“ฝ่าบาทตรัสเรื่องอะไรหรือเพคะ? หม่อมฉันเพียงแค่สตรีโง่เขลาในวังหลัง จะไปเข้าใจแผนการใหญ่โตที่แม้แต่บรรดาขุนนางในท้องพระโรงยังหาคำตอบไม่ได้ได้อย่างไร”
หลินฟางเซียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าในดวงตาคู่สวยกลับวาวโรจน์ไปด้วยประกายแห่งความท้าทาย นางยืนอยู่เบื้องหน้าบุรุษผู้กุมชะตาชีวิตของคนทั้งแผ่นดิน ในหอตำราที่เงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจที่หนักหน่วงของจักรพรรดิหลงอี้เทียน
“เจ้ามิใช่สตรีโง่เขลา ฟางเซียน” หลงอี้เทียนก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงคืบ กลิ่นกำยานไม้กฤษณาที่อบอวลอยู่รอบกายเขาทำให้นางรู้สึกอึดอัด “การที่เจ้าพยายามขุดคุ้ยเรื่องแม่ทัพหลินเจิ้นหยาง บิดาผู้ล่วงลับที่ถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏ... เจ้าคิดหรือว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้ากำลังเล่นเกมอะไรอยู่?”
มือหนาเชยคางนางขึ้น บังคับให้สบตากับดวงตาที่ดุดันดุจพยัคฆ์ หลินฟางเซียนมิได้หลบสายตา หัวใจของนางเต้นระรัวราวกับกลองศึก แต่ใบหน้ากลับนิ่งสนิทดุจผิวน้ำในบ่อที่ไร้ลมพัด
“ถ้าเช่นนั้น ฝ่าบาทก็คงทรงทราบแล้วว่า หม่อมฉันยอมเข้ามาอยู่ในวังวนนี้ ไม่ใช่เพื่อความโปรดปราน แต่เพื่อความยุติธรรมที่บิดาไม่เคยได้รับ”
หลงอี้เทียนแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นชาบาดลึกถึงขั้วหัวใจ “ความยุติธรรม? เจ้าแน่ใจหรือ? หากข้าบอกว่าสิ่งที่เจ้าเชื่อมาตลอดสิบปี เป็นเพียงฉากหน้าละครที่ถูกจัดฉากโดยคนที่เจ้าไว้ใจที่สุดล่ะ?”
เขาสะบัดชายเสื้อแล้วเดินไปยังโต๊ะทรงพระอักษร ก่อนจะหยิบม้วนกระดาษเก่าคร่ำคร่าโยนลงบนพื้นเบื้องหน้านาง ประทับตราด้วยครั่งสีแดงสดที่นางจำได้แม่นยำ มันคือตราประทับลับของตระกูลหลิว ตระกูลของกุ้ยเฟยหลิวเมิ่ง!
“อ่านเสีย... แล้วเจ้าจะรู้ว่าทำไมบิดาของเจ้าถึงไม่ได้ตายในสนามรบ แต่ตายด้วยคมดาบของคนที่เขาเรียกว่า 'สหาย'”
หลินฟางเซียนทรุดเข่าลงหยิบม้วนกระดาษนั้นขึ้นมา มือที่สั่นเทาค่อยๆ คลี่ออก ตัวอักษรที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าทำให้นางแทบล้มทั้งยืน บิดาของนางไม่ได้ทรยศต่อแผ่นดิน แต่ถูกใส่ร้ายด้วยแผนการที่ซับซ้อนเกินกว่าจินตนาการ ข้อมูลลับในม้วนกระดาษระบุชัดเจนว่าคำสั่งลับที่บิดาได้รับในวันนั้น เป็นคำสั่งปลอมที่หลิวซือเจ๋อ—บิดาของกุ้ยเฟย—ส่งไปโดยแอบอ้างพระนามของจักรพรรดิ เพื่อล่อให้กองทัพของตระกูลหลินเข้าสู่กับดักสังหาร
“เขา... เขาทำแบบนี้เพื่ออะไร” เสียงของนางสั่นพร่า หยดน้ำตาแห่งความคับแค้นที่เก็บงำมานานปีไหลรินลงมาเป็นสาย นางไม่ได้ร้องไห้เพราะความอ่อนแอ แต่เพราะความเจ็บปวดที่เพิ่งตระหนักว่า คนที่นางเคยคิดว่าเป็นคนดี กลับเหยียบย่ำชีวิตคนบริสุทธิ์เพื่ออำนาจ
“เพื่อตำแหน่งกุ้ยเฟยของบุตรสาว และอำนาจที่ตระกูลหลิวจะครองเบ็ดเสร็จในวังหลังอย่างไรเล่า” หลงอี้เทียนกล่าวเสียงเย็น “ฟางเซียน เจ้าฉลาดนัก แต่เจ้าพลาดที่มองข้ามอสรพิษที่แฝงตัวอยู่ในรั้วบ้านตนเอง”
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความโกรธแค้นในใจของหลินฟางเซียนไม่ได้มุ่งไปที่จักรพรรดิอีกต่อไป แต่มันพุ่งเป้าไปที่หญิงงามที่นางเคยแสร้งเป็นมิตรด้วยมาตลอดหลายปี
“ฝ่าบาท... พระองค์ทรงทราบมาโดยตลอด?” นางเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาที่เคยอ่อนโยนบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าวและอำมหิตอย่างที่เขาไม่เคยเห็น
“ข้าทราบ... แต่ข้าทำอะไรไม่ได้ในตอนนั้น อำนาจของตระกูลหลิวหยั่งรากลึกเกินไป หากข้าไม่แสร้งทำเป็นเชื่อในหลักฐานเท็จเหล่านั้น ข้าเองก็คงไม่อาจรักษาบัลลังก์นี้ไว้เพื่อรอเวลาจัดการพวกมันได้”
หลงอี้เทียนก้มลงมาใกล้กระซิบข้างหูนาง “เราสองคนต่างมีบาดแผลที่เกิดจากคนกลุ่มเดียวกัน เจ้าต้องการล้างแค้น ส่วนข้าต้องการกำจัดหนามยอกอก... เรามาร่วมมือกันเถอะ ฟางเซียน”
หลินฟางเซียนนิ่งงัน นางกำลังชั่งใจระหว่างความแค้นส่วนตัวกับอำนาจที่ต้องใช้เพื่อทำลายตระกูลหลิว นี่คือโอกาสที่นางรอคอย แต่ขณะที่นางกำลังจะเอ่ยปากตอบตกลงนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากหน้าประตูหอตำรา
ปัง!
ประตูไม้แกะสลักถูกผลักออกอย่างแรง กุ้ยเฟยหลิวเมิ่งก้าวเข้ามาพร้อมใบหน้าที่ยิ้มแย้มเยือกเย็น นางกวาดสายตามองทั้งสองคนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเยาะหยัน
“ดูเหมือนว่าข้าจะมาขัดจังหวะบทสนทนาที่น่าประทับใจของฝ่าบาทกับ 'สนมเอกผู้ต่ำต้อย' เสียแล้ว” หลิวเมิ่งหยุดยืนตรงหน้านาง ก่อนจะหัวเราะเบาๆ “ฟางเซียน เจ้ายังไม่รู้อีกหรือว่าเหตุใดบิดาของเจ้าถึงยอมตายโดยไม่สู้? ไม่ใช่เพราะเขาจงรักภักดีหรอกนะ... แต่เป็นเพราะเขามี 'ความลับ' บางอย่างที่แม้แต่ฝ่าบาทก็ยังต้องหวาดกลัวหากมันถูกเปิดเผยออกมา”
หลินฟางเซียนขมวดคิ้วแน่น “เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”
หลิวเมิ่งขยับยิ้มมุมปาก ก่อนจะดึงมีดสั้นเล่มเล็กที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อออกมาแล้วปักลงบนโต๊ะข้างตัวจักรพรรดิ เสียงโลหะกระทบไม้ดังก้องไปทั่วห้อง “ความลับที่ว่า คือบันทึกรายชื่อขุนนางที่ร่วมมือกับกบฏ... ซึ่งในนั้นมีตราประทับของ 'คนผู้นั้น' อยู่ด้วย หากเจ้าอยากรู้ความจริงทั้งหมดละก็... จงรีบไปที่สุสานตระกูลหลินคืนนี้ ก่อนที่ข้าจะส่งคนไปทำลายมันเสียก่อน!”
หลงอี้เทียนสีหน้าเปลี่ยนไปทันที เขาหันไปมองหลินฟางเซียนด้วยสายตาที่นางคาดเดาไม่ได้ ขณะที่หลิวเมิ่งเดินหันหลังกลับอย่างมั่นใจทิ้งให้นางยืนนิ่งอยู่กลางกองเพลิงแห่งความสงสัยที่เพิ่งจะจุดติดขึ้นมาใหม่
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเส้นทางของหลินฟางเซียนมาจนถึงจุดนี้ หวังว่าทุกท่านจะเตรียมใจไว้สำหรับความจริงที่จะสั่นสะเทือนบัลลังก์ในตอนต่อไปนะคะ ไป๋เหลียนฮวาค่ะ
เล่ห์รักยอดหทัย: ชายาสองหน้าผู้พลิกบัลลังก์•ตอนที่ 21
ความจริงเกี่ยวกับบิดา
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักยอดหทัย: ชายาสองหน้าผู้พลิกบัลลังก์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!