"ฝ่าบาททรงมีพระเมตตาเพียงนี้ หม่อมฉันเกรงว่า... บรรดาพี่น้องสนมในวังหลังจะพากันริษยาจนนอนไม่หลับเอาได้นะเพคะ"
น้ำเสียงของหลินฟางเซียนราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยความเย้ยหยันที่กรีดลึกลงไปในใจของผู้ฟัง นิ้วเรียวสวยของนางแตะเบาๆ บนขอบถ้วยชาหยกขาวที่บรรจุเพียงน้ำสะอาด กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยในตำหนักส่วนตัวถูกทำลายลงด้วยบรรยากาศกดดันที่แผ่ซ่านมาจากสตรีชุดผ้าไหมสีแดงเพลิงที่ยืนตระหง่านอยู่กลางห้อง
หลิวเมิ่งกุ้ยเฟยไม่ได้ตอบโต้ด้วยวาจา ดวงตาหงส์คู่นั้นหรี่ลงจ้องมองร่างบอบบางของฟางเซียนประหนึ่งจะฉีกกระชากนางออกเป็นชิ้นๆ กุ้ยเฟยสาวขยับยิ้มที่มุมปาก ทว่าดวงตากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก นางวางปิ่นปักผมทองคำฝังมุกราคามหาศาลลงบนโต๊ะไม้จันทน์เสียงดังเคร้ง
"สนมขั้นห้า... ตำแหน่งที่ได้มาเพราะความโชคดีชั่วข้ามคืน เจ้าคิดว่ามันมั่นคงนักหรือฟางเซียน?" กุ้ยเฟยเอ่ยพลางก้าวเข้ามาใกล้ ฟางเซียนนั่งนิ่งดุจรูปปั้นหิน ไม่สะทกสะท้านแม้ความกดดันจะถาโถมเข้าใส่
ฟางเซียนค่อยๆ วางถ้วยชาลงอย่างแช่มช้อย เงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายโดยไม่หลบเลี่ยง "ตำแหน่งอาจจะมาเพราะความโชคดี แต่วิธีการรักษามันไว้... หม่อมฉันเชื่อว่ากุ้ยเฟยน่าจะรู้ดีกว่าผู้ใดมิใช่หรือเพคะ ว่าในวังหลังแห่งนี้ ความโปรดปรานของฝ่าบาทนั้นช่างเป็นดั่งพยับหมอก เดี๋ยวปรากฏเดี๋ยวเลือนหาย หากมิได้ใช้ 'สติปัญญา' นำทาง ต่อให้มีอำนาจล้นฟ้าจากตระกูลหนุนหลัง ก็อาจร่วงหล่นลงสู่เหวได้เพียงชั่วพริบตา"
"เจ้า!" หลิวเมิ่งชะงัก ลมหายใจสะดุดด้วยความโกรธจัด นางไม่คิดว่าสตรีที่เคยดูไร้พิษสงจะกล้าพูดจาถากถางถึงตระกูลของตนได้ตรงไปตรงมาเช่นนี้
"อย่าได้ลืมตัวไปนัก" กุ้ยเฟยโน้มตัวลงมา กระซิบข้างหูนางด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าด้วยโทสะ "ข้าจะทำให้เจ้าได้รู้ว่า การที่ฝ่าบาทโปรดปรานนั้น เป็นเพียงของขวัญชั่วคราวที่จะกลายเป็นคำสาปแช่งให้เจ้าไร้ที่ซุกหัวนอนในไม่ช้า"
เมื่อร่างของกุ้ยเฟยลับตาไปจากตำหนัก ฟางเซียนจึงผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ มือที่ซ่อนอยู่ภายใต้แขนเสื้อยาวสั่นระริกเล็กน้อย แต่มุมปากกลับยกยิ้มขึ้นอย่างเหี้ยมเกรียม นางรู้ดีว่าการยอมเป็น 'เป้าหมาย' ของกุ้ยเฟยคือบันไดก้าวแรกสู่การเปิดเผยความลับที่ถูกฝังกลบมานานปี
เพียงไม่นาน ขันทีคนสนิทของฝ่าบาทก็ก้าวเข้ามาในตำหนักด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เขาทูลแจ้งข่าวสำคัญว่าฝ่าบาทมีรับสั่งโปรดเกล้าฯ ให้ฟางเซียนเลื่อนยศเป็น 'สนมขั้นห้า' ในทันที พร้อมประทานของขวัญเป็นผ้าไหมตระกูลสูงและเครื่องประดับที่ฝ่าบาททรงเลือกด้วยพระองค์เอง ข่าวนี้นับเป็นการตบหน้ากุ้ยเฟยอย่างรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มรัชสมัย
ทว่าท่ามกลางบรรยากาศที่ดูเหมือนกำลังจะคลี่คลายไปในทางที่ดี จังหวะหัวใจของฟางเซียนกลับเต้นผิดจังหวะเมื่อเห็น 'ของขวัญ' ชิ้นสุดท้ายที่ถูกนำมาวางไว้บนโต๊ะ
มันไม่ใช่เครื่องประดับล้ำค่า แต่มันคือจดหมายม้วนหนึ่งที่ประทับตราครั่งของตระกูลหลิน... ตระกูลที่ควรจะล่มสลายและถูกลบชื่อออกจากแผ่นดินไปเมื่อสิบปีก่อน
"ใครเป็นคนนำสิ่งนี้มาให้เจ้า?" ฟางเซียนถามเสียงสั่น ขันทีผู้นั้นทำเพียงค้อมตัวลงต่ำแล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
"บุคคลที่ท่านตามหามาตลอดสิบปี... กำลังรอท่านอยู่ในห้องลับหลังม่านหมอกคืนนี้พะยะค่ะ หากท่านอยากรู้ความจริงเรื่องคืนที่ไฟไหม้จวนตระกูลหลิน ท่านต้องไปพบเขาเพียงลำพัง"
ฟางเซียนจ้องมองม้วนจดหมายนั้นด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา นางเพิ่งก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสนมขั้นห้า แต่ในขณะเดียวกัน นางกลับต้องเดินเข้าสู่กับดักที่อาจเป็นจุดจบของชีวิต หากนี่เป็นเล่ห์กลของกุ้ยเฟย... นางก็นับว่ายอมเสี่ยง แต่หากนี่คือความหวังที่ยังมีชีวิตอยู่จากอดีต นางก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องก้าวเดินต่อไป
นางลุกขึ้นยืน จัดอาภรณ์ให้เรียบร้อย ก่อนจะก้าวเท้าออกไปในความมืดมิดของยามราตรี ทว่าเมื่อนางผลักบานประตูห้องลับออกไป สิ่งที่เห็นกลับไม่ใช่ชายปริศนาอย่างที่คาดคิด แต่เป็นใบหน้าของคนที่นางเกลียดชังที่สุด... ฝ่าบาทกำลังนั่งรออยู่ท่ามกลางเปลวเทียนที่สั่นไหว พร้อมกับมีดสั้นที่วางอยู่บนโต๊ะตรงหน้าเขา
"เจ้ามาแล้วหรือ... หลินฟางเซียน หรือข้าควรจะเรียกว่า 'ลูกสาวกบฏ' ดีล่ะ?"
ไป๋เหลียนหวาขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับเส้นทางชีวิตของฟางเซียนในบทที่เข้มข้นนี้ด้วยกันนะคะ
เล่ห์รักยอดหทัย: ชายาสองหน้าผู้พลิกบัลลังก์•ตอนที่ 8
ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสนมขั้นห้า
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักยอดหทัย: ชายาสองหน้าผู้พลิกบัลลังก์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!