"หม่อมฉันเกรงว่าชาจอกนี้... จะมีรสชาติขมเกินกว่าที่พระสนมกุ้ยเฟยจะเสวยได้ลงคอเพคะ"
สุ้มเสียงของหลินฟางเซียนราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงที่ไร้กระแสลม ทว่าในความเรียบเฉยนั้นกลับแฝงไปด้วยคมมีดที่กรีดลึกไปถึงขั้วหัวใจของคนฟัง หลิวเมิ่งกุ้ยเฟยที่นั่งเด่นสง่าอยู่บนบัลลังก์ประธานในงานเลี้ยงชมบุปผาชะงักมือนิ่ง จอกหยกสีเขียวมรกตในมือสั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะถูกวางลงบนโต๊ะไม้หอมด้วยแรงที่ค่อนข้างแรงจนเกิดเสียงดัง 'กริ๊ก'
บรรยากาศรอบโต๊ะเสวยพลันเย็นเยียบ ขุนนางและสนมกำนัลต่างพากันก้มหน้าหลบสายตา ไม่มีใครกล้าส่งเสียงแม้แต่ลมหายใจที่ดูเหมือนจะหนักอึ้งขึ้นมาฉับพลัน
"เจ้าหมายความว่าอย่างไร ฟางเซียน?" กุ้ยเฟยหลิวเมิ่งเงยหน้าขึ้น ดวงตาเรียวสวยดุจนางจิ้งจอกหรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มที่มุมปากไม่ได้ส่งไปถึงดวงตา "หรือเจ้าจะบอกว่าฝีมือการปรุงชาของตำหนักข้า ไม่อาจเทียบเทียมกับน้ำล้างจานในตำหนักเย็นที่เจ้าเพิ่งจากมา?"
ฟางเซียนยกยิ้มที่มุมปากบ้าง นางวางจอกชาในมือลงอย่างแช่มช้า ก่อนจะขยับกายลุกขึ้นยืนด้วยท่วงท่าสง่างามไร้ที่ติ สายตาของนางจ้องประสานกับกุ้ยเฟยอย่างไม่ลดละ ไม่มีความกลัวเกรงในแววตาคู่นั้น มีเพียงความว่างเปล่าที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับหลุมลึกที่มองไม่เห็นก้น
"พระสนมเข้าใจผิดแล้วเพคะ หม่อมฉันเพียงแต่เป็นห่วง... สรรพคุณของดอกเหมยในชาจอกนี้ หากคนที่มีวาสนามากเกินไปได้ดื่มเข้าไปบ่อยๆ เกรงว่าจะเกิดอาการ 'เลือดลมไม่ปกติ' จนอาจนำไปสู่ความผิดเพี้ยนของประสาทสัมผัสได้"
"เจ้า!" กุ้ยเฟยตบโต๊ะเบาๆ ความอดทนที่สั่งสมมานานดูเหมือนจะขาดผึงลง "เจ้ากล้ากล่าวหาว่าข้าเสียสติหรือ?"
"หม่อมฉันมิบังอาจ" ฟางเซียนก้าวเดินเข้าไปใกล้โต๊ะประธานอีกครึ่งก้าว กลิ่นหอมจางๆ จากกายของนางทำให้กุ้ยเฟยรู้สึกอึดอัดอย่างประหลาด "เพียงแต่เรื่องที่พระสนมพยายามปิดบังเรื่องจดหมายลับจากชายแดนใต้... หากฝ่าบาททรงทราบขึ้นมา ไม่เพียงแต่เลือดลมของพระสนมที่จะไม่ปกติ แต่ทั้งตระกูลหลิวอาจจะ... ไม่เหลือแม้แต่ลมหายใจให้ได้แก้ตัว"
กุ้ยเฟยหลิวเมิ่งซีดเผือดลงทันตาเห็น นางรีบกวาดสายตาไปรอบข้างด้วยความร้อนรน ก่อนจะเค้นเสียงรอดไรฟัน "เจ้ามันนังงูพิษ! เรื่องนั้นเจ้าเอาหลักฐานมาจากไหน!"
"หลักฐานหรือเพคะ?" ฟางเซียนก้มลงกระซิบข้างหูของกุ้ยเฟย น้ำเสียงแผ่วเบาทว่าทรงพลัง "ในโลกนี้ สิ่งที่น่ากลัวกว่าหลักฐาน คือความระแวงของฝ่าบาท... พระสนมคิดว่าข้าจะนำความลับนี้ไปถวายรายงานด้วยตัวเอง หรือจะปล่อยให้มัน 'หลุด' ไปถึงพระหัตถ์ของฝ่าบาทในจังหวะที่เหมาะสมกันดี?"
ในขณะที่ความขัดแย้งกำลังพุ่งถึงขีดสุด เงาร่างสูงใหญ่ในชุดฉลองพระองค์สีเหลืองทองก็ปรากฏขึ้นที่หน้าประตูตำหนัก เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยทำเอาทุกคนในงานเลี้ยงคุกเข่าลงแทบพื้นทันที จักรพรรดิหลงอี้เทียนก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตาที่กวาดมองไปรอบห้องนั้นราวกับจะแยกแยะได้ว่าใครเป็นมิตรหรือศัตรู
"คุยอะไรกันอยู่หรือ ดูท่าทางสนุกสนานเชียว" สุรเสียงดุดันนั้นทำเอาหัวใจของคนทั้งงานเต้นไม่เป็นจังหวะ
ฟางเซียนรีบก้มศีรษะลงเล็กน้อย แววตาของนางแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนหวานไร้เดียงสาในชั่วพริบตา ขณะที่กุ้ยเฟยหลิวเมิ่งพยายามฝืนยิ้มที่ดูแข็งค้าง "ฝ่าบาท... หม่อมฉันกำลังสนทนาเรื่องการดื่มชาชื่นชมดอกเหมยกับฟางเซียนอยู่เพคะ นางกำลังเล่าเรื่องเคล็ดลับการชงชาที่น่าสนใจให้หม่อมฉันฟัง"
หลงอี้เทียนปรายตามองฟางเซียนเพียงแวบเดียว ก่อนจะเดินตรงไปหานางแล้วใช้พระหัตถ์เชยคางนางขึ้น "จริงหรือฟางเซียน? เจ้ามีเคล็ดลับการชงชาที่ทำให้กุ้ยเฟยถูกใจถึงเพียงนี้เชียวหรือ?"
ฟางเซียนเงยหน้าขึ้นสบพระเนตรแกร่ง แววตาของนางในยามนี้ดูราวกับลูกกวางน้อยที่กำลังหวาดหวั่น แต่มุมปากกลับซ่อนความนัยบางอย่างไว้ "หม่อมฉันเพียงแต่แนะนำให้พระสนมดื่มชาที่ 'บริสุทธิ์' ขึ้นเท่านั้นเพคะ... เพราะบางครั้ง สิ่งที่ดูหอมหวาน อาจมีพิษร้ายซ่อนอยู่ก้นจอกโดยไม่รู้ตัว"
จักรพรรดิหลงอี้เทียนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะในลำคอที่ดูเย็นเยียบจนกุ้ยเฟยถึงกับตัวสั่นเทา "เช่นนั้นรึ... บริสุทธิ์อย่างนั้นรึ"
ทันใดนั้นเอง ขันทีคนสนิทที่เพิ่งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในตำหนักก็ทรุดเข่าลงกราบแทบพระบาทด้วยสีหน้าตื่นตระหนก "ฝ่าบาท! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! จดหมายลับจากชายแดนใต้... ถูกส่งมาถึงมือฝ่าบาทผ่านทางช่องทางลับของตระกูลหลิว... บัดนี้แม่ทัพใหญ่หลิวถูกควบคุมตัวแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมไปทั่วตำหนัก กุ้ยเฟยหลิวเมิ่งหน้าถอดสีจนล้มพับลงกับพื้น ส่วนหลงอี้เทียนหันกลับมามองฟางเซียนด้วยสายตาที่ลึกล้ำราวกับจะกลืนกินนางเข้าไปทั้งตัว ในขณะที่ฟางเซียนกลับคลี่ยิ้มบางออกมาอย่างแผ่วเบา ยิ้มที่ดูราวกับว่าทุกอย่างได้ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ต้นแล้ว
ฟางเซียนขยับเข้าไปใกล้พระกรรณของจักรพรรดิหลงอี้เทียน ก่อนจะกระซิบเสียงแผ่วที่ได้ยินเพียงสองคน "ฝ่าบาท... หม่อมฉันยังไม่ได้บอกเลยไม่ใช่หรือเพคะ ว่าเรื่องสนุกๆ ของวันนี้... มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น"
ไป๋เหลียนฮวาหวังว่าตอนนี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นจนนั่งไม่ติดที่นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เล่ห์รักยอดหทัย: ชายาสองหน้าผู้พลิกบัลลังก์•ตอนที่ 26
งานเลี้ยงที่เปลี่ยนผัน
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักยอดหทัย: ชายาสองหน้าผู้พลิกบัลลังก์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!