กลิ่นกำยานหอมอ่อนๆ ที่เคยช่วยให้ผ่อนคลายในยามค่ำคืน กลับกลายเป็นกลิ่นคาวสนิมจางๆ ที่ลอยมาแตะจมูก หลินฟางเซียนมิได้ขยับกายแม้เพียงกระผีก เธอรับรู้ได้ถึงมวลอากาศที่เปลี่ยนไปรอบเตียงบรรทม ความเงียบงันในตำหนักหนานหนิงยามนี้เงียบผิดปกติ... ไร้ซึ่งเสียงหรีดหริ่งเรไร ไร้เสียงลมหายใจของนางกำนัลที่ควรจะเฝ้าหน้าห้อง
*มาแล้วสินะ...*
นางลืมตาขึ้นช้าๆ ทว่าม่านตาที่ไร้การเคลื่อนไหวกลับวาวโรจน์ด้วยความเยือกเย็น มือเรียวบางภายใต้ผ้าห่มแพรไหมค่อยๆ สอดเข้าไปใต้หมอนเพื่อคว้ากริชสั้นที่ลับจนคมกริบเอาไว้มั่น ประสาทสัมผัสของนางจดจ่ออยู่กับเงาดำที่ไหววูบผ่านฉากกั้นห้องไปเพียงนิด ปลายเท้าของมือสังหารเงาเบาหวิวราวกับขนนก แต่ทว่าสัญชาตญาณของคนที่เคยผ่านความตายมานับครั้งไม่ถ้วนบอกนางว่า มิใช่มีเพียงหนึ่ง
“เจ้าคิดว่าการส่งพวกสวะไร้หัวนอนปลายเท้ามาเช่นนี้ จะปลิดชีพข้าได้ง่ายดายถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?”
เสียงของหลินฟางเซียนเรียบเรื่อย ราวกับกำลังสนทนาเรื่องดินฟ้าอากาศ แต่มันกลับทำให้เงามืดที่กำลังคืบคลานหยุดชะงักลงครู่หนึ่ง ก่อนที่แสงจันทร์ที่ลอดผ่านรอยแยกหน้าต่างจะเผยให้เห็นประกายดาบที่พุ่งตรงมายังตำแหน่งที่นางเคยนอนอยู่!
*ฉึบ!*
คมดาบปักลงบนหมอนนวมอย่างแม่นยำ แต่นางไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว หลินฟางเซียนพลิกตัวลงจากเตียงพร้อมกับตวัดกริชเข้าใส่จุดตายของมือสังหารที่เพิ่งพุ่งตัวลงมา เลือดอุ่นๆ สาดกระเซ็นลงบนพรมลายมังกร นางมิได้ตื่นตระหนก สายตาคมกริบกวาดมองเงาร่างอีกสองคนที่พรวดพราดเข้ามาจากทางหน้าต่าง
“กุ้ยเฟยหลิวเมิ่งคงจะประมาทข้าเกินไป กระทั่งจ้างวานนักฆ่าจากหอคอยทมิฬมาทำงานสกปรกให้ตัวเอง ยังเสียดายค่าจ้างจนส่งมาเพียงสามคน” นางเอ่ยพลางยิ้มเย็นที่มุมปาก กริชในมือตั้งรับท่าทางสุขุม
“นังแพศยา! ตายเสียเถอะ!” มือสังหารคำรามต่ำ ก่อนจะพุ่งเข้าใส่นางพร้อมกันทั้งสองทิศทาง
หลินฟางเซียนอาศัยความคล่องตัวมุดลอดใต้ดาบที่ฟาดลงมาอย่างดุดัน นางมิใช่คนไร้ฝีมือ การฝึกฝนวรยุทธ์ลับจากตระกูลที่ล่มสลายถูกงัดออกมาใช้อีกครั้ง จังหวะที่มือสังหารคนหนึ่งเสียหลักจากการเหวี่ยงดาบพลาด นางใช้ศอกกระแทกเข้าที่ขมับมันอย่างแรงจนอีกฝ่ายทรุดฮวบ ทว่ามือสังหารอีกคนกลับไวกว่า มันตวัดปลายดาบเฉียดแขนเสื้อนางจนขาดวิ่น กลิ่นโลหิตเริ่มโชยคละคลุ้งในห้องบรรทม
ความเจ็บแปลบที่แขนขวาไม่ได้ทำให้ความตั้งใจของนางลดลง หลินฟางเซียนถอยหลังไปคว้าเชิงเทียนทองเหลืองหนักๆ บนโต๊ะไม้จันทน์เหวี่ยงเข้าใส่ร่างที่กำลังโถมเข้ามา ชั่วขณะที่มันเบี่ยงตัวหลบ นางใช้จังหวะนั้นพุ่งเข้าหามันแล้วแทงกริชลงไปที่จุดชีพจรใต้คางอย่างแม่นยำ!
“อึก...” มือสังหารทรุดลงสิ้นใจตาค้าง
ภายในตำหนักกลับคืนสู่ความเงียบงันอีกครั้ง หลินฟางเซียนหอบหายใจถี่ สายตาของนางจ้องมองศพที่นอนระเกะระกะด้วยแววตาที่ไร้ความปรานี หากนางแสดงความอ่อนแอแม้เพียงนิด ชีวิตของนางในวังหลวงแห่งนี้ย่อมจบสิ้นลงทันที
ทว่า... ก่อนที่นางจะได้ก้าวขาออกไปตามหาความช่วยเหลือ เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากหน้าประตูตำหนัก ประตูไม้แกะสลักถูกผลักออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษผู้สูงศักดิ์ในฉลองพระองค์สีดำสนิท ดวงตาคมปลาบดุจพญาอินทรีของจักรพรรดิหลงอี้เทียนกวาดมองสภาพห้องที่ยับเยิน ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของนางและรอยเลือดบนแขนเสื้อ
“หลินฟางเซียน... เจ้ากล้ามากที่แอบซ่อนความสามารถเช่นนี้ไว้ข้างกายข้า” หลงอี้เทียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือกจนน่าขนลุก
นางรีบคุกเข่าลงทันที ทว่ามือที่ถือกริชยังคงสั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่มันคือการเผชิญหน้ากับพยัคฆ์ร้ายที่นางไม่อาจคาดเดาใจได้ “ฝ่าบาท... หม่อมฉันเพียงแค่ต้องการรักษาสิทธิ์ในการหายใจต่อในวังหลวงแห่งนี้เท่านั้นเพคะ”
หลงอี้เทียนก้าวเข้ามาใกล้จนนางรู้สึกได้ถึงแรงกดดันอันมหาศาล เขาเอื้อมมือไปเชยคางนางขึ้น บังคับให้สบตาที่ฉายแววคุกรุ่น เขาก้มหน้าลงมากระซิบที่ข้างใบหูจนนางรู้สึกขนลุกชัน “เจ้าคิดหรือว่าการฆ่านักฆ่าพวกนี้จะทำให้เจ้าปลอดภัย? เจ้ากำลังดึงตัวตนที่แท้จริงออกมาเองนะฟางเซียน... แล้วอย่าหาว่าข้าไม่เตือน ว่าคนที่เจ้าควรระวัง ไม่ใช่นักฆ่าพวกนี้... แต่เป็นคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเจ้าคนนี้ต่างหาก”
เขาสะบัดชายเสื้อแล้วหันหลังกลับ ทว่าก่อนจะก้าวพ้นประตู เขาก็หยุดฝีเท้าลงโดยไม่หันมามอง “พรุ่งนี้เช้า อย่าได้ไปที่ห้องโถงหลัก... กุ้ยเฟยหลิวเมิ่งได้เตรียม 'ของขวัญ' ชิ้นใหญ่ไว้รอต้อนรับเจ้าแล้ว และข้าก็อยากรู้นักว่า... เจ้าจะรอดจากเล่ห์เพทุบายของนางในครานี้ได้อย่างไร ในเมื่อเจ้าเพิ่งจะยอมเผยเขี้ยวเล็บให้ข้าเห็นเสียขนาดนี้”
สิ้นคำพูดนั้น ร่างสูงสง่าก็หายลับไปในความมืด เหลือไว้เพียงหลินฟางเซียนที่นั่งนิ่งอยู่ท่ามกลางกลิ่นเลือดและปริศนาที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในวันรุ่งขึ้น... โดยที่นางไม่รู้เลยว่า ศพหนึ่งในสามที่นอนอยู่บนพื้นนั้น ขยับปลายนิ้วขึ้นมาอย่างช้าๆ ราวกับยังมีความลับบางอย่างที่ยังมิได้เปิดเผยออกมา!
ด้วยความเคารพจากใจ ไป๋เหลียนฮวาค่ะ
เล่ห์รักยอดหทัย: ชายาสองหน้าผู้พลิกบัลลังก์•ตอนที่ 15
การลอบสังหารยามวิกาล
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักยอดหทัย: ชายาสองหน้าผู้พลิกบัลลังก์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!