งลงสู่ห้วงเหวลึกในทันที *แย่แล้ว... นี่คือแผนซ้อนแผน!* ปิ่นปักผมเป็นเพียงแค่เหยื่อล่อ... แต่เป้าหมายที่แท้จริงของศัตรู คือการโยนความผิดฐาน "ซ่อนเร้นเอกสารกบฏ" ให้แก่ตำหนักของนางในคืนนี้ต่างหาก! หลิวเมิ่งแย้มยิ้มกว้างอย่างผู้กำชัยชนะในกำมือ นางโบกมือ1ครั้ง ขันทีผู้นั้นก็รีบก้าวออกมายกกล่องไม้ในมือขึ้นสูง พร้อมกับร้องตะโกนลั่นด้วยความตื่นตระหนกที่แสร้งทำขึ้น "ทูลฝ่าบาท! หม่อมฉันพบกล่องเอกสารลับของกบฏตระกูลหลิน... ซุกซ่อนอยู่ใต้เตียงบรรทมของพระชายาฟางเซียนพ่ะย่ะค่ะ!" ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันเข้มข้นนี้ร่วมกันนะคะ หวังว่าบทนี้จะสร้างความระทึกใจให้ทุกท่านได้ไม่น้อยเลยค่ะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักยอดหทัย: ชายาสองหน้าผู้พลิกบัลลังก์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%