"เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยให้สิ่งที่ทำลายตระกูลหลินไปเมื่อสิบปีก่อน เป็นเพียงแค่เถ้าถ่านที่ถูกลมพัดหายไปหรือเพคะ ฝ่าบาท?"
หลินฟางเซียนกล่าวพลางคลี่ยิ้มเย็นเยียบ นางไม่แม้แต่จะขยับกายถอยห่างจากรอยแยกของความระแวงที่ปรากฏชัดในดวงตาคมกริบของหลงอี้เทียน มือบางที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อกว้างกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อเพื่อสะกดกลั้นสั่นไหวในหัวใจ กลิ่นกำยานราคาแพงในตำหนักดูเหมือนจะหนาแน่นขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก
หลงอี้เทียนก้าวเข้ามาใกล้จนร่างสูงใหญ่ปกคลุมร่างของนางไว้ด้วยเงามืด เขาเชยคางนางขึ้น บังคับให้สบตาที่ดั่งห้วงเหวลึกนั้น "เจ้ากล้าท้าทายข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ ฟางเซียน? หรือที่ผ่านมา ข้าเพียงแค่ตามใจเจ้าจนลืมไปว่าในวังหลวงแห่งนี้... ใครกันแน่ที่เป็นผู้กำหนดความเป็นความตาย"
"หม่อมฉันเพียงแค่ถามในสิ่งที่สงสัย" นางตอบโต้ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงด้วยกระแสเชือดเฉือน "หรือว่าความจริงที่ฝ่าบาททรงซุกซ่อนไว้ มันน่ากลัวเกินกว่าจะเอื้อนเอ่ยออกมาตรงๆ?"
หลงอี้เทียนกระตุกยิ้มมุมปาก ท่าทีของเขาเปลี่ยนจากความดุดันเป็นความเยือกเย็นที่น่าขนลุกยิ่งกว่า เขาปล่อยมือจากคางนางแล้วหันไปมองออกนอกหน้าต่าง ตำหนักของกุ้ยเฟยหลิวเมิ่งที่อยู่ไกลออกไปดูราวกับจ้องมองกลับมาด้วยสายตาของอสรพิษ
"เจ้าอยากรู้มากใช่ไหมว่าทำไมหลิวเมิ่งถึงกล้าทำตัวเหนือหัวเจ้าในวันนี้..." เขากล่าวโดยไม่หันกลับมา "นั่นก็เพราะนางไม่ได้มาเพียงลำพัง ในงานเลี้ยงคืนนี้จะมีแขกคนสำคัญเดินทางมาจากชายแดนตะวันตก คนที่เคยเป็นมือขวาของบิดาเจ้า... คนที่นำทัพในวันที่ตระกูลหลินล่มสลาย"
หัวใจของฟางเซียนกระตุกวูบ ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง นางรู้ดีว่านั่นหมายถึงใคร—แม่ทัพผู้ทรยศนามว่า 'ฉินอวี่'
ในยามค่ำคืน บรรยากาศภายในห้องโถงจัดเลี้ยงของพระราชวังหลวงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของสุราเลิศรสและเสียงดนตรีบรรเลง แต่สำหรับหลินฟางเซียน ท่วงทำนองเหล่านั้นกลับฟังดูเหมือนเสียงกรีดร้องจากหลุมศพ นางนั่งอยู่เคียงข้างองค์จักรพรรดิ ใบหน้านิ่งสงบราวกับรูปสลัก ทว่าภายในใจกลับกำลังครุ่นคิดถึงวิธีการที่จะลากตัวฆาตกรที่ซ่อนตัวอยู่ใต้หน้ากากขุนนางผู้ภักดีออกมา
"ฝ่าบาท หม่อมฉันขออนุญาตออกไปเดินเล่นสูดอากาศสักครู่เพคะ" นางกระซิบ
หลงอี้เทียนเพียงปรายตามองแล้วพยักหน้าเงียบๆ เขาไม่ได้ทักท้วง เพราะรู้ดีว่านางกำลังจะทำอะไร
ฟางเซียนก้าวเดินไปตามระเบียงทางเดินที่ไร้ผู้คน แสงจันทร์สาดส่องลงบนพื้นหินขัดมันจนเงาวับ ทว่าก่อนที่นางจะเลี้ยวเข้าสู่สวนหลังตำหนัก ร่างหนึ่งกลับปรากฏขึ้นขวางทางเดินไว้ ชายวัยกลางคนในชุดขุนนางเต็มยศ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นที่ดูน่าเกรงขาม และดวงตาที่เคยจดจำได้แม่นยำในวัยเยาว์
"คุณหนูหลิน... ไม่สิ ข้าควรเรียกว่าพระสนมฟางเซียนดี?" เสียงแหบพร่าของฉินอวี่ดังขึ้น เขาไม่ได้แสดงความตกใจที่มาเจอตัวนางที่นี่ ตรงกันข้าม เขากลับยืนกอดอกด้วยท่าทีหยามหยัน
"เจ้ามาที่นี่ทำไม" ฟางเซียนถาม เสียงของนางสั่นเพียงเล็กน้อยก่อนจะกลับมามั่นคงในวินาทีต่อมา "วังหลวงไม่ใช่ที่สำหรับสุนัขรับใช้ที่กัดเจ้าของเก่าของตัวเอง"
ฉินอวี่หัวเราะร่า เสียงนั้นบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของนาง "สุนัขที่ฉลาด ย่อมรู้ดีว่าต้องเลือกเจ้านายที่มอบอำนาจให้ได้... เจ้าคิดว่าบิดาของเจ้าไร้ความผิดจริงหรือ? เจ้าเด็กน้อย เจ้ามันก็แค่หมากตัวหนึ่งที่หลงอี้เทียนเลี้ยงไว้เพื่อหลอกล่อให้ข้าตายใจเท่านั้น"
"เจ้าโกหก!" นางตวาด พุ่งตัวเข้าหาด้วยทักษะการต่อสู้ที่ซ่อนไว้ แต่ฉินอวี่กลับหลบหลีกได้อย่างง่ายดาย
"เจ้ายังอ่อนหัดเกินไป" เขาพึมพำข้างหูของนางขณะที่จับข้อมือของนางไว้แน่น "หลงอี้เทียนไม่ได้เพียงแค่ต้องการนางสนมที่ฉลาด แต่เขาต้องการเลือดของตระกูลหลินเพื่อทำพิธีล้างอาถรรพ์บัลลังก์... และคืนนี้ พระจันทร์สีเลือดจะเริ่มขึ้นแล้ว"
ในขณะที่ฟางเซียนกำลังจะสะบัดมือออก แสงไฟจากคบเพลิงในสวนก็สว่างวาบขึ้น ทหารองครักษ์นับสิบพุ่งเข้าล้อมรอบพวกเขาไว้ และท่ามกลางความสับสนนั้น หลิวเมิ่งก็เดินย่างกรายออกมาจากเงามืดด้วยท่าทีผู้ชนะ
"ตายแล้ว..." หลิวเมิ่งแสร้งปิดปากหัวเราะ "ดูเหมือนว่าพระสนมหลิน จะมาแอบลอบสังหารแม่ทัพที่เพิ่งเดินทางมาถึงวังหลวงด้วยตนเองเลยหรือนี่? ฝ่าบาทจะทรงกริ้วเพียงใดกันนะ ถ้าทรงทราบว่าสนมรักของพระองค์มีความแค้นฝังลึกถึงขั้นลงมือฆ่าคนกลางดึกเช่นนี้"
ฟางเซียนเบิกตากว้าง นางถูกใส่ร้ายอย่างเลือดเย็นที่สุด ฉินอวี่ปล่อยข้อมือนางแล้วถอยออกไปยืนข้างหลิวเมิ่ง ก่อนจะหันมามองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสมเพช
"ข้าไม่ได้ทำ!" นางตะโกนก้อง
ทว่าในจังหวะนั้นเอง เงาหนึ่งปรากฏขึ้นเบื้องหลังทหารทั้งหมด—หลงอี้เทียนเสด็จมาถึง พร้อมด้วยดาบอาญาสิทธิ์ในมือ สายตาของเขามองตรงมาที่นาง ไม่ใช่ด้วยความรักอย่างที่นางเคยหวัง แต่เป็นสายตาที่ว่างเปล่าราวกับคนแปลกหน้า
"เจ้ามีอะไรจะแก้ตัวไหม... ฟางเซียน?" เสียงของเขาเย็นเยือกจนหัวใจนางชาดิ่ง
เมื่อนางกำลังจะอ้าปากโต้ตอบ ประตูสวนอีกฝั่งหนึ่งกลับเปิดออกกว้าง ชายชราคนหนึ่งที่นางคิดว่าตายไปแล้วนานนับสิบปี—'องครักษ์เงาประจำตระกูลหลิน'—เดินกะเผลกเข้ามาพร้อมกับจดหมายฉบับหนึ่งในมือที่เปื้อนเลือด ก่อนจะคุกเข่าลงต่อหน้าหลงอี้เทียนแล้วตะโกนเสียงหลง
"ฝ่าบาท! จดหมายฉบับนี้คือความจริงทั้งหมด... คนที่ฆ่าล้างตระกูลหลินไม่ใช่บิดาของพระนาง แต่เป็นคำสั่งจาก 'ตระกูลหลิว' ที่ร่วมมือกับคนใกล้ชิดของพระองค์ต่างหาก!"
ไป๋เหลียนฮวาหวังว่าเนื้อหาบทนี้จะทำให้ทุกท่านตื่นเต้นและติดตามเรื่องราวของฟางเซียนต่อไปนะคะ
เล่ห์รักยอดหทัย: ชายาสองหน้าผู้พลิกบัลลังก์•ตอนที่ 22
เงาแค้นจากอดีต
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักยอดหทัย: ชายาสองหน้าผู้พลิกบัลลังก์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!