เล่ห์รักยอดหทัย: ชายาสองหน้าผู้พลิกบัลลังก์•ตอนที่ 3

สายพระเนตรจักรพรรดิ

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
“กลลวงที่ว่า... เจ้าหมายถึงใครกันแน่ หลินฟางเซียน?” สุรเสียงทุ้มต่ำดั่งเสียงคำรามของพยัคฆ์ที่เพิ่งตื่นจากภวังค์ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของสวนดอกโบตั๋นยามดึก หลงอี้เทียนโน้มพระวรกายลงมาจนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายบุรุษเพศที่แฝงไปด้วยไอสังหาร ดวงพระเนตรคมกริบดุจใบมีดจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาวที่ยังคงก้มหน้านิ่ง ฟางเซียนไม่ได้สะทกสะท้าน นางนิ่งราวกับรูปสลัก ทว่าในใจกลับหมุนวนดั่งพายุ “หม่อมฉันเป็นเพียงสตรีที่เพิ่งก้าวเข้ามาในวังหลวง ความเขลาเบาปัญญาคงไม่อาจมองเห็นกลลวงที่ลึกซึ้งได้ แต่หากฝ่าบาทโปรดพินิจ... รอยเลือดที่เปื้อนบนแขนเสื้อขององครักษ์ผู้นั้น ย่อมไม่ใช่สีแดงสดของกลีบดอกไม้ที่เพิ่งร่วงหล่นลงมาเป็นแน่เพคะ” พระหัตถ์แกร่งของจักรพรรดิหยุดชะงัก พระองค์ไม่ได้หันไปมองตามคำบอกของนาง แต่กลับจ้องมองที่ใบหน้าเนียนใสของฟางเซียนอย่างไม่วางตา “เจ้ากำลังบอกว่าข้าถูกลอบสังหารในเขตรั้ววังของตนเอง หรือเจ้ากำลังชี้โพรงให้กระรอกกันแน่?” “หม่อมฉันไม่กล้าทำตัวเป็นกระรอกที่รู้มากเกินไปหรอกเพคะ” ฟางเซียนเงยหน้าขึ้น สบสายตาพระองค์อย่างไม่เกรงกลัว แววตาของนางนิ่งสงบราวผิวน้ำที่ไม่มีวันกระเพื่อม “หม่อมฉันเพียงแต่ไม่ชอบการเป็นหมากบนกระดานที่ถูกผู้อื่นชักใย และหากวันนี้ฝ่าบาทไม่ทรงระแวดระวัง... คืนนี้อาจเป็นคืนสุดท้ายที่ดอกโบตั๋นในสวนนี้จะได้บานเพื่อรับแสงจันทร์” บรรยากาศรอบข้างบีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ ลมพัดผ่านกิ่งไม้เสียงดังหวีดหวิว ราวกับมีดวงตานับร้อยคู่กำลังจับจ้องมาจากเงามืด หลงอี้เทียนแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีเพียงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่าน “เจ้าเป็นบุตรสาวตระกูลหลินที่ไร้ความสำคัญ ทว่าคำพูดกลับคมกริบยิ่งกว่าอาวุธ” พระองค์ยืดพระวรกายขึ้นเต็มความสูง ก่อนจะปัดเศษใบไม้ที่ติดอยู่บนพระอังสาของนางออกอย่างแช่มช้า ท่าทางนั้นดูคล้ายการทะนุถนอม แต่แฝงไปด้วยการคุกคาม “ระวังเถิด การเป็นคนฉลาดในวังหลัง... มักจะมีจุดจบที่ไม่ค่อยสวยงามนัก” “ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงเมตตาเตือนสติเพคะ” ฟางเซียนย่อกายลงงดงาม ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป ทิ้งให้จักรพรรดิยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้ที่มืดมิด ฟางเซียนเร่งฝีเท้าผ่านทางเดินมืดมิด หัวใจของนางเต้นระรัวราวกับกลองศึก แม้ภายนอกจะดูเยือกเย็นเพียงใด แต่ในใจกลับหวาดหวั่น การเล่นกับไฟย่อมเสี่ยงต่อการแผดเผา แต่นางไม่มีทางเลือกอื่น ในเมื่อตระกูลของนางถูกใส่ร้ายจนมอดไหม้ นางย่อมต้องใช้เปลวเพลิงที่เผาผลาญพวกเขานั่นแหละ เป็นอาวุธในการทวงคืนความยุติธรรม ทว่าก้าวเดินของนางต้องหยุดชะงัก เมื่อเงาร่างระหงของสตรีผู้หนึ่งปรากฏขึ้นขวางทางเดิน สายลมพัดพาเอากลิ่นหอมฟุ้งของดอกไม้ราคาแพงมาเตะจมูก กลิ่นที่บ่งบอกถึงฐานะและอำนาจที่มิอาจแตะต้อง “เดินดึกดื่นเช่นนี้ หลงลืมความสำรวมไปแล้วหรือไร ฟางเซียน?” กุ้ยเฟยหลิวเมิ่งยืนอยู่ใต้แสงจันทร์ ใบหน้าที่แต่งแต้มอย่างประณีตงดงามนั้นบิดเบี้ยวด้วยความริษยา นางก้าวเข้ามาใกล้จนฟางเซียนสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาล “ถวายพระพรพระสนมกุ้ยเฟยเพคะ หม่อมฉันเพียงแต่หลงทางในสวนดอกไม้” ฟางเซียนก้มหน้าลงต่ำ ซ่อนประกายตาที่วาวโรจน์ไว้ภายใต้เปลือกตา “หลงทาง... หรือหลงใจใครบางคนกันแน่?” หลิวเมิ่งยกมือขึ้นลูบไล้ปลายคางของฟางเซียนด้วยเล็บที่แหลมคม “ข้าเตือนเจ้าไว้ก่อนนะ อย่าคิดว่าท่าทางใสซื่อของเจ้าจะหลอกจักรพรรดิได้นาน คนอย่างหลงอี้เทียน... ไม่เคยเก็บดอกไม้ที่ตนเองไม่ได้เป็นคนเด็ดมาไว้ในแจกันหรอก” “หม่อมฉันมิอาจเทียบชั้นกับดอกไม้ในแจกันของพระสนมได้เพคะ หม่อมฉันเป็นเพียงวัชพืชริมทาง ที่หวังเพียงจะมีชีวิตรอดไปวันๆ เท่านั้น” “วัชพืชหรือ?” หลิวเมิ่งหัวเราะเยาะในลำคอ ก่อนจะโน้มตัวเข้ามากระซิบที่ข้างหู “ถ้าเช่นนั้น ข้าก็คงต้องถอนรากถอนโคนเจ้าทิ้งเสียตั้งแต่ตอนนี้ จะได้ไม่รกหูรกตา!” สิ้นคำกล่าวนั้น หลิวเมิ่งก็ส่งสัญญาณให้ขันทีข้างกายเข้าจู่โจม ฟางเซียนพยายามถอยหลัง แต่ทางเดินข้างหลังกลับมีกำแพงกั้นไว้อย่างแน่นหนา ในเสี้ยววินาทีที่มือของขันทีคว้าเข้าที่ลำคอของนาง เสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ดังก้องขึ้นมา “ใครบังอาจทำร้ายสนมรักของข้า ในสวนแห่งนี้!” น้ำเสียงทรงอำนาจทำให้ขันทีร่างยักษ์หยุดชะงักด้วยความตกใจ หลิวเมิ่งหน้าถอดสี รีบหันไปกราบแทบเท้าจักรพรรดิที่เพิ่งเสด็จมาถึง ทว่าสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าการปรากฏตัวของจักรพรรดิ คือสิ่งที่ฟางเซียนเห็นในเงามืดด้านหลังของพระองค์... ร่างของชายลึกลับในชุดดำที่ถือนิ่งค้างด้วยดาบอาบยาพิษ พุ่งเป้าไปที่แผ่นหลังของหลงอี้เทียนโดยที่พระองค์ไม่ทันรู้ตัว! ฟางเซียนตัดสินใจในเสี้ยววินาทีที่ชี้เป็นชี้ตาย นางพุ่งตัวเข้าหาจักรพรรดิแล้วผลักพระองค์ออกไปสุดแรง ก่อนที่เสียงกระบี่จะปะทะกับเหล็กกล้าจะดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งสวน ฟางเซียนล้มลงกับพื้น เลือดสีแดงสดค่อยๆ ซึมออกมาจากหัวไหล่ที่ถูกคมกระบี่เฉี่ยวเข้าอย่างจัง หลงอี้เทียนหันมามองนางด้วยสายตาที่ตื่นตะลึง ทว่าในวินาทีนั้นเอง ชายชุดดำก็เปิดเผยใบหน้าออกมา... และใบหน้านั้น คือใบหน้าของคนในตระกูลที่ฟางเซียนเชื่อว่าตายไปนานแล้ว! หวังว่าบทนี้จะทำให้ทุกท่านตื่นเต้นไปกับชะตากรรมของหลินฟางเซียนนะคะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานของไป๋เหลียนฮวาเสมอมาค่ะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักยอดหทัย: ชายาสองหน้าผู้พลิกบัลลังก์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%