เล่ห์รักยอดหทัย: ชายาสองหน้าผู้พลิกบัลลังก์•ตอนที่ 13

สงครามเงียบในวังหลัง

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
"เจ้ากล้าดียังไงถึงคิดว่าถ้วยน้ำชานี้จะเพียงพอสำหรับการขอขมา... หลินฟางเซียน" สุ้มเสียงของกุ้ยเฟยหลิวเมิ่งหวานใสราวกับระฆังแก้ว แต่ทว่าแฝงไปด้วยคมมีดที่พร้อมจะกรีดลงบนผิวเนื้อได้ทุกเมื่อ นางนั่งพิงพนักเก้าอี้ไม้จันทน์หอม ดวงตาคู่คมจ้องมองถ้วยชาเคลือบเงาที่ตั้งอยู่ตรงหน้า ทว่าสายตานั้นกลับมิได้ใส่ใจน้ำชาที่ยังคงอุ่นกรุ่น แต่มุ่งตรงไปยังใบหน้าเรียบเฉยของหลินฟางเซียน หลินฟางเซียนมิได้หลบสายตา นางคลี่ยิ้มบางเบา เป็นยิ้มที่ทำให้ผู้พบเห็นอ่านอารมณ์ไม่ได้—มันมิใช่ความนอบน้อม แต่เป็นความเยือกเย็นที่ท้าทาย "ข้าเพียงแค่ตระหนักว่า กุ้ยเฟยทรงเหน็ดเหนื่อยกับการดูแลวังหลัง หากดื่มน้ำชาที่ข้าต้มเองกับมือสักจอก คงช่วยให้พระนางผ่อนคลายจากความกังวลเรื่องคดีเก่าของตระกูลข้าได้บ้าง... หรือว่าพระนางทรงกังวลสิ่งใดอยู่หรือเจ้าคะ?" หลิวเมิ่งหัวเราะเบาๆ มือเรียวงามขยับพัดปักลายดอกโบตั๋นขึ้นบังใบหน้าครึ่งหนึ่ง แต่ดวงตาที่เปิดเผยออกมานั้นวาวโรจน์ไปด้วยโทสะ "ความกังวลรึ? ช่างเป็นคำพูดที่สามหาวนัก คนที่ตระกูลล่มสลายกลายเป็นเพียงหมากในกระดานของผู้อื่น ยังจะมีหน้ามาถามถึงความกังวลของข้าอีกหรือ" หลิวเมิ่งโน้มตัวไปข้างหน้า เสียงกระซิบที่ดูแผ่วเบากลับบาดลึก "เจ้ารู้ดีว่าชาถ้วยนี้มีอะไรมากกว่าใบชาแห้ง เจ้าอยากให้ข้าดื่ม หรืออยากให้ข้าตื่นจากความฝันที่เจ้าปูทางไว้กันแน่" ฟางเซียนวางมือลงบนโต๊ะไม้ เสียงเครื่องประดับหยกกระทบกันเบาๆ เป็นจังหวะที่มั่นคง "ในวังหลังแห่งนี้ ใครบ้างมิใช่หมาก? ต่างกันเพียงว่าใครจะเป็นคนถือหมาก ใครจะเป็นผู้ถูกเขี่ยทิ้ง... พระนางทรงเป็นสนมรักของฝ่าบาท ทรงมีอำนาจล้นฟ้า แต่เหตุใดถึงยังต้องหวาดระแวงข้า หญิงสาวไร้หัวนอนปลายเท้าเพียงคนเดียวเล่าเจ้าคะ?" บรรยากาศภายในตำหนักหนานหยวนบีบคั้นจนลมหายใจติดขัด นางกำนัลรอบข้างต่างก้มหน้าต่ำจนแทบจะชิดพื้น ไม่มีใครกล้าหายใจแรงด้วยเกรงจะกลายเป็นเหยื่อของสงครามเงียบในครั้งนี้ หลิวเมิ่งสะบัดพัดปิดฉับ ท่าทางดูรำคาญใจยิ่ง "ไร้หัวนอนปลายเท้า? ข้ามิได้กลัวเจ้า แต่ข้าเกลียดกลิ่นอายความทะเยอทะยานที่พยายามปิดซ่อนไว้ใต้ใบหน้าใสซื่อพวกนั้นต่างหาก... ฝ่าบาททรงหลงมัวเมาในตัวเจ้าไปได้กี่น้ำเชียว คิดว่าการเป็นที่โปรดปรานเพียงชั่วข้ามคืนจะเปลี่ยนฐานะของเจ้าได้จริงหรือ?" "ข้ามิได้ต้องการตำแหน่งที่สูงส่งกว่าที่เป็นอยู่" ฟางเซียนตอบกลับทันควัน น้ำเสียงของนางราบเรียบดั่งผิวน้ำที่ไร้คลื่น "ข้าเพียงต้องการความยุติธรรมให้แก่ตระกูลหลิน หากความยุติธรรมนั้นทำให้พระนางร้อนใจ ก็แปลว่าพระนางคงมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องในอดีตไม่น้อยใช่หรือไม่เจ้าคะ?" คำถามนั้นเปรียบเสมือนการสาดน้ำมันเข้ากองเพลิง หลิวเมิ่งผุดลุกขึ้นยืนจนเก้าอี้ล้มลงกับพื้น เสียงดังสนั่นทำลายความเงียบงันลงทันที นางปรี่เข้ามาบีบคางของฟางเซียนแน่น ดวงตาคู่นั้นสั่นระริกด้วยความโกรธจัด "เจ้าช่างโอหังนัก! คิดว่าตัวเองเป็นใครถึงกล้ามากล่าวหาข้าภายในตำหนักของข้าเอง!" ฟางเซียนไม่ได้ขัดขืน นางปล่อยให้หลิวเมิ่งบีบคางตนจนเริ่มเจ็บร้าว ทว่ามุมปากกลับปรากฏรอยยิ้มสมเพช "พระนางทรงโกรธ... นั่นเป็นเพราะสิ่งที่ข้าพูดมันคือความจริงสินะเจ้าคะ" "เจ้า!" ในจังหวะที่หลิวเมิ่งเงื้อมมือหวังจะตบหน้าฟางเซียน ประตูตำหนักก็ถูกผลักออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงที่ทำให้ทุกคนในที่นั้นต้องทรุดตัวลงคุกเข่าด้วยความหวาดเกรง "เกิดอะไรขึ้นที่นี่!" เสียงเข้มงวดทรงอำนาจของจักรพรรดิหลงอี้เทียนดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่เกิดขึ้นฉับพลัน หลิวเมิ่งชะงักมือค้างอยู่กลางอากาศ ใบหน้าของนางเปลี่ยนจากความโกรธเป็นความตระหนกในชั่วพริบตา ฟางเซียนที่ยังคงถูกบีบคางอยู่ อาศัยจังหวะนี้แสร้งทำเป็นน้ำตาคลอเบ้า แล้วทรุดกายลงนั่งกับพื้นอย่างน่าเวทนา หลงอี้เทียนก้าวเข้ามา ใบหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยรอยเคร่งขรึม เขามองสลับระหว่างสนมรักที่ยืนตัวสั่นกับหญิงสาวที่นั่งน้ำตาคลออยู่บนพื้น ก่อนที่สายตาของเขาจะหยุดลงที่ถ้วยน้ำชาที่วางอยู่นิ่งสนิทบนโต๊ะ "หม่อมฉันเพียงแค่... พยายามจะสั่งสอนมารยาทให้สนมหลินเท่านั้นเพคะฝ่าบาท นางกล้าดียังไงถึงพูดจาจาบจ้วงหม่อมฉัน!" หลิวเมิ่งรีบแก้ต่าง เสียงของนางสั่นเครือราวกับผู้ที่ถูกรังแก ฟางเซียนก้มหน้าลง ซ่อนแววตาที่เยือกเย็นไว้ใต้แพขนตา "หม่อมฉันเพียงแค่นำชามาถวายด้วยความบริสุทธิ์ใจ หวังจะสร้างความเข้าใจอันดี แต่ไม่คิดว่า... พระนางจะทรงพิโรธถึงขั้นลงไม้ลงมือเพคะ" หลงอี้เทียนเดินเข้าไปหาฟางเซียน เขาคว้ามือของนางขึ้นมาดู รอยแดงจางๆ ที่คางของนางคือหลักฐานมัดตัวชั้นดี เขาส่งสายตาคมกริบไปยังหลิวเมิ่งที่ตอนนี้ใบหน้าซีดเผือด "ความบริสุทธิ์ใจของเจ้า... ทำให้ถึงกับต้องเรียกทหารองครักษ์มาเฝ้าหน้าตำหนักเลยหรือ กุ้ยเฟย?" น้ำเสียงของฮ่องเต้เย็นเยียบดั่งน้ำแข็งขั้วโลก ทว่าก่อนที่เหตุการณ์จะคลี่คลายไปในทางที่ฟางเซียนต้องการ เสียงประกาศของขันทีรับใช้หน้าตำหนักก็ดังขึ้นพร้อมกับความโกลาหลที่ดูเหมือนจะหนักกว่าเดิม "ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! ที่คุกหลวง... นักโทษตระกูลหลินคนสุดท้ายที่ถูกคุมขังอยู่... ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเพคะ!" ฟางเซียนเงยหน้าขึ้นทันที ในขณะที่หลิวเมิ่งเผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่มุมปากอย่างผู้กำชัยชนะ เกมนี้ไม่ได้จบลงแค่การปะทะฝีปาก แต่มันกำลังกลายเป็นสงครามที่ไม่มีวันหวนกลับ หวังว่าทุกท่านจะร่วมลุ้นระทึกไปกับเหตุการณ์พลิกผันที่กำลังจะอุบัติขึ้นในตอนต่อไปนะคะ! ด้วยความเคารพจากใจ ไป๋เหลียนฮวาค่ะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักยอดหทัย: ชายาสองหน้าผู้พลิกบัลลังก์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%