เล่ห์รักยอดหทัย: ชายาสองหน้าผู้พลิกบัลลังก์•ตอนที่ 27

กบฏชิงบัลลังก์

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
“เจ้าคิดจริงหรือว่าเลือดของฝูงหมาป่านอกด่านจะเปลี่ยนชะตาบัลลังก์นี้ได้ หากมันทำได้ง่ายดายเพียงนั้น คนแซ่หลิวเช่นเจ้าคงไม่ต้องรอให้ข้าชี้ทางสว่างให้หรอกนะ หลิวเมิ่ง” เสียงของหลินฟางเซียนราบเรียบราวกับผิวน้ำในยามไร้ลม ทว่าในแววตาคู่คมนั้นกลับมีประกายคมกริบดุจใบมีดโกน นางนั่งอยู่บนตั่งไม้แกะสลักเบื้องหน้ากุ้ยเฟยผู้สูงศักดิ์ กลิ่นกำยานในตำหนักเย็นเยียบจนน่าขนลุก ท่ามกลางความเงียบที่กดทับ ราวกับโลกทั้งใบกำลังกลั้นหายใจรอคอยมหันตภัย กุ้ยเฟยหลิวเมิ่งแค่นหัวเราะ เสียงหัวเราะแหลมสูงบาดหู นางขยับกายเข้าใกล้จนกลิ่นแป้งร่ำราคาแพงตลบอบอวล “ข้าไม่ต้องให้เจ้ามาสั่งสอนหลินฟางเซียน อีกเพียงชั่วยามเดียว กองทัพม้าเหล็กจากทุ่งหญ้าทางเหนือจะเหยียบย่ำประตูเมืองหลวง ทูตของข้าเตรียมการไว้หมดแล้ว... วันนี้ล่ะ ที่รัชสมัยของฮ่องเต้ผู้หลงมัวเมาในตัวเจ้าจะสิ้นสุดลง!” หลินฟางเซียนไม่ได้สะทกสะท้าน นางค่อยๆ รินชาลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวนวล ควันร้อนระเหยขึ้นมาบดบังใบหน้า “ทูตของเจ้า? เจ้าหมายถึงชายผู้ที่ลอบเข้าวังทางอุโมงค์ใต้ดินนั่นน่ะหรือ” ร่างของกุ้ยเฟยชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนจากความเย่อหยิ่งเป็นความตื่นตระหนกที่ปิดไม่มิด “เจ้า... เจ้าหมายความว่าอย่างไร” “เขามิได้มาเพื่อเจ้า หลิวเมิ่ง” ฟางเซียนวางถ้วยชาลง เสียงกระทบโต๊ะดังกังวานชัดเจน “เขามาเพื่อ ‘กวาดล้าง’ ทั้งเจ้าและราชวงศ์ที่เจ้าหมายปองเสียด้วยซ้ำ ทหารนอกด่านพวกนั้นมิได้หวังเพียงบัลลังก์ แต่พวกมันหวังทำลายรากเหง้าของแผ่นดินนี้ให้ราบเป็นหน้ากลอง และเจ้า—ในฐานะหมากตัวหนึ่ง—ก็เป็นเพียงบันไดให้พวกมันก้าวเข้ามาได้สะดวกขึ้นเท่านั้น” บรรยากาศในห้องโถงเปลี่ยนไปในทันที เสียงตะโกนอื้ออึงเริ่มดังมาจากทิศทางของประตูเมืองหลวง แรงสั่นสะเทือนจากฝีเท้าของม้านับพันดังก้องสะท้านถึงพื้นห้อง หลิวเมิ่งหน้าซีดเผือด นางรีบผุดลุกขึ้นแล้ววิ่งไปที่หน้าต่างไม้แกะสลัก ภาพที่เห็นทำให้ร่างของนางถึงกับทรุดลงกับพื้น—แสงเพลิงสีส้มแดงฉานกำลังลุกโชนขึ้นจากเขตกำแพงเมืองด้านทิศเหนือ กองทัพธงดำของชนเผ่าเถื่อนไม่ได้มุ่งหน้ามาทางวังหลวงเพียงอย่างเดียว แต่พวกมันกำลังเผาทำลายบ้านเรือนราษฎรเพื่อเปิดทาง “ไม่... พวกมันตกลงกับข้าไว้ว่าจะบุกแค่พระราชวังเท่านั้น!” หลิวเมิ่งพึมพำกับตัวเองด้วยความสติแตก หลินฟางเซียนลุกขึ้นยืน ชายกระโปรงผ้าไหมสีขาวปักลายดอกเหลียนฮวาพริ้วไหว นางเดินไปยืนอยู่ข้างกายกุ้ยเฟยที่กำลังสั่นเทา “อำนาจที่เจ้าแลกมาด้วยการขายชาติ สุดท้ายก็ย้อนกลับมาเชือดคอเจ้าเอง การเมืองไม่ใช่เกมกระดานที่เจ้าจะวางหมากแล้วจบลงอย่างที่ใจปรารถนาหรอกนะ หลิวเมิ่ง” ในขณะนั้น ประตูตำหนักถูกถีบออกอย่างแรง หลงอี้เทียนก้าวเข้ามาในชุดเกราะศึกสีดำสนิท ท่าทางของเขาดุดันและทรงอำนาจจนอากาศในห้องแทบจะมอดไหม้ ดวงตาคมกริบของเขากวาดมองสตรีทั้งสองด้วยความเย็นชาที่น่าสะพรึงกลัว เขาไม่ได้มองที่หลิวเมิ่งแม้แต่น้อย แต่จ้องเขม็งมาที่ฟางเซียน “เจ้าเตรียมการไว้ทุกอย่างแล้วสินะ ฟางเซียน” เสียงของฮ่องเต้แหบพร่าทว่าทรงพลัง เขาไม่ได้มาเพื่อถามหาความจริง แต่มาเพื่อตัดสินสถานการณ์ “ข้าส่งทหารลับไปคุมเชิงที่ค่ายทหารนอกด่านตามที่เจ้าทิ้งเบาะแสไว้ในจดหมายลับ... กองทัพพวกมันถูกตัดขาดจากการสนับสนุนเสียแล้ว” ฟางเซียนย่อกายลงถวายความเคารพอย่างอ่อนช้อย ใบหน้ายังคงนิ่งเฉยดุจรูปปั้นหยก “หม่อมฉันเพียงแค่ไม่อยากให้บัลลังก์ที่ทรงเหนื่อยยากมาตลอดชีวิตต้องพังทลายลงเพราะสตรีเพียงคนเดียวเพคะฝ่าบาท” หลงอี้เทียนก้าวเข้ามาประชิดตัวนาง มือหนาคว้าคางนางให้แหงนขึ้น สบตากับดวงตาที่ซ่อนความลับนับพัน “เจ้าช่วยข้าไว้ แต่เจ้าก็รู้ความลับเรื่องที่ข้าต้องสังหารตระกูลเจ้าในอดีต... เจ้ากำลังเล่นเกมอะไรกันแน่?” หลิวเมิ่งที่คลานอยู่กับพื้นแผดเสียงหัวเราะขัดจังหวะ “ฮ่าๆๆ! เจ้าโง่หลงอี้เทียน! เจ้าคิดว่านางช่วยเจ้าเพราะรักงั้นรึ? ดูที่ชายแขนเสื้อนางสิ! นั่นคือตราประทับของผู้นำกลุ่มกบฏลับที่นางแอบติดต่อมาตลอดสามปี! นางไม่ใช่คนของเจ้า แต่นางคือนายหญิงตัวจริงของกองทัพที่กำลังบุกเมืองอยู่ในขณะนี้!” ความเงียบงันเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ หลงอี้เทียนชะงักกึก สายตาของเขาเลื่อนไปมองที่แขนเสื้อข้างขวาของฟางเซียน ที่ซึ่งมีรอยปักลายพยัคฆ์ซ่อนอยู่อย่างแนบเนียนใต้ลวดลายดอกบัว ฟางเซียนยิ้มออกมา... เป็นรอยยิ้มที่เย็นเยียบและงดงามที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา นางไม่ได้ปฏิเสธ แต่กลับค่อยๆ เอื้อมมือไปปลดปิ่นปักผมหยกสีเลือดที่นางซ่อนไว้ในมวยผมออกมา “ฝ่าบาทเพคะ... ความรักที่ท่านเคยมีให้หม่อมฉัน มันเพียงพอที่จะแลกกับความแค้นที่ฝังรากลึกมาสิบปีหรือไม่?” ในจังหวะนั้นเอง เสียงระเบิดดังสนั่นมาจากทางอุโมงค์ใต้ดินที่หลิวเมิ่งเคยกล่าวถึง พื้นพระราชวังเริ่มสั่นสะเทือนราวกับแผ่นดินจะแยกออก ร่างของทหารองครักษ์นับสิบพุ่งทะยานเข้ามาในตำหนัก พร้อมกับชายสวมหน้ากากเหล็กคนหนึ่งที่ก้าวตามเข้ามา—เขาไม่ใช่ทหารต่างด้าว แต่เป็นเงาที่คุ้นเคยที่สุดในอดีตของหลินฟางเซียน ฟางเซียนขยับยิ้มที่มุมปาก ในขณะที่หลงอี้เทียนชักกระบี่ออกมาหมายจะปลิดชีพนาง ทว่าชายสวมหน้ากากนั้นกลับหยุดกึกอยู่ตรงหน้าฟางเซียน แล้วคุกเข่าลงต่อหน้านางพร้อมกับกล่าวเสียงดังฟังชัด “ถวายบังคมนายหญิง... กองทัพที่เหลือพร้อมทำลายทุกอย่างตามคำสั่งของท่านแล้ว!” ไป๋เหลียนฮวาหวังว่าตอนนี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นจนนั่งไม่ติดที่นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักยอดหทัย: ชายาสองหน้าผู้พลิกบัลลังก์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%