“เจ้ากล้าดียังไงถึงคิดว่าคนอย่างข้าจะปล่อยให้ร่องรอยเน่าเฟะพวกนี้เล็ดลอดไปถึงพระเนตรพระกรรณฝ่าบาท?”
เสียงของหลินฟางเซียนราบเรียบ ทว่าเย็นเยือกดั่งน้ำแข็งในฤดูเหมันต์ นางนั่งพิงพนักเก้าอี้ไม้จันทน์หอม แววตาคมกริบดุจกระบี่จ้องมอง ‘อาเป่า’ ขันทีคนสนิทของกุ้ยเฟยที่ถูกนางสั่งให้องครักษ์เงาจับตัวมาเค้นความลับในห้องลับใต้เรือนพัก
อาเป่าสั่นสะท้าน ร่างกายที่เคยอาบด้วยความสุขสบายจากบารมีกุ้ยเฟยบัดนี้เต็มไปด้วยรอยแผลที่ถูกทรมานจนแทบไร้สภาพ “ข้า… ข้าไม่รู้เรื่องกบฏ! ข้าแค่ทำตามคำสั่งส่งจดหมายประทับตรานกยูงนั่นไปที่ชายแดนเท่านั้น!”
ฟางเซียนหยิบกระดาษแผ่นบางที่ถูกเผาไหม้ไปครึ่งหนึ่งขึ้นมา กลิ่นกำยานราคาแพงที่อบอวลอยู่บนกระดาษใบนั้นคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่นางควานหามาตลอดสามเดือน กลิ่นนี้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ ‘ตำหนักเมฆาคล้อย’ ที่กุ้ยเฟยหลิวเมิ่งพำนักอยู่
“ตรานกยูงคือสัญลักษณ์ของตระกูลหลิว แต่สิ่งที่เจ้าส่งออกไปไม่ใช่แค่จดหมายรัก” นางโน้มตัวเข้าไปใกล้ จนลมหายใจอุ่นๆ รดใบหน้าของชายผู้นั้น “มันคือแผนผังคลังแสงหลวง และพิกัดจุดอ่อนของกำแพงเมืองด้านทิศตะวันตก... บอกมาว่าใครเป็นผู้รับสาร ถ้าเจ้าอยากจะรักษาศีรษะไว้บนบ่า”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องมืดมิด มีเพียงเสียงหยดน้ำที่กระทบพื้นหินสม่ำเสมอ ฟางเซียนไม่ได้รีบร้อน นางหยิบถ้วยชาขึ้นจิบอย่างใจเย็น ท่าทางสง่างามราวนางพญาผู้กุมชะตากรรมคนทั้งวังหลวงไว้ในกำมือ
ในขณะเดียวกัน ณ ตำหนักเมฆาคล้อย บรรยากาศกลับอึมครึมผิดปกติ หลิวเมิ่ง กุ้ยเฟยผู้โฉมสะคราญกำลังยืนมองกระจกสำริด มือเรียวงามลูบไล้ปิ่นหยกสีเลือดบนศีรษะเบาๆ แววตาของนางไม่มีความอ่อนหวานอย่างที่แสดงต่อหน้าฝ่าบาทแม้แต่น้อย
“ท่านพ่อส่งข่าวมาว่าอย่างไรบ้าง?” นางเอ่ยถามเงาสะท้อนในกระจก
“ใต้เท้าหลิวแจ้งว่า สารลับฉบับที่ส่งออกไปเมื่อสองวันก่อนอาจถูกสกัดไว้ได้พะย่ะค่ะ” องครักษ์ข้างกายตอบเสียงสั่น “และดูเหมือน… ฮองเฮา เอ้ย… พระสนมฟางเซียนจะเริ่มเคลื่อนไหวผิดปกติ”
หลิวเมิ่งแค่นหัวเราะ “นังตัวดี... นึกว่าข้าไม่รู้หรือว่านางกำลังพยายามขุดคุ้ยเรื่องที่ข้าทำกับตระกูลของนางเมื่อปีก่อน? แต่เสียดายที่นางช้าไปก้าวหนึ่งเสมอ”
นางหมุนตัวกลับ แววตาอำมหิตฉายชัด “ไปตามหาอาเป่า ถ้ามันถูกจับได้ ก็อย่าให้มันมีชีวิตกลับมาพูดความจริงได้อีก ส่งคนไปที่ห้องลับใต้เรือนพักของนางเดี๋ยวนี้!”
กลับมาที่ห้องลับใต้เรือนพัก ฟางเซียนที่ได้คำตอบที่ต้องการแล้วถึงกับต้องกำหมัดแน่น ‘ผู้บงการกบฏนอกเมืองไม่ใช่ใครอื่นไกล นอกจากเสด็จอาของหลงอี้เทียน... ท่านอ๋องผู้ที่กำลังกุมกองทัพชายแดนในมือ’
หากนางนำเรื่องนี้ไปบอกฝ่าบาทโดยไม่มีหลักฐานมัดตัวกุ้ยเฟยให้แน่นหนา ชีวิตของนางและคนในตระกูลที่เหลือรอดจะถูกบดขยี้ในชั่วข้ามคืน นางต้องวางหมากให้รอบคอบกว่านี้
ขณะที่ฟางเซียนกำลังจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ จู่ๆ ประตูก็ถูกถีบออกด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่คุ้นตาของบุรุษผู้เป็นเจ้าแผ่นดิน หลงอี้เทียนยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า แววตาของเขาดุดันและเต็มไปด้วยความระแวงที่ปิดไม่มิด
“ฟางเซียน... เจ้าบังอาจทำอะไรในที่แห่งนี้?” เสียงทุ้มต่ำของเขาดังก้องกังวานราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์ “และใครที่อยู่ข้างหลังเจ้า... ทำไมถึงมีสัญลักษณ์ตระกูลข้าในห้องใต้ดินของนางสนมที่ข้าโปรดปราน?”
ฟางเซียนชะงัก สายตาประสานกับเขานิ่งงัน นางไม่ได้หวาดกลัว แต่ในใจกลับครุ่นคิดหาวิธีพลิกสถานการณ์ที่เสียเปรียบนี้ให้เป็นโอกาส แต่ทว่า... ทันใดนั้นเอง องครักษ์หนุ่มที่นางวางไว้หน้าห้องก็วิ่งเข้ามาด้วยสภาพโชกเลือด ก่อนจะทรุดตัวลงแทบเท้า
“พระสนม... กุ้ยเฟย... กุ้ยเฟยนำกองกำลังทหารรักษาการณ์วังบุกเข้ามาอ้างว่าได้รับคำสั่งด่วนจากฝ่าบาทให้กวาดล้าง ‘ผู้ทรยศ’ ในเขตที่พักของท่านพะย่ะค่ะ!”
เสียงฝีเท้าหนักแน่นของทหารนับร้อยดังกึกก้องไปทั่วโถงทางเดิน ฟางเซียนมองสบตากับหลงอี้เทียนที่ยังคงมีท่าทีเย็นชา และก่อนที่นางจะทันได้อธิบายอะไร ประตูทางเข้าก็ถูกทลายลงโดยกองทัพของหลิวเมิ่งที่แสยะยิ้มเดินเข้ามาพร้อมกับฎีกาในมือ
“ฝ่าบาทเพคะ... หม่อมฉันได้รับรายงานว่ามีกบฏซ่อนตัวอยู่ในเรือนของพระสนมฟางเซียน เห็นทีวันนี้... ความลับที่นางเก็บซ่อนไว้ คงจะถูกเปิดเผยต่อหน้าพระพักตร์เสียที”
ไป๋เหลียนฮวาหวังว่าเรื่องราวในบทนี้จะทำให้รี้ดเดอร์ทุกท่านตื่นเต้นจนลืมหายใจนะคะ
เล่ห์รักยอดหทัย: ชายาสองหน้าผู้พลิกบัลลังก์•ตอนที่ 16
ร่องรอยของผู้บงการ
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักยอดหทัย: ชายาสองหน้าผู้พลิกบัลลังก์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!