"ลายมือนี้... ไม่มีทางเป็นไปได้"
เสียงของหลินฟางเซียนแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับความเงียบงันภายในห้องทรงอักษร แรงสั่นสะเทือนในอกของนางรุนแรงราวกับมีใครมาเคาะกลองศึกอยู่ข้างใน จดหมายฉบับนั้นไม่ได้เพียงแค่สั่นคลอนความเชื่อที่นางยึดถือมาตลอดชีวิต แต่มันกำลังเปลี่ยน 'ความจริง' ให้กลายเป็น 'คำลวง'
หลงอี้เทียนหรี่ตาลง ประกายคมปลาบในดวงตาของเขาวูบไหวราวกับเปลวเทียนต้องลม ก่อนจะเลื่อนมือมาปิดจดหมายฉบับนั้นอย่างรวดเร็ว สีหน้าของจักรพรรดิผู้เหี้ยมโหดแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาที่ดูไม่ออกว่ากำลังคิดสิ่งใด
"เจ้าเห็นอะไร" น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่ง ทว่าแฝงไปด้วยกระแสกดดัน
ฟางเซียนเงยหน้าขึ้น สบประสานสายตากับบุรุษตรงหน้า ความกลัวที่เคยมีมลายหายไปแทนที่ด้วยความทะเยอทะยานที่พุ่งพล่าน นางรู้ดีว่าหากก้าวพลาดแม้เพียงก้าวเดียว ศพของนางจะถูกฝังไว้ใต้แผ่นดินวังหลังนี้ไม่ต่างจากบิดา แต่หากนางฉลาดพอ... นางจะเปลี่ยนจดหมายฉบับนี้ให้กลายเป็นคมดาบที่ใช้ปลิดชีพศัตรู
"หม่อมฉันเห็นสิ่งที่ทำให้หม่อมฉันตระหนักได้ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฝ่ายในที่เราพยายามควบคุม แท้จริงแล้วเป็นเพียงหมากบนกระดานของผู้อื่น" นางเว้นจังหวะ ถอยหลังหนึ่งก้าวแล้วก้มศีรษะลงต่ำอย่างอ่อนน้อม "ฝ่าบาททรงทราบดีอยู่แล้วว่ากุ้ยเฟยหลิวเมิ่งไม่ได้มีอำนาจล้นฟ้าด้วยตัวเอง นางเป็นเพียงสุนัขรับใช้ที่จงรักภักดีต่อ 'เงามืด' ที่หลบซ่อนอยู่ในวังหลวงมานานเกินไป"
หลงอี้เทียนแค่นหัวเราะในลำคอ กลิ่นอายสังหารรอบตัวเขาจางหายไปเหลือเพียงความใคร่รู้ "เจ้ากำลังจะบอกว่า การที่กุ้ยเฟยพยายามกำจัดเจ้า ไม่ใช่เพราะนางริษยา แต่เพราะนางกำลังทำตาม 'คำสั่ง' ของใครบางคนที่มีอำนาจเหนือกว่างั้นหรือ?"
"ไม่ใช่แค่คำสั่งเพคะ แต่มันคือการ 'สังเวย' เพื่อปิดปากผู้ที่รู้ความลับเรื่องตราประทับนี้" ฟางเซียนขยับยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "หากฝ่าบาทประทานอนุญาต หม่อมฉันมีวิธีที่จะทำให้ 'สุนัข' สองตัวที่กัดกินบัลลังก์มานาน หันมาขย้ำคอกันเองในคืนงานเลี้ยงชมจันทร์ที่จะถึงนี้"
---
คืนวันนั้น ณ ตำหนักของกุ้ยเฟยหลิวเมิ่ง บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นกำยานราคาแพงที่ลอยคลุ้งจนน่าเวียนหัว กุ้ยเฟยในอาภรณ์สีแดงสดนั่งอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ ดวงตางดงามดุจดอกท้อฉายแววอาฆาตเมื่อเห็นนางกำนัลคนสนิทก้าวเข้ามา
"ข่าวจากคนในห้องทรงอักษรว่าอย่างไร" หลิวเมิ่งเอ่ยถามโดยไม่หันไปมอง
"หลินฟางเซียนยังคงเก็บตัวเงียบเพคะ ทว่า... ข่าวลือที่ปล่อยออกไปเรื่องจดหมายลับของตระกูลหลินดูเหมือนจะเข้าหูฝ่าบาทแล้ว"
หลิวเมิ่งวางปิ่นปักผมลงบนโต๊ะด้วยแรงที่มากกว่าปกติ "ดี! ยิ่งมันได้รับความสนใจมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งต้องตายเร็วขึ้นเท่านั้น อย่าลืมจัดการเรื่องพิษในกาน้ำชาของนางในงานเลี้ยงวันพรุ่งนี้ ใครก็ตามที่ขวางทางตระกูลหลิวของข้า ต้องจบสิ้นไม่ต่างจากพวกกบฏ!"
ในขณะเดียวกัน ฟางเซียนที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของระเบียงทางเดิน เฝ้ามองความเคลื่อนไหวของนางกำนัลคนนั้นด้วยสายตาเรียบเฉย แผนการของนางไม่ใช่การลอบฆ่า แต่เป็นการ 'ล่อ' ให้หลิวเมิ่งทำในสิ่งที่ตนเองไม่ได้ตั้งใจ
นางหยิบถุงหอมเล็กๆ ออกมา แป้งสีขาวข้างในคือสิ่งที่นางเตรียมไว้เพื่อเปลี่ยนเกมนี้ นางไม่ได้จะวางยาพิษหลิวเมิ่ง แต่นางจะทำให้หลิวเมิ่งเข้าใจว่า 'พันธมิตร' ของนางกำลังทรยศ
ฟางเซียนเดินไปหยุดอยู่หน้าตำหนักของพระชายารองผู้เป็นคนของตระกูลที่สนับสนุนหลิวเมิ่ง นางทิ้ง 'หลักฐาน' จำลองที่สร้างขึ้นจากลายมือที่เลียนแบบมาจากตราประทับที่เห็นในจดหมายไว้ที่หน้าประตู ก่อนจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
---
เช้าวันงานเลี้ยงชมจันทร์ ทุกสิ่งดูเหมือนจะดำเนินไปตามปกติ ทว่าภายใต้ความรื่นเริง เสียงดนตรีบรรเลงกลบเกลื่อนความตึงเครียดที่แผ่ซ่านอยู่ในอากาศ หลิวเมิ่งกวาดสายตามองไปรอบห้องโถง ก่อนจะหยุดอยู่ที่พระชายารองที่นั่งอยู่ข้างกาย
จู่ๆ หลิวเมิ่งก็ขมวดคิ้ว เมื่อเห็นชายเสื้อของพระชายารองมีรอยตราประทับสีชาดที่คุ้นตา... ตราประทับเดียวกับที่นางเคยได้รับคำสั่งให้ตามหามาตลอดหลายปี
'นางทรยศข้า... นางแอบคบคิดกับหลินฟางเซียน!' ความคิดนั้นผุดขึ้นในหัวของหลิวเมิ่งอย่างรุนแรง
ฟางเซียนนั่งอยู่ข้างกายจักรพรรดิ มองดูความปั่นป่วนที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น นางยกจอกชาขึ้นจรดริมฝีปาก แสร้งทำเป็นไม่สนใจสายตาที่หลิวเมิ่งส่งมาหาพระชายารองด้วยความเกลียดชัง
ทันใดนั้นเอง หลิวเมิ่งที่ควบคุมอารมณ์ไม่ได้อีกต่อไป ก็ลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยว "ฝ่าบาท! หม่อมฉันพบหลักฐานสำคัญว่าในที่แห่งนี้มีผู้ทรยศ และนางกำลังร่วมมือกับนังแพศยาที่นั่งอยู่ข้างพระองค์!"
เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วทั้งโถง หลงอี้เทียนวางจอกสุราลงช้าๆ พลางหันมามองฟางเซียนที่ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย ฟางเซียนส่งยิ้มบางๆ ให้กับจักรพรรดิ เป็นยิ้มที่เต็มไปด้วยความนัยสำคัญก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับหลิวเมิ่ง
"กุ้ยเฟย... หากท่านมั่นใจว่ามีหลักฐาน เหตุใดไม่ลองเปิดดูกล่องไม้ที่ท่านเพิ่งส่งให้คนสนิทไปวางไว้ที่หน้าพระที่นั่งเมื่อครู่นี้ล่ะเพคะ?"
หลิวเมิ่งชะงักกึก สีหน้าซีดเผือดลงทันทีเพราะนางไม่ได้เป็นคนสั่งให้นำกล่องนั่นไปที่นั่น แต่ทันใดนั้นเอง ทหารองครักษ์หลวงก็ก้าวเข้ามากลางห้อง พร้อมกับเปิดกล่องใบนั้นออกเผยให้เห็นสิ่งของที่อยู่ข้างใน... สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของทุกคนในที่นั้นหยุดชะงัก
มันไม่ใช่หลักฐานความผิดของฟางเซียน แต่เป็น 'ตราประทับ' ของเสด็จแม่ที่ควรจะหายสาบสูญไปนานแล้ว พร้อมกับจดหมายที่เขียนด้วยลายมือของหลิวเมิ่งเอง!
"นี่มันหมายความว่าอย่างไร!" หลงอี้เทียนตวาดลั่น เสียงคำรามของเขาสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งตำหนัก
หลิวเมิ่งหันขวับมามองฟางเซียนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความแค้นและหวาดกลัว ทว่าฟางเซียนกลับโน้มตัวลงกระซิบข้างหูของจักรพรรดิด้วยน้ำเสียงที่ดังพอให้ได้ยินกันแค่สองคน
"ฝ่าบาทเพคะ... ดูเหมือนว่า 'สุนัข' ที่ฝ่าบาทเลี้ยงไว้ จะไม่ได้ซื่อสัตย์กับพระองค์เพียงคนเดียวเสียแล้ว"
ฟางเซียนเงยหน้าขึ้น สบตากับจักรพรรดิที่เวลานี้ดวงตาของเขาลุกโชนไปด้วยไฟโทสะที่ไร้การควบคุม ก่อนจะค่อยๆ หันไปมองที่ประตูทางเข้าโถงงานเลี้ยง ซึ่งในวินาทีนั้นเอง ชายชุดดำผู้หนึ่งก็ก้าวเข้ามาพร้อมกับประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น
"ผู้ที่เป็นเจ้าของตราประทับตัวจริง... ได้กลับมาทวงคืนสิ่งที่เคยถูกแย่งชิงไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
ไป๋เหลียนฮวาหวังว่าเรื่องราวในตอนนี้จะทำให้รี้ดเดอร์ทุกท่านตื่นเต้นและอยากติดตามตอนต่อไปนะคะ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันจนถึงตอนนี้ค่ะ
เล่ห์รักยอดหทัย: ชายาสองหน้าผู้พลิกบัลลังก์•ตอนที่ 19
แผนซ้อนแผน
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักยอดหทัย: ชายาสองหน้าผู้พลิกบัลลังก์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!