เล่ห์รักยอดหทัย: ชายาสองหน้าผู้พลิกบัลลังก์•ตอนที่ 10

ความจริงที่ถูกฝังไว้

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
“ความจริงที่ถูกฝังไว้” “เจ้าคิดว่าเรื่องนี้เป็นแผนของกุ้ยเฟยคนเดียวงั้นรึ หลินฟางเซียน?” น้ำเสียงแหบพร่าของชายเบื้องหน้าคล้ายคมมีดที่กรีดลงบนความเงียบงันภายในห้องคุมขังที่อับชื้น กลิ่นสาบดินและหยดน้ำที่ซึมผ่านผนังหินทำเอาลมหายใจของหลินฟางเซียนติดขัด แต่นางยังคงยืนตัวตรง ดวงตาคมปลาบดุจดั่งประกายน้ำแข็งจ้องมองคนตรงหน้าไม่กะพริบ “ท่านกล้าสารภาพเช่นนี้ต่อหน้าข้า... นั่นหมายความว่าท่านไม่ได้คิดจะให้ข้ามีลมหายใจออกจากที่นี่ใช่หรือไม่ อัครเสนาบดีซู” หลินฟางเซียนเค้นเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ควรจะหวาดกลัว นางกลับนิ่งสงบดุจผิวน้ำที่ไร้กระแสลม “ข้าเคยประเมินท่านต่ำไป นึกว่าท่านเป็นเพียงสุนัขรับใช้ที่จงรักภักดีต่อกุ้ยเฟย ที่แท้ท่านก็คืองูพิษที่รอจังหวะฉกกัดแม้กระทั่งนายตนเอง” ซูเหวินก้าวเข้ามาใกล้จนแสงตะเกียงวูบไหวเผยให้เห็นใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความเหยียดหยาม “ตระกูลหลินต้องล่มสลาย นั่นคือชะตากรรมที่สวรรค์ลิขิตไว้ ส่วนเจ้า... เจ้าเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ข้าใช้พังทลายศรัทธาที่ฮ่องเต้มีต่อตระกูลเจ้าเท่านั้น” เขาขยับมือหยิบถุงผ้าปักลายดอกโบตั๋นอันคุ้นตาออกมาวางบนโต๊ะไม้เก่าๆ ก่อนจะหันหลังเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงคำพูดสุดท้ายที่บาดลึก “พรุ่งนี้ยามจื่อ... เจ้าจะได้ไปพบกับบรรพบุรุษเสียที” เมื่อเสียงฝีเท้าของซูเหวินเลือนหายไปจนสิ้น ความแข็งแกร่งที่หลินฟางเซียนสร้างไว้ก็พังทลายลง นางทรุดตัวลงนั่งหอบหายใจรัว ความรู้สึกเย็นเฉียบแล่นเข้าสู่ไขสันหลัง คำพูดของเขาไม่ได้น่ากลัวเท่าสิ่งที่เขาทิ้งไว้ให้ นางหยิบถุงผ้านั้นขึ้นมา นิ้วมือเรียวบางสั่นระริกขณะแกะปมเชือกออก ข้างในไม่ใช่ยาพิษ แต่เป็นตราประทับสีชาดที่ทำจากไม้จันทน์หอม... ตราประทับของ ‘สำนักตรวจสอบความลับ’ ที่ควรจะสาบสูญไปพร้อมกับเหตุการณ์กบฏเมื่อสิบปีก่อน หัวใจของฟางเซียนเต้นรัวดุจกลองศึก นี่คือหลักฐานชิ้นสำคัญ! หากตรานี้ยังคงอยู่ และอยู่ในมือของซูเหวิน นั่นหมายความว่าเหตุการณ์ในอดีตที่ตระกูลหลินถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏ แท้จริงแล้วคือแผนการที่ถูกวางไว้ล่วงหน้าเพื่อทำลายหน่วยข่าวกรองลับของตระกูลนางโดยเฉพาะ นางกวาดสายตาไปรอบห้องคุมขังอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพบรอยแยกบริเวณฐานเสาหินที่ดูผิดปกติ นางใช้เล็บจิกและขูดดินออกอย่างรวดเร็ว พยายามดึงแผ่นหินออกมาจนปลายนิ้วถลอกปอกเปิกและเปื้อนเลือด ทว่าหยาดเหงื่อที่ไหลรินกลับกลายเป็นความหวัง เบื้องหลังแผ่นหินนั้นมีม้วนกระดาษหนังแพรเก่าแก่ซ่อนอยู่ เมื่อนางคลี่ออกดู ดวงตาของนางก็เบิกกว้าง นี่ไม่ใช่แค่รายชื่อขุนนางที่เกี่ยวข้อง แต่มันคือบันทึกการโอนถ่ายทรัพย์สินและคำสั่งสังหารที่ลงนามด้วยลายพระหัตถ์... ที่ไม่ใช่ของใครอื่น นอกจากจักรพรรดิหลงอี้เทียน “พระองค์... พระองค์เป็นผู้ลงมือเองรึ?” นางพึมพำกับตัวเอง เสียงนั้นสั่นพร่าด้วยความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้าใส่ เหตุใดกัน? เหตุใดบุรุษที่นางเคยรักและถวายชีวิตให้ ถึงได้กลายเป็นคนเดียวกับผู้ที่บงการทำลายล้างตระกูลของนางให้ย่อยยับ? ความรักที่เขาแสดงออกต่อนางในช่วงเวลาที่ผ่านมาเป็นเพียงละครฉากหนึ่ง เพื่อเฝ้ามองดูนางดิ้นรนในกองเพลิงที่เขาจุดขึ้นงั้นหรือ? เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นที่หน้าประตูคุกอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่เสียงฝีเท้าเชื่องช้าของอัครเสนาบดีซู แต่เป็นจังหวะที่มั่นคงและทรงอำนาจที่นางคุ้นเคยเป็นอย่างดี ประตูเหล็กถูกผลักออกอย่างแรง เงาร่างสูงใหญ่ในชุดฉลองพระองค์สีทองอร่ามก้าวเข้ามา รังสีความเย็นเยียบแผ่ซ่านไปทั่วห้องคุมขัง หลงอี้เทียนหยุดยืนอยู่เบื้องหน้านาง ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีจับจ้องไปที่ม้วนกระดาษในมือของนาง “เจ้าพบมันแล้วสินะ... ความจริงที่ข้าอุตส่าห์ฝังกลบไว้ลึกสุดหัวใจ” เขาก้มลงมาเชยคางนางขึ้น แรงบีบที่คางนั้นแน่นจนนางรู้สึกเจ็บ แต่ฟางเซียนกลับแสยะยิ้มตอบ ดวงตาที่เคยมีแต่ความอ่อนหวานบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังที่ลุกโชน “หม่อมฉันไม่ควรเรียกว่าฝังไว้เพคะ... แต่ควรเรียกว่า ‘ซ่อน’ เพื่อรอเวลาใช้เป็นอาวุธฆ่าคนบริสุทธิ์” นางขยับตัวเข้าใกล้จนหน้าผากเกือบชิดกับเขา “ฝ่าบาท... ในเมื่อพระองค์ยอมเผยตัวออกมาเช่นนี้ หม่อมฉันก็ไม่มีอะไรต้องรักษาไว้อีกต่อไป” นางซ่อนบันทึกนั้นไว้ใต้ชายเสื้ออย่างรวดเร็ว ก่อนจะขยับกายขึ้นชิดติดอกเขา “พระองค์คิดว่าข้าจะปล่อยให้เกมนี้จบลงที่ความตายของข้าเพียงผู้เดียวงั้นหรือ?” หลงอี้เทียนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ทว่านัยน์ตากลับไร้ความรู้สึก “เจ้าคิดว่าเจ้ายังมีไพ่ตายเหลืออยู่อีกหรือ หลินฟางเซียน?” เขาขยับมือไปปลดล็อกกุญแจมือของนาง ทว่าในวินาทีนั้นเอง เสียงตะโกนจากองครักษ์หน้าคุกก็ดังแทรกเข้ามาอย่างตื่นตระหนก “ฝ่าบาท! พะย่ะค่ะ! แย่แล้ว... ทางฝั่งวังหลวงเกิดเพลิงไหม้ใหญ่ และกุ้ยเฟย... กุ้ยเฟยหลิวเมิ่งสิ้นใจแล้วพะย่ะค่ะ!” หลงอี้เทียนชะงัก สายตาที่เคยจ้องมองฟางเซียนแปรเปลี่ยนเป็นความตกตะลึง ในขณะที่ฟางเซียนแย้มยิ้มออกมาเป็นครั้งแรก ยิ้มที่ดูน่าสะพรึงกลัวและเยือกเย็นยิ่งกว่าน้ำแข็งในฤดูเหมันต์ “เกมเริ่มขึ้นแล้ว... ฝ่าบาท” นางกระซิบที่ข้างหูเขา “พระองค์ยังไม่ได้เช็กหมากกระดานสุดท้ายของหม่อมฉันเลยนะเพคะ” ไป๋เหลียนฮวาขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับวังวนแห่งเล่ห์กลในครั้งนี้ค่ะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักยอดหทัย: ชายาสองหน้าผู้พลิกบัลลังก์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%