"เจ้ากล้าเรียกขานตนเองว่าบิดา... ทั้งที่มือของเจ้าอาบไปด้วยเลือดของคนในตระกูลหลินเยี่ยงนั้นหรือ?"
หลินฟางเซียนเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับจนแทบหยุดหายใจ นางยืนตระหง่านอยู่กลางตำหนักที่บัดนี้กลายเป็นสมรภูมิขนาดย่อม ร่างของนักฆ่าชุดดำสามคนนอนแน่นิ่งบนพื้นหินอ่อน หนึ่งในนั้นยังมีลมหายใจรวยริน ขณะที่เงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งในชุดคลุมสีเทาเข้มยืนเด่นอยู่ท่ามกลางเงามืดของเสาต้นใหญ่
เสียงหัวเราะแหบพร่าดังก้องตอบกลับมา มันเป็นเสียงที่นางจดจำได้แม่นยำยิ่งกว่าเสียงของตัวเอง เสียงของบิดาผู้ที่นางเคยเทิดทูนเหนือเกล้า... แต่คนผู้นี้ไม่ใช่บิดาของนางอีกต่อไป
"ความรักของพ่อ... มักมาในรูปแบบที่ลูกสาวอย่างเจ้าคาดไม่ถึงเสมอ ฟางเซียน" ชายผู้นั้นก้าวออกมาจากเงามืด แสงเทียนที่เต้นเร่าอยู่ในโคมสะท้อนใบหน้าที่เคยอบอุ่น บัดนี้กลับเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นที่พาดผ่านดวงตาข้างหนึ่ง "เจ้าไม่ได้ตายไปในคืนนั้น แต่กลับรอดมาถึงวังหลวงได้... นับว่าเจ้ามีเล่ห์เหลี่ยมร้ายกาจไม่เบา"
หลินฟางเซียนไม่ได้หวั่นไหว มือของนางกระชับกริชสั้นที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อแน่นขึ้น ดวงตาเรียวหงส์จ้องมองอีกฝ่ายด้วยความเย็นชาไร้ก้นบึ้ง นางไม่สนคำหวานหูเหล่านั้น นางก้าวเท้าเข้าไปหาชายที่นางเคยเรียกว่า 'ท่านพ่อ' อย่างไม่เกรงกลัว
"เล่ห์เหลี่ยมของข้า ก็เรียนรู้มาจากวิธีที่ท่านใช้บดขยี้ชีวิตผู้อื่นอย่างไรเล่า" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยก่อนจะหันไปหาเงาร่างของนักฆ่าที่บาดเจ็บสาหัส ซึ่งกำลังถูกองครักษ์เงาของจักรพรรดิกดตัวไว้บนพื้น "แต่ก่อนจะคุยเรื่องอดีต ข้าว่าเรามาคุยเรื่องปัจจุบันที่กำลังจะจบลงในอีกไม่กี่อึดใจดีกว่า"
นางทรุดตัวลงนั่งยองๆ เบื้องหน้านักฆ่าคนนั้น กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วตำหนักจนน่าสะอิดสะเอียน หลินฟางเซียนใช้นิ้วเรียวยาวเชยคางชายชุดดำขึ้นมา แววตาของนางดุดันจนคนถูกจ้องมองต้องเบือนหน้าหนี
"ข้าไม่ชอบเสียเวลา" นางกระซิบเสียงต่ำ "เจ้าถูกส่งมาเพื่อเก็บกวาด... หรือส่งมาเพื่อสังหารคนที่ไม่ควรตาย? กุ้ยเฟยหลิวเมิ่งจ่ายเจ้าด้วยทองกี่ตำลึง ถึงได้กล้าเหยียบย่างเข้าสู่ใจกลางอำนาจของจักรพรรดิหลงอี้เทียนเช่นนี้"
นักฆ่าคนนั้นแค่นยิ้ม เลือดสีคล้ำไหลออกจากมุมปาก "ข้าไม่มีวัน... บอกความลับของ... นายท่าน..."
"นายท่าน?" หลินฟางเซียนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "เจ้าคิดว่า 'นายท่าน' ของเจ้าจะสนใจชีวิตเศษขยะอย่างเจ้าหรือ? ดูนั่นสิ..."
นางชี้ไปยังชายชุดเทาที่ยืนนิ่งเฉยดุจรูปปั้น เขาไม่แม้แต่จะชายตามองนักฆ่าที่กำลังจะตาย แต่มือของเขากลับขยับไปที่ด้ามกระบี่อย่างเตรียมพร้อม หลินฟางเซียนอ่านเกมขาดทะลุปรุโปร่ง คนผู้นี้ไม่ได้มาเพื่อช่วย แต่มาเพื่อ 'ลบ' ร่องรอยหลักฐานทั้งหมด
"เขาไม่ได้มาช่วยเจ้า เขามาเพื่อปิดปากเจ้าให้เงียบสนิทตลอดกาล" หลินฟางเซียนกดปลายกริชลงบนบาดแผลที่หน้าอกของนักฆ่าเบาๆ จนอีกฝ่ายส่งเสียงร้องลั่น "หากเจ้าอยากตายอย่างมีเกียรติในฐานะคนโง่ที่ถูกทิ้ง ก็จงเงียบต่อไป แต่หากอยากให้ครอบครัวที่เจ้าทิ้งไว้ข้างหลังรอดพ้นจากการถูกกวาดล้าง... จงคายชื่อผู้อยู่เบื้องหลังออกมา"
ความลังเลปรากฏขึ้นในดวงตาที่ขุ่นมัวของนักฆ่า ชายชุดเทาเริ่มขยับตัวด้วยความรำคาญ แววตาของเขาอำมหิตขึ้นทุกขณะ หลินฟางเซียนรู้ดีว่าเวลาของนางมีจำกัด นางจงใจกดกริชลงไปอีกนิ้วหนึ่งจนนักฆ่าเจ็บจนตัวสั่น
"หนึ่ง... สอง..." นางนับจังหวะราวกับกำลังเล่นกับความตาย
"หางอี้... เสนาบดีหางอี้คือผู้... โอ๊ย!" นักฆ่ายังไม่ทันขาดคำ ชายชุดเทาก็พุ่งทะยานเข้ามาหมายจะปลิดชีพนักฆ่าทันที แต่หลินฟางเซียนเร็วกว่า นางเตะขาเก้าอี้ไม้ตัวใหญ่ไปขวางทางบุรุษผู้นั้นไว้ ทำให้เขาสะดุดจังหวะไปเพียงเสี้ยววินาที
ทว่าจังหวะเสี้ยววินาทีนั้นก็เพียงพอสำหรับจักรพรรดิหลงอี้เทียนที่ก้าวเข้ามาขวางกลางวงสนทนา ดาบยาวในมือพระองค์ตวัดผ่านอากาศเกิดเป็นเสียงหวีดหวิวที่น่าเกรงขาม
"เจ้ากล้าดีอย่างไร... ถึงได้เข้ามาสะบั้นความอดทนของเราในตำหนักนี้" สุรเสียงของจักรพรรดิทรงอำนาจจนอากาศดูจะหนักอึ้ง หลงอี้เทียนปรายตามองชายชุดเทาด้วยสายตาที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล
ชายชุดเทาชะงักงัน เขาไม่คิดว่าจักรพรรดิจะปรากฏตัวเร็วขนาดนี้ แผนการทั้งหมดกำลังพังทลายลงต่อหน้าต่อตา ทว่าสิ่งที่ทำให้หลินฟางเซียนต้องเบิกตากว้างไม่ใช่ความโกรธของหลงอี้เทียน แต่มันคือปฏิกิริยาของชายชุดเทา
เขาลดดาบลงอย่างเชื่องช้า ก่อนจะคุกเข่าลงกับพื้นอย่างนอบน้อม ซึ่งเป็นท่าทางที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นกับมือสังหารที่เพิ่งบุกเข้ามาสังหารคน
"ฝ่าบาท..." ชายชุดเทาเอ่ยด้วยเสียงอันสั่นเครือ "ข้าพเจ้ามิได้มาเพื่อเข่นฆ่า แต่ข้าพเจ้ามาเพื่อปกป้องความจริงที่ถูกฝังกลบ... บุรุษที่ท่านเห็นอยู่นี้ ไม่ใช่บิดาของนาง แต่นางคือคนที่จัดฉากทุกอย่างขึ้นมาเองเพื่อดึงท่านเข้าสู่สงครามล้างแค้น!"
จักรพรรดิหลงอี้เทียนนิ่งงัน พระองค์หันมามองหลินฟางเซียนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามที่คาดเดาไม่ได้ หลินฟางเซียนรู้สึกถึงความหนาวเหน็บที่แล่นผ่านกระดูกสันหลัง นางรู้ดีว่าหากพระองค์ปักใจเชื่อคำโกหกนี้ ชีวิตของนางในวังหลวงจะจบสิ้นลงในทันที
ทว่าสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ ในขณะที่ความเงียบเข้าปกคลุม ประตูตำหนักด้านหลังก็ถูกเปิดออกพร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ของสตรีผู้หนึ่งที่นางคุ้นเคยเป็นอย่างดี
"น่าสนุกเหลือเกินนะเพคะ ฝ่าบาท..." กุ้ยเฟยหลิวเมิ่งเดินเข้ามาในตำหนักด้วยรอยยิ้มอาบยาพิษ ในมือนางถือเอกสารตราประทับลับของตระกูลหลินเอาไว้แน่น "หม่อมฉันมีหลักฐานที่จะพิสูจน์ว่า ใครกันแน่ที่เป็นผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังความโกลาหลนี้ทั้งหมด... และดูเหมือนว่า 'ความจริง' ที่ท่านได้รับรู้มาตั้งแต่ต้น จะเป็นเพียงละครฉากหนึ่งเท่านั้น"
นางทิ้งหลักฐานลงบนพื้น เอกสารนั้นระบุชื่อผู้บงการที่หลินฟางเซียนไม่เคยคาดคิดมาก่อน... ชื่อที่ทำให้นางถึงกับเข่าอ่อนจนต้องถอยหลังไปพิงเสา เพราะนั่นคือลายมือของคนที่นางรักและไว้ใจที่สุดในวังหลวงแห่งนี้!
ไป๋เหลียนฮวาหวังว่าเรื่องราวในตอนนี้จะทำให้รี้ดเดอร์ทุกท่านตื่นเต้นจนวางไม่ลงนะคะ ขอบคุณสำหรับการติดตามเสมอค่ะ
เล่ห์รักยอดหทัย: ชายาสองหน้าผู้พลิกบัลลังก์•ตอนที่ 24
คำสารภาพของสายลับ
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักยอดหทัย: ชายาสองหน้าผู้พลิกบัลลังก์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!