เล่ห์รักยอดหทัย: ชายาสองหน้าผู้พลิกบัลลังก์•ตอนที่ 7

ค่ำคืนใต้แสงจันทร์

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
“กล่องใบนี้... ตระกูลหลินของหม่อมฉันถูกทำลายจนสิ้นซากไปเมื่อสามปีก่อน แล้วเหตุใดเอกสารที่ควรจะกลายเป็นเถ้าถ่านในกองเพลิง กลับมาวางสงบนิ่งอยู่ใต้เตียงบรรทมของหม่อมฉันได้เล่าเพคะ?” เสียงของหลินฟางเซียนราบเรียบราวกับผิวน้ำในบึงลึก ทว่าแววตาของนางที่ช้อนขึ้นมองจักรพรรดิหลงอี้เทียนกลับคมกริบดุจใบมีดโกน ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบงันจนได้ยินเสียงเปลวเทียนวูบไหวในตำหนักเย็นเยียบ กลิ่นกำยานที่เคยหอมรื่นกลับดูหนักอึ้งราวกับอากาศที่ปราศจากออกซิเจน หลงอี้เทียนไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที เขาก้าวเดินช้าๆ รอบร่างที่ยืนตระหง่านของนาง มุมปากหนาของบุรุษผู้กุมอำนาจสูงสุดใต้หล้ากระตุกยิ้มที่อ่านไม่ออก เขาหยุดยืนเบื้องหลังนาง ก่อนจะโน้มตัวลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนรินรดข้างใบหู “เจ้าไม่ได้ดูตกใจเลยสักนิด ฟางเซียน” เสียงของเขาต่ำพร่า ทรงอำนาจและเยือกเย็น “ขุนนางคนสนิทของข้าเพิ่งนำหลักฐานชิ้นนี้มามอบให้ หากเป็นสนมคนอื่น ป่านนี้คงร้องไห้ฟูมฟายคร่ำครวญถึงความบริสุทธิ์ไปแล้ว แต่เจ้า... กลับถามหา ‘ที่มา’ ของมันอย่างใจเย็น” ฟางเซียนนิ่งงัน นางไม่ได้ถอยหนี แต่กลับหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเขาโดยตรง ระยะห่างที่ใกล้จนปลายจมูกแทบจะแตะกันทำให้นางเห็นประกายไฟในดวงตาคมกริบคู่นั้น “หากหม่อมฉันร้องไห้ ฝ่าบาทจะทรงเมตตาหรือเพคะ?” นางถามกลับด้วยรอยยิ้มจางที่มุมปาก “หรือหากหม่อมฉันคุกเข่าอ้อนวอน พระองค์จะทรงเชื่อหรือว่านี่คือแผนการใส่ร้ายของคนในวังหลัง... หรือเป็นเพราะพระองค์เองที่ทรง ‘อนุญาต’ ให้กล่องใบนี้ปรากฏขึ้นมาเพื่อทดสอบความนิ่งของหม่อมฉันกันแน่?” หลงอี้เทียนชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาลึกซึ้งขึ้น เขาใช้ปลายนิ้วเชยคางนางขึ้นเบาๆ สัมผัสที่แฝงไว้ด้วยคำเตือนและอำนาจ “เจ้าฉลาดเกินไป ฟางเซียน... ความฉลาดมักนำพาภัยมาสู่เจ้าของเสมอ” เขากล่าวพลางมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ดื้อรั้น “กุ้ยเฟยพยายามเสนอตัวว่านางรู้เห็นเรื่องนี้ แต่นางกลับไม่รู้ว่าเอกสารข้างในนี้... คือเอกสารที่ข้า ‘เผาทำลาย’ ไปด้วยมือของตนเองเมื่อสามปีก่อน” หัวใจของฟางเซียนกระตุกวูบ แต่นางยังคงรักษาความสงบทางสีหน้าได้อย่างแนบเนียน นี่คือกับดักซ้อนกับดัก หากเอกสารนี้เป็นของปลอมที่เพิ่งถูกสร้างขึ้นเพื่อกำจัดนาง แสดงว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังไม่ใช่แค่กุ้ยเฟยหลิวเมิ่ง แต่ต้องมีคนในราชสำนักที่ต้องการใช้ความแค้นของตระกูลหลินเป็นเครื่องมือ “หม่อมฉันไม่ทราบว่าฝ่าบาททรงหมายความว่าอย่างไร แต่หากสิ่งนี้คือเครื่องมือที่พระองค์ใช้เพื่อพิสูจน์ความจงรักภักดีของหม่อมฉัน... หม่อมฉันก็ขอบอกไว้ตรงนี้ว่า ตระกูลหลินไม่เคยคิดกบฏ และตัวหม่อมฉันเองก็ไม่เคยคิดจะทรยศต่อคนผู้นี้” นางเน้นคำว่า ‘คนผู้นี้’ พร้อมกับสบตากับเขาอย่างท้าทาย “แม้ว่าเขาจะเคยเป็นคนที่ส่งบิดาเจ้าไปสู่ความตายงั้นหรือ?” หลงอี้เทียนกระซิบเสียงต่ำ ราวกับต้องการขุดรากถอนโคนความรู้สึกที่นางซ่อนไว้ “โชคชะตาคือสิ่งที่มนุษย์ไม่อาจหลีกเลี่ยง แต่การยืนหยัดบนเศษซากของโชคชะตานั้นต่างหากที่เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าใครคือผู้ชนะ” ฟางเซียนย่อตัวลงถวายบังคมช้าๆ “คืนนี้ดึกมากแล้ว ฝ่าบาททรงเสด็จมาที่ตำหนักของหม่อมฉันเพื่อจะตัดสินโทษ หรือจะทรงเสด็จมาเพื่อหาคำตอบบางอย่างที่พระองค์เองก็ยังไม่มั่นใจกันแน่เพคะ?” ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านหน้าต่างไม้ฉลุ หลงอี้เทียนนิ่งมองสตรีเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากความระแวง กลายเป็นความหลงใหลในความกล้าหาญที่ไม่มีสนมคนไหนกล้าแสดงออก เขาเดินไปที่โต๊ะไม้แกะสลัก หยิบกล่องเอกสารนั้นขึ้นมาแล้วโยนลงบนพื้นจนฝาเปิดออก กระดาษด้านในว่างเปล่า... ไม่มีแม้แต่รอยหมึก “เจ้าเดาถูก” หลงอี้เทียนกล่าว “นี่คือคำท้าทายจากกุ้ยเฟยที่ต้องการให้ข้ากำจัดเจ้าทิ้งเสียในคืนนี้ โดยใช้กล่องนี้เป็นข้ออ้าง... เจ้าคิดว่าข้าควรทำอย่างไรกับสตรีที่กล้าเล่นตลกกับอำนาจของข้าดี?” ฟางเซียนเดินเข้าไปใกล้ กล่องที่ว่างเปล่านั่นเปรียบเสมือนภาพสะท้อนของตัวนางเองที่ต้องเอาตัวรอดท่ามกลางความว่างเปล่าที่ถูกห้อมล้อมด้วยมีดดาบ นางก้มลงเก็บกล่องใบนั้นขึ้นมา ก่อนจะจ้องมองจักรพรรดิผู้ทรงอำนาจด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความนัย “ฝ่าบาท... หมากตัวที่อ่อนแอที่สุดบนกระดาน มักจะเป็นตัวที่จบเกมได้เสมอ” นางกล่าวพลางเดินเข้าไปกระซิบข้างหูเขา “หากพระองค์ต้องการกำจัดกุ้ยเฟย หม่อมฉันคือดาบที่คมที่สุดที่พระองค์จะทรงหาได้... แต่ดาบเล่มนี้มีเงื่อนไข” “เงื่อนไขอะไร?” หลงอี้เทียนเลิกคิ้วขึ้น “หลังจากจบเรื่องนี้ หม่อมฉันต้องการความจริง... ความจริงเกี่ยวกับวันที่ตระกูลหลินล่มสลาย ว่ามันเป็นคำสั่งของพระองค์ หรือเป็นเพียงเล่ห์กลที่พระองค์ทรงถูกบงการ” ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์นับสิบคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูตำหนัก พร้อมกับเสียงของกุ้ยเฟยหลิวเมิ่งที่แว่วมาตามลม “ฝ่าบาทเพคะ! หม่อมฉันได้รับรายงานว่าเกิดเหตุการณ์ไม่ชอบมาพากลที่ตำหนักพระชายาฟางเซียน หม่อมฉันเกรงว่าพระองค์จะทรงได้รับอันตราย จึงนำทหารมาอารักขาเพคะ!” ประตูตำหนักถูกผลักเปิดออกด้วยแรงมหาศาล แสงคบเพลิงจากทหารองครักษ์สาดส่องเข้ามาในห้องที่เงียบสงัด กุ้ยเฟยหลิวเมิ่งก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มที่ดูเสแสร้ง แต่เมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า รอยยิ้มนั้นกลับแข็งค้าง หลงอี้เทียนกำลังโอบกอดหลินฟางเซียนไว้ในอ้อมแขนอย่างแนบชิด ในมือของนางถือกล่องเอกสารที่ไร้ค่าใบนั้นไว้แน่น และทันใดนั้น ฟางเซียนก็แกล้งปล่อยกล่องให้ร่วงลงพื้นจนกระดาษเปล่าร่วงพรูออกมา ท่ามกลางสายตาของทหารนับสิบคน “กุ้ยเฟย...” หลงอี้เทียนหันไปมองสตรีที่เพิ่งเข้ามาด้วยแววตาที่เยือกเย็นจนน่าขนลุก “เจ้าดูรีบร้อนเกินไปนะ ที่จะมาดู ‘ความลับ’ ที่เจ้าสร้างขึ้นมาเองกับมือ... ใช่หรือไม่?” กุ้ยเฟยหน้าถอดสีทันที ขณะที่ฟางเซียนซุกหน้าลงบนอกของจักรพรรดิ มุมปากของนางยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น ศึกนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปในวังหลังอันแสนคดเคี้ยวไปกับไป๋เหลียนฮวานะคะ!
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักยอดหทัย: ชายาสองหน้าผู้พลิกบัลลังก์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%