"คุณกำลังใช้ตรรกะของวิศวกรมาตัดสินความมั่นคงของจักรวาล ซึ่งมันเป็นความผิดพลาดที่ราคาแพงเกินกว่าจะจ่ายไหว คุณเซรา"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความเย็นชาดังขึ้นแทรกเสียงฮัมเบาๆ ของระบบหล่อเย็นในห้องควบคุมอุณหภูมิต่ำ คัสเซียน เวลเลอร์ ยืนกอดอกพิงแผงควบคุมโลหะสีด้าน ดวงตาคมกริบภายใต้แสงไฟนีออนสีฟ้าอมม่วงจ้องมองหญิงสาวตรงหน้า ราวกับกำลังประเมินน้ำหนักของกระสุนปืนในรังเพลิง
เซรา วินเทอร์ ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากจอโฮโลแกรมสามมิติที่กำลังฉายภาพโครงสร้างโมเลกุลอันซับซ้อนของรอยร้าวพลังงาน นิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือกันความร้อนยังคงลากผ่านอากาศอย่างไร้รอยต่อ ปรับแต่งค่าความหนาแน่นของสนามแม่เหล็กด้วยความนิ่งสงบที่น่ากลัว
"ถ้าฉันใช้ตรรกะของคนไร้หัวใจแบบคุณ คัสเซียน ป่านนี้สถานีอวกาศเซก터 4 คงกลายเป็นฝุ่นผงไปนานแล้ว ไม่ใช่มานั่งเถียงกันเรื่องข้อบังคับมาตราที่เจ็ดแบบนี้หรอกนะครับ" เธอกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ระลอกคลื่นแห่งความโกรธ ทว่าเฉียบคมพอจะกรีดแทะความมั่นใจของคู่สนทนาได้ทีละน้อย
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงสะท้อนของอนุภาคพลังงานที่วิ่งผ่านท่อส่งใต้พื้นผิว บรรยากาศภายในห้องแคบๆ อัดแน่นไปด้วยแรงเสียดทานทางความคิด คนหนึ่งยึดมั่นในกฎระเบียบและอำนาจสูงสุดขององค์กรข้ามดวงดาวเพื่อค้ำจุนระเบียบโลก ขณะที่อีกคนแบกรับความรู้สึกผิดจากอดีตและอิสรภาพของจิตวิญญาณที่ถูกล่ามโซ่ด้วยความผิดพลาดเมื่อห้าปีก่อน
คัสเซียนขยับตัวเล็กน้อย รองเท้าบูทหนາหนักกระทบพื้นโลหะดังขึ้นก้องกังวาน เขาเดินเข้ามาประชิดขอบโต๊ะทำงานจนระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงเหลือเพียงก้าวเดียว กลิ่นอายเฉพาะตัวของโอโซนและโลหะเย็นยะเยือกโชยปะทะจมูก เซราหยุดมือลงโดยอัตโนมัติ เธอยังคงไม่เงยหน้าขึ้น แต่สันกรามที่ขบเข้าหากันเล็กน้อยพฟ้องว่าเธอรับรู้ถึงการคุกคามทางพื้นที่นั้นเป็นอย่างดี
"คุณกำลังเล่นกับไฟ เซรา... และไฟในสุญญากาศมันไม่ได้เผาผลาญแค่ตัวคุณ แต่มันจะกลืนกินทุกอย่างที่อยู่รอบตัว รวมถึงความพยายามทั้งหมดที่ผมต้องใช้เวลาล้างเช็ดมันมาตลอดห้าปี" เสียงของคัสเซียนต่ำลงจนเกือบกลายเป็นกระซิบ ทว่าทรงพลังพอจะทำให้บรรยากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลดลงอีกหลายองศา
เซราเงยหน้าขึ้นในที่สุด ดวงตาสนิทสีนิลของเธอสะท้อนภาพใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยรอยยับย่นแห่งความเครียดของชายหนุ่ม ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไร้ความอบอุ่นโดยสิ้นเชิง
"ถ้าคุณเหนื่อยกับการตามเช็ดก้นให้ผมนัก ทำไมคุณไม่เขียนรายงานส่งศาลอวกาศแล้วปล่อยให้ผมถูกเนรเทศไปดาวร้างซะล่ะครับ ทำไมต้องมายืนเฝ้าผมอยู่ตรงนี้ด้วยความหวาดระแวงขนาดนี้ หรือว่า... คุณกลัวว่าโลกจะไม่มีใครให้คุณคอยจับผิดกันแน่"
คำถามทิ่มแทงถูกโยนออกไปพร้อมกับประกายตาท้าทาย คัสเซียนนิ่งงันไปชั่ววินาที ดวงตาคมกวาดมองใบหน้าเรียบเฉยของหญิงสาวอย่างค้นหา เขาเห็นร่องรอยความเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย่อหยิ่งนั้น เช่นเดียวกับที่เซรามองเห็นความลังเลใจที่ถูกกดทับไว้ใต้ท่าทีแข็งกระด้างของเขา
"ผมไม่ได้กลัวว่าโลกจะไม่มีคนให้จับผิด..." คัสเซียนโน้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบ ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับความเย็นชาของบรรยากาศรอบตัว "...แต่ผมกลัวว่า ถ้าผมละสายตาจากคุณแม้แต่วินาทีเดียว ผมอาจจะสูญเสียสิ่งเดียวในกาแล็กซีนี้ ที่ยังทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองยังเป็นมนุษย์อยู่"
หัวใจของเซราชะงักไปจังหวะหนึ่ง เธอนิ่งค้างไปกับคำพูดที่หลุดออกมาจากปากของผู้คุมกฎผู้เคร่งครัด ความเงียบระหว่างพวกเขากลับมาอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่เต็มไปด้วยความระแวงเช่นตอนแรก หากแต่มันคือความตึงเครียดอันตรายที่พร้อมจะระเบิดออกได้ทุกเมื่อด้วยประกายไฟเพียงนิดเดียว
ก่อนที่ใครจะได้เอื้อnเอ่ยประโยคใดออกมาทำลายกำแพงความเงียบนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับสามก็ดังขึ้นกะทันหัน แสงไฟนีออนสีฟ้าเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานสาดส่องลงบนใบหน้าของทั้งคู่
*ปี๊ب! ปี๊ب! ปี๊ب!*
หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าเซราดับวูบลงไปชั่วขณะ ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยชุดข้อมูลเข้ารหัสลับสตรีมมิ่งเข้ามาจากภายนอกสถานี—มันไม่ใช่สัญญาณรบกวนจากพายุสุริยะ และไม่ใช่การติดต่อจากศูนย์บัญชาการหลักขององค์กร
คัสเซียนผละตัวออกจากโต๊ะทันที สัญชาตญาณนักล่าตื่นตัวเต็มที่ มือขวาเอื้อมไปแตะด้ามปืนพกเลเซอร์ที่ข้างเอวโดยอัตโนมัติ สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องมืดทึบ
"นั่นไม่ใช่ระบบของเรา..." คัสเซียนพึมพำด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด ดวงตาหรี่ลงเมื่อสังเกตเห็นชุดรหัสที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอหลัก
เซราขยับนิ้วรัวเร็วบนแผงควบคุมสำรองเพื่อแกะรหัสปริศนา ทว่ายิ่งเธอดึงข้อมูลลึกเข้ามามากเท่าไหร่ ใบหน้าที่เคยเยือกเย็นและมั่นใจของเธอกลับยิ่งซีดเผือดลงทีละน้อย สีหน้าของวิศวกรสาวเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกที่แม้แต่คัสเซียนเองก็ไม่เคยเห็นมาก่อน
"คัสเซียน..." เซราหันมามองหน้าเขา น้ำเสียงของเธอสั่นระริกเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด "รหัสนี้... มันไม่ใช่คนนอกส่งเข้ามา"
ชายหนุ่มขมวดคิ้วแน่น "หมายความว่ายังไง?"
เซรากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นิ้วที่สั่นเทาชี้ไปที่ตัวเลขไอดีผู้ส่งซึ่งเพิ่งถูกถอดรหัสออกมาได้สดๆ ร้อนๆ บนหน้าจอ
"มันถูกส่งมาจาก... ยานสำรวจ 'โอเรียนท์' ลำที่สูญหายไปพร้อมกับลูกเรือทั้งหมด รวมถึงคนรักของคุณ... เมื่อห้าปีก่อนครับ"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอวกาศอันเวิ้งว้างนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
รอยร้าวแห่งกาแล็กซีที่ผมเผลอสร้างไว้ในวันสิ้นสูญ•ตอนที่ 3
ความเย็นชาที่สัมผัสได้
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร้าวแห่งกาแล็กซีที่ผมเผลอสร้างไว้ในวันสิ้นสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!