เล่ห์รักยอดหทัย: ชายาสองหน้าผู้พลิกบัลลังก์•ตอนที่ 29

ป้อมปราการแห่งความรัก

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
"เจ้าคิดหรือว่าคมดาบที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อตัวนั้น จะสังหารผู้ที่กุมชะตาแผ่นดินได้ง่ายดายเพียงนั้น?" น้ำเสียงเรียบเรื่อยของหลินฟางเซียนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่บีบคั้นราวกับจะหยุดลมหายใจของคนทั้งโถงอัครมหาเสนาบดี นางยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าจักรพรรดิหลงอี้เทียน แผ่นหลังบอบบางนั้นดูมั่นคงดุจภูผา ในขณะที่มือเรียวสวยของนางจับข้อมือขององครักษ์ผู้ทรยศเอาไว้แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน หลงอี้เทียนมองแผ่นหลังของสตรีผู้เป็นชายาด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ในยามปกติเขาคือมังกรที่พร้อมจะขย้ำศัตรูให้แหลกลาญ แต่ในวินาทีที่วิกฤตถึงขีดสุด เขากลับพบว่าสตรีที่เขาเคยหวาดระแวงกลับเป็นกำแพงเดียวที่ขวางกั้นระหว่างเขากับความตาย "ฟางเซียน... เจ้าถอยไป" หลงอี้เทียนกระซิบ เสียงของเขาแหบพร่า หากทว่าไม่ได้มีความกลัวเจือปน มีเพียงประกายความดุร้ายที่พร้อมจะปะทุ "หากหม่อมฉันถอยไป แล้วใครจะปกป้องรัชทายาทในอนาคตของฝ่าบาทเล่าเพคะ?" นางสวนกลับทันควัน แม้น้ำเสียงจะอ่อนหวานแต่ทว่าเฉียบขาดและเด็ดเดี่ยว แววตาของหลินฟางเซียนวาวโรจน์ด้วยจิตสังหารที่นางไม่เคยเผยออกมาให้ผู้ใดเห็น นางหันไปมองกุ้ยเฟยหลิวเมิ่งที่ยืนยิ้มเยาะอยู่ไม่ไกลจากความโกลาหลนั้น "ฝีมือท่านสินะ หลิวเมิ่ง... วางแผนให้องค์จักรพรรดิเสด็จมาที่ป้อมปราการแห่งนี้เพียงลำพัง เพื่อให้คนของตระกูลท่านลงมือในที่ลับตาคน" กุ้ยเฟยหลิวเมิ่งหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะดังกังวานในโถงที่เต็มไปด้วยคาวเลือด นางค่อยๆ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ สายตาจิกกัดดุจนางพญา "เจ้าฉลาดนักหลินฟางเซียน แต่น่าเสียดายที่ความฉลาดมักนำไปสู่จุดจบที่รวดเร็วเสมอ เมื่อมังกรไร้ลมหายใจ ตระกูลของเจ้าที่ล่มสลายไปแล้วก็จงจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งแห่งประวัติศาสตร์ไปพร้อมกับเขาเถิด" หลินฟางเซียนไม่ตอบโต้วาจา แต่นางกลับสะบัดข้อมือขององครักษ์ผู้ทรยศอย่างแรงจนอีกฝ่ายเสียหลัก ก่อนจะฉวยโอกาสนั้นกระชากปิ่นหยกที่ปักอยู่บนมวยผมของตนออกมา ปลายปิ่นแหลมคมจ่อเข้าที่ลำคอขององครักษ์ผู้นั้นในเสี้ยววินาที ราวกับงูพิษที่รอจังหวะฉกเหยื่อ "ถ้าพวกท่านอยากได้ชีวิตเขา ก็จงก้าวเข้ามา" นางกล่าวพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของกุ้ยเฟย "แต่จงจำไว้... ข้าหลินฟางเซียน ไม่ใช่นกในกรงทองที่จะรอวันถูกเชือด หากวันนี้มังกรต้องหลั่งเลือด เลือดของพวกท่านทุกคนจะต้องไหลนองพื้นโถงนี้ก่อนเป็นอันดับแรก" บรรยากาศในห้องหนักอึ้งขึ้นกว่าเดิม เสียงลมหายใจขององครักษ์รอบข้างติดขัด ทุกคนต่างชะงักงันด้วยความเกรงขามในรัศมีที่แผ่ออกมาจากสตรีร่างบางผู้นี้ หลงอี้เทียนยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังนาง เขารู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในจิตใจตนเอง ความระแวงที่มีต่อหลินฟางเซียนถูกแทนที่ด้วยความหลงใหลในความกล้าหาญที่ไม่มีผู้ใดเทียบเทียมได้ "ฝ่าบาท..." ฟางเซียนเรียกเบาๆ โดยไม่ละสายตาจากกุ้ยเฟย "พระองค์ทรงเป็นจักรพรรดิ หน้าที่ของพระองค์คือการรักษาสมดุลของแผ่นดิน ส่วนหน้าที่ของหม่อมฉัน... คือการรักษาชีวิตของพระองค์ไว้ ตราบเท่าที่ลมหายใจของหม่อมฉันยังคงอยู่" คำพูดนั้นไม่ได้มีเพียงความรัก แต่มันคือพันธสัญญาแห่งเลือดและวิญญาณ หลงอี้เทียนก้าวขึ้นมายืนเคียงข้างนาง เขาคว้ามือของนางไว้แน่น สัมผัสจากมือที่สั่นน้อยๆ ของนางทำให้เขารู้ว่านางเองก็มีความกลัว แต่ถึงอย่างนั้น นางก็ไม่คิดจะหันหลังกลับ กุ้ยเฟยหลิวเมิ่งขมวดคิ้ว "พวกเจ้าสองคนกำลังเพ้อฝันอะไรกัน? คนของข้าล้อมที่นี่ไว้หมดแล้ว ไม่มีใครรอดไปได้!" "นั่นสิเพคะ" ฟางเซียนแค่นยิ้มที่มุมปาก "ไม่มีใครรอด... แต่ถ้าเป็นคนของตระกูลหลิวล่ะ ที่กำลังจะต้องตายก่อนใครเพื่อน?" สิ้นคำกล่าวของนาง เสียงระเบิดดังสนั่นจากภายนอกป้อมปราการ ตามมาด้วยเสียงโห่ร้องของกองทัพที่ไม่ได้มาจากฝั่งกุ้ยเฟยหลิวเมิ่ง กุ้ยเฟยหน้าซีดเผือด นางหันไปมองหน้าต่างอย่างตื่นตระหนก ทหารที่ควรจะเป็นฝ่ายของนางกลับกำลังถูกกวาดล้างด้วยกำลังทหารที่ไม่ทราบฝ่าย "เจ้า... เจ้าทำอะไร?" หลิวเมิ่งเค้นเสียงถามด้วยความสั่นเครือ "หม่อมฉันก็แค่ทำในสิ่งที่ครอบครัวของหม่อมฉันถูกกระทำ" ฟางเซียนตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาสีรัตติกาลของนางลุ่มลึกและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ถูกซ่อนเร้นมานานปี "ฝ่าบาททรงต้องการหลักฐานของกบฏ ส่วนหม่อมฉัน... ต้องการเพียงแค่ความยุติธรรมให้แก่ดวงวิญญาณของคนในครอบครัวที่ตายไปอย่างไม่เป็นธรรม" ในขณะที่ความวุ่นวายภายนอกกำลังถึงขีดสุด คนผู้หนึ่งก็ก้าวเข้ามาในโถงกลาง เป็นชายหนุ่มในชุดเกราะที่คุ้นตา หลงอี้เทียนเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าที่เขาคิดว่าสูญเสียไปนานแล้ว นั่นคือพี่ชายของหลินฟางเซียน... ผู้ที่ควรจะตายไปในเหตุการณ์กบฏครั้งก่อน! เขาเดินเข้ามาหยุดเบื้องหน้าหลินฟางเซียน ก้มหัวลงทำความเคารพสั้นๆ ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับกุ้ยเฟยหลิวเมิ่งด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น ทว่าในขณะที่ทุกคนกำลังตกตะลึงกับความจริงที่เปิดเผย หลินฟางเซียนกลับทรุดกายลงกับพื้นพร้อมกับกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งขึ้นมาจมูก หลงอี้เทียนรีบประคองนางไว้ในอ้อมกอดทันที "ฟางเซียน! เจ้าเป็นอะไรไป!" นางยิ้มให้เขาอย่างอ่อนแรง แม้ใบหน้าจะซีดเผือดราวกับกระดาษ ในมือของนางที่กำไว้แน่นตั้งแต่นาน มีรอยเลือดซึมออกมาเป็นทางยาว เมื่อคลี่ออก ก็พบกับจดหมายลับที่นางชิงมาได้จากมือขององครักษ์ผู้ทรยศก่อนหน้านี้ ทว่าสิ่งที่ทำให้นางทรุดลงไม่ใช่บาดแผลจากคมดาบ... แต่เป็นเข็มพิษที่ปักอยู่ตรงช่วงเอวตั้งแต่เริ่มการต่อสู้ นางกระซิบข้างหูจักรพรรดิด้วยเสียงที่แผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน "อย่า... อย่าเชื่อใจคนรอบข้าง... แม้แต่ผู้ที่ยืนอยู่ข้างหลังพระองค์ในตอนนี้..." หลงอี้เทียนหันไปมองรอบข้างด้วยความตระหนก และเขาก็พบว่าองครักษ์คนสนิทที่สุดที่ติดตามมาด้วยตั้งแต่ต้น กำลังเล็งศรอาบยาพิษมาที่เขา... โดยมีปลายลูกศรหันไปทางหัวใจของหลินฟางเซียนที่อยู่ในอ้อมแขนเขาในวินาทีนี้เอง! ไป๋เหลียนหวังว่าตอนนี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นจนแทบหยุดหายใจ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าที่จะเฉลยปมอันน่าสะพรึงกลัวนี้ไปด้วยกันนะคะ! จากใจ... ไป๋เหลียนฮวาค่ะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักยอดหทัย: ชายาสองหน้าผู้พลิกบัลลังก์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%