"เจ้ามาแล้วหรือ... หลินฟางเซียน หรือข้าควรจะเรียกว่า 'ลูกสาวกบฏ' ดีล่ะ?"
คำถามนั้นกรีดผ่านความเงียบงันภายในตำหนักเย็นราวกับคมมีดที่เคลือบด้วยยาพิษ หลินฟางเซียนนิ่งงันไปครู่หนึ่ง หญิงสาวไม่ได้สะทกสะท้านกับคำเย้ยหยันนั้น เธอเพียงแต่ค่อยๆ วางถ้วยน้ำแกงบัวในมือลงบนโต๊ะไม้ผุพังอย่างแช่มช้า สายตาเรียบเฉยดุจผิวน้ำในบึงลึกสบเข้ากับดวงตาของกุ้ยเฟยหลิวเมิ่งที่บัดนี้ดูเปราะบางราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่พร้อมจะแตกสลาย
"กุ้ยเฟยทรงตรัสเรื่องอันใดเพคะ?" ฟางเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งร่องรอยของความตื่นตระหนก "หม่อมฉันเป็นเพียงสนมชั้นปลายแถวที่ถูกส่งมาตำหนักเย็นเพราะความผิดที่มิได้ก่อ ส่วนเรื่องกบฏนั้น... ดูเหมือนพระสนมจะจำคนผิดไปกระมัง"
หลิวเมิ่งแค่นหัวเราะ เสียงหัวเราะแหลมสูงนั้นบาดหูนัก นางหยัดกายขึ้นจากตั่งไม้ ท่วงท่าสง่างามแม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่น่าอดสู มือเรียวงามภายใต้แขนเสื้อปักลายดอกโบตั๋นเลื่อนไปจับข้อมือของฟางเซียนอย่างถือดี แรงบีบนั้นหนักหน่วงและเต็มไปด้วยความเคียดแค้น
"จำคนผิดงั้นรึ? ตระกูลหลินที่โฉดชั่วคิดโค่นบัลลังก์มังกร มีเพียงนางปีศาจน้อยอย่างเจ้าที่รอดมาได้" หลิวเมิ่งกระซิบชิดใบหู "แต่วันนี้... เจ้าจะไม่ได้รอดออกไปจากที่นี่อีกแล้ว"
ทันใดนั้น หลิวเมิ่งก็สะบัดมือออกอย่างแรง ก่อนจะคว้าถ้วยน้ำแกงบนโต๊ะสาดเข้าใส่ใบหน้าตนเองพร้อมกับกรีดร้องลั่นด้วยน้ำเสียงทรมานจนปานจะขาดใจ ร่างบางทิ้งตัวลงกับพื้น ราวกับถูกพิษร้ายเข้าทำลายอวัยวะภายในในทันที!
"ช่วยด้วย! ...ยาพิษ... นางใส่ยาพิษในน้ำแกง!"
ฟางเซียนเบิกตากว้าง ความคิดในหัวแล่นปราดอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายของความตายและความฉ้อฉลตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ นี่ไม่ใช่แค่การใส่ร้ายธรรมดา แต่มันคือการวางหมากเพื่อกำจัดเธอให้สิ้นซากโดยใช้ชีวิตของหลิวเมิ่งเป็นเดิมพัน
ประตูตำหนักเย็นถูกผลักออกอย่างแรงในวินาทีต่อมา กองทหารรักษาพระองค์ชุดเกราะสีดำทะมึนกรูกันเข้ามา และร่างสูงโปร่งที่ก้าวตามหลังมาด้วยรัศมีแห่งอำนาจที่กดทับไปทั่วทั้งห้องคือ 'หลงอี้เทียน' จักรพรรดิผู้ทรงอำนาจ ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวตวัดมองภาพตรงหน้า—สนมที่เขารักกำลังดิ้นทุรนทุรายบนพื้น ในขณะที่หลินฟางเซียนยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างกาย
"เจ้าทำอะไรนาง!" เสียงตวาดนั้นก้องกังวานราวกับเสียงฟ้าผ่า
ฟางเซียนรีบย่อกายลงคุกเข่า ท่ามกลางสายตาเย็นเยียบของบุรุษที่กุมชะตาชีวิตของเธอไว้ในกำมือ "ฝ่าบาท... หม่อมฉันไม่ได้ทำ หม่อมฉันเพียงแค่นำอาหารมาถวายตามหน้าที่..."
"คำแก้ตัวของสตรีตระกูลกบฏช่างฟังดูไร้น้ำหนักเสียจริง" หลงอี้เทียนก้าวเข้ามาใกล้ แววตาระแวงสงสัยที่เขามีต่อเธอนั้นชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด เขาช้อนร่างของหลิวเมิ่งขึ้นแนบอก ก่อนจะหันมามองฟางเซียนด้วยสายตาที่เย็นชาราวกับมองคนตาย "หากนางเป็นอะไรไปแม้แต่นิดเดียว เลือดของเจ้าจะเป็นสิ่งชดเชยที่สาสมที่สุด"
ฟางเซียนกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความรู้สึกเจ็บปวดลึกๆ ในอกถูกกลบด้วยสติที่ต้องประคองไว้ เธอรู้ดีว่าหากเธออธิบายตอนนี้ ไม่มีทางที่ชายผู้ระแวงนางมาตลอดอย่างหลงอี้เทียนจะเชื่อ
"หากฝ่าบาทไม่ทรงเชื่อ ก็โปรดตรวจดูถ้วยน้ำแกงนั่นเถิดเพคะ" ฟางเซียนกล่าวพลางเงยหน้าสบตาพระองค์อย่างไม่เกรงกลัว "พระสนมหลิวเมิ่งเป็นผู้เลือกน้ำแกงถ้วยนี้ด้วยตนเอง หากมีพิษ... คนที่ดื่มเข้าไปต้องมีอาการในทันที แล้วเหตุใดนางถึงแสดงอาการรุนแรงเพียงผู้เดียว ทั้งที่หม่อมฉันนั่งอยู่ตรงนี้มาตลอด?"
หลงอี้เทียนชะงักไปครู่หนึ่ง รอยร้าวในความมั่นใจของเขาก่อตัวขึ้นเพียงชั่วพริบตา แต่ก่อนที่บทสนทนาจะดำเนินไปถึงจุดตัดสิน กลิ่นหอมประหลาดบางอย่างก็ลอยอบอวลเข้ามาในห้อง มันไม่ใช่กลิ่นยาพิษทั่วไป แต่เป็นกลิ่นของ 'ดอกเหมยโลหิต' ที่จะทำให้ผู้ดมเกิดอาการหอบหืดและช็อกจนตัวเขียวคล้ำในทันที
หลิวเมิ่งที่ควรจะหมดสติไปแล้ว กลับแอบส่งยิ้มมุมปากให้ฟางเซียนเพียงเสี้ยววินาที—ยิ้มที่บอกว่านางยอมเจ็บตัวเพียงเพื่อจะส่งฟางเซียนไปสู่ขุมนรก
"ทหาร! คุมตัวนางไปไว้ที่ห้องขังใต้ดิน!" หลงอี้เทียนสั่งการด้วยน้ำเสียงที่ไม่อาจขัดขืนได้ "ส่วนเรื่องพิษ... ให้หมอหลวงมาตรวจสอบเดี๋ยวนี้ หากพบหลักฐานเพียงน้อยนิดว่านางเกี่ยวข้อง อย่าว่าแต่ชีวิตนางเลย แม้แต่เถ้ากระดูกของบรรพบุรุษตระกูลหลิน ข้าก็จะขุดขึ้นมาเผาซ้ำ!"
ฟางเซียนถูกทหารลากตัวออกไป ร่างของเธอถูกเหวี่ยงลงบนพื้นหินเย็นเฉียบในคุกใต้ดิน ความมืดมิดโอบล้อมเธอไว้ แต่ในความมืดนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นใกล้ประตูขัง
"ใคร..." ฟางเซียนเค้นเสียงถาม
เงามืดตรงหน้าก้าวออกมาเผยให้เห็นใบหน้าที่เธอคาดไม่ถึงที่สุด เขาคือคนเดียวกับที่เธอเคยคิดว่าเป็นพันธมิตรคนสำคัญเพียงหนึ่งเดียวในวังหลังแห่งนี้ เขาโน้มตัวลงมาใกล้ ก่อนจะยื่นมือมาเชยคางเธอขึ้นด้วยรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความสมเพช
"เจ้าคิดว่าเรื่องนี้เป็นแผนของกุ้ยเฟยคนเดียวงั้นรึ หลินฟางเซียน?" เขาแสยะยิ้ม "ข้าเป็นคนผสมยาพิษนั่นลงในน้ำแกงเอง... และข้าเองนี่แหละ ที่เป็นคนกราบทูลฮ่องเต้ว่าเห็นเจ้าเป็นคนวางยา... ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของเจ้าเสียที"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงบทนี้นะคะ ไป๋เหลียนฮวาหวังว่าทุกท่านจะยังไม่ทิ้งกันไปไหนค่ะ
เล่ห์รักยอดหทัย: ชายาสองหน้าผู้พลิกบัลลังก์•ตอนที่ 9
กับดักในตำหนักเย็น
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักยอดหทัย: ชายาสองหน้าผู้พลิกบัลลังก์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!