“เพล้ง!”
ถ้วยชาเคลือบหยกในมือของหลินฟางเซียนร่วงหล่นลงพื้นกระเบื้อง กลิ่นชาหอมกรุ่นกระจายไปทั่วตำหนักเย็นชืด แรงสั่นสะเทือนจากเศษกระเบื้องที่แตกกระจายไม่เท่ากับแรงสั่นสะเทือนในอกของนาง เมื่อบุรุษตรงหน้า—ผู้ที่เป็นทั้งสามี ศัตรู และเป้าหมายการแก้แค้น—ก้าวเข้ามาปิดประตูห้องบรรทมลงอย่างช้าๆ
หลงอี้เทียนไม่ได้มองพื้น แต่เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของนาง... ดวงตาที่มักจะซ่อนความจริงไว้เบื้องหลังกำแพงน้ำแข็งเสมอ
“เจ้าจะเก็บซ่อน ‘ความลับ’ อีกนานแค่ไหนฟางเซียน” เสียงทุ้มต่ำของเขาสั่นพร่าเล็กน้อย มันไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยวที่นางคุ้นเคย แต่มันคือความเหนื่อยอ่อนที่หยั่งรากลึก “ตราประทับตระกูลหลินที่อยู่ในหีบไม้นั่น... เจ้าคิดหรือว่าข้าจะโง่เขลาถึงขั้นจำของดูต่างหน้าของ ‘คนบาป’ ที่ข้าเนรเทศไปไม่ได้”
หลินฟางเซียนแค่นยิ้ม มุมปากของนางยกขึ้นเพียงเล็กน้อยทว่าแฝงไว้ด้วยความขมขื่น นางไม่ถอยหนี แต่กลับก้าวเข้าไปหาเขาจนกระทั่งปลายจมูกเกือบจะชิดกัน “หากฝ่าบาททรงทราบแล้ว จะรอช้าอยู่ใย? จะประหารหม่อมฉัน หรือจะถอนรากถอนโคนตระกูลหลินให้สิ้นซากเป็นครั้งที่สองกันเล่าเพคะ?”
หลงอี้เทียนคว้าข้อมือของนางไว้แน่น มิใช่เพื่อรัดตรึง แต่เพื่อยึดเหนี่ยว “เจ้าเข้าใจผิดมาตลอด... เรื่องในอดีตไม่ใช่ข้าที่ต้องการให้มันจบลงเช่นนั้น”
“คำแก้ตัวของราชาผู้มีอำนาจล้นฟ้าช่างฟังดูรื่นหูนัก” นางสะบัดข้อมือออก แต่เขากลับเปลี่ยนเป็นโอบรั้งเอวนางไว้แน่น กลิ่นอายบุรุษของเขารอบตัวนางทำเอาลมหายใจของหลินฟางเซียนติดขัด “ฝ่าบาททรงมีกุ้ยเฟยหลิวเมิ่งที่แสนดีคอยปรนนิบัติอยู่เคียงข้าง จะมาสนใจสตรีที่เต็มไปด้วยความแค้นอย่างหม่อมฉันไปเพื่ออะไรกัน”
“เพราะกุ้ยเฟยคือตัวหมากที่ข้าใช้ตบตาเหล่าขุนนาง” หลงอี้เทียนกระซิบข้างใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนทำให้ขนอ่อนของนางลุกชัน “แต่เจ้า... ฟางเซียน เจ้าคือสตรีเพียงคนเดียวที่ข้าหวาดกลัวจะสูญเสียไป แม้ว่าเจ้าจะใช้ความฉลาดหลักแหลมนั้นวางแผนทำลายบัลลังก์ของข้าทุกค่ำคืนก็ตาม”
ท่ามกลางแสงเทียนที่วูบไหวในตำหนัก บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นความโหยหาที่ถูกเก็บกดมาเนิ่นนาน หลินฟางเซียนมองดวงตาของเขานางเห็นความโดดเดี่ยวที่ไม่มีใครเห็น นางเห็นบุรุษที่ต้องสวมหน้ากากเป็นจักรพรรดิผู้เหี้ยมโหดเพื่อรักษาแผ่นดิน แต่นางกลับเป็นคนเดียวที่เขากล้าถอดหน้ากากออกให้เห็นความอ่อนแอ
“ท่านรักหม่อมฉัน... หรือรักเพียงความท้าทายที่ได้เอาชนะคนอย่างหม่อมฉันกันแน่” นางถาม เสียงที่เคยเยือกเย็นบัดนี้กลับสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้
“ข้าอาจจะเริ่มที่ความท้าทาย แต่ความรักของข้ามันหยั่งรากลึกลงไปในความแค้นของเจ้าไปแล้ว” เขาประคองใบหน้านางด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะจุมพิตเบาๆ ที่หน้าผาก ความอ่อนโยนที่นางไม่เคยได้รับมาก่อนชะล้างความเย็นชาในหัวใจนางไปชั่วขณะ
มือของหลินฟางเซียนที่เคยคิดจะคว้าปิ่นทองคำที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อเพื่อปลิดชีพเขา ยามนี้กลับวางลงบนอกกว้างของเขาสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวแรงไม่ต่างจากนาง
“หากข้าบอกว่า ข้ากำลังวางแผนจะเปลี่ยนแผ่นดินนี้ให้เป็นของตระกูลหลินอีกครั้ง... ท่านจะยังพูดคำว่ารักนี้ได้หรือไม่” นางท้าทายในลมหายใจ
หลงอี้เทียนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งการเสแสร้ง “ถ้าเช่นนั้น เรามาครองบัลลังก์ร่วมกัน... เจ้าเป็นนายหญิงแห่งแผ่นดิน และข้าจะเป็นคมดาบให้เจ้ากำจัดทุกผู้คนที่เคยใส่ร้ายตระกูลของเจ้า ดีหรือไม่?”
ข้อเสนอนี้ดั่งสายฟ้าฟาด ความแค้นที่นางแบกรับมาตลอดชีวิตเหมือนจะหลอมละลายกลายเป็นความว่างเปล่า นางไม่ใช่คนใจอ่อน แต่นางก็ไม่ใช่หินผาที่ไร้ความรู้สึก เมื่อถูกเขารุกไล่ด้วยความจริงใจที่แลกมาด้วยตำแหน่งกษัตริย์เช่นนี้ นางจะก้าวต่อไปอย่างไร?
ทว่าในขณะที่มือของเขาโอบกอดนางไว้แน่นจนเหมือนจะหลอมรวมกัน เสียงฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์หลวงก็ดังแทรกเข้ามาอย่างไม่เกรงใจ
“ฝ่าบาท! กุ้ยเฟยหลิวเมิ่งทรงบุกรุกเข้าเขตนอกตำหนัก พร้อมด้วยกองทัพองครักษ์ประจำตระกูลหลิว อ้างว่าได้รับสั่งลับให้มากำจัด ‘หนอนบ่อนไส้’ ในตำหนักของพระสนมฟางเซียนพ่ะย่ะค่ะ!”
หลงอี้เทียนผละออกจากนางทันที ดวงตาของเขากลับมาดุดันและเย็นชาดั่งคมดาบอีกครั้ง เขาหันมาสบตานางเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะดึงกระบี่ที่พิงอยู่ข้างเตียงออกมา “ดูเหมือนนางจะรู้แล้วว่าเรากำลังจะทำอะไร”
หลินฟางเซียนมองผ่านหน้าต่างออกไป เห็นเงาตะคุ่มของทหารนับร้อยล้อมตำหนักไว้จนมืดฟ้ามัวดิน นางยิ้ม... ยิ้มที่ไม่ได้มาจากความโกรธ แต่มาจากความเด็ดขาดที่ตัดสินใจได้ในวินาทีสุดท้าย
“ไม่ต้องรอให้เขาบุกเข้ามาเพคะ ฝ่าบาท” นางหยิบตราประทับสีเลือดที่ซ่อนอยู่ในช่องลับใต้ฐานเตียงขึ้นมา “ในเมื่อนางอยากเปิดเกมจบเร็วๆ หม่อมฉันก็จักจัดให้... แต่นางคงไม่รู้ว่า การที่นางบุกเข้ามาในคืนนี้ คือทางเดียวที่จะทำให้นางจบชีวิตลงโดยที่ไม่มีใครช่วยได้”
นางหันมาสบตาเขา แววตาของหลินฟางเซียนในตอนนี้มิใช่สตรีผู้โอนอ่อนตามรัก แต่เป็นนางพญาผู้พร้อมจะนองเลือดเพื่อรักษาคำมั่นสัญญาที่เพิ่งให้ไว้
“กุ้ยเฟยไม่ได้มาเพื่อกำจัดหม่อมฉันคนเดียว... นางมาเพื่อ ‘ปลงพระชนม์’ ท่านในคืนนี้ด้วย”
ความเงียบเข้าปกคลุมตำหนักอีกครั้ง พร้อมกับเสียงประตูที่ถูกพังเข้ามาจากภายนอก!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเอาใจช่วยนางเอกของไป๋เหลียนฮวานะคะ
เล่ห์รักยอดหทัย: ชายาสองหน้าผู้พลิกบัลลังก์•ตอนที่ 33
คำมั่นสัญญาใต้แสงเทียน
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักยอดหทัย: ชายาสองหน้าผู้พลิกบัลลังก์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!