กลิ่นโอโซนสังเคราะห์เจือจางคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นไหม้เกรียมของฉนวนทองแดง เสียงคำรามต่ำของระบบระบายความร้อนฉุกเฉินดังระงับอยู่หลังแผงกั้นโลหะหนาเตอะ มันคือจังหวะการเต้นของหัวใจที่กำลังใกล้ตายของสถานีวิจัยลอยฟ้าแห่งนี้—สเตชั่นเซกเตอร์ 7 ที่ซึ่งความเงียบงันมักน่ากลัวกว่าความตายเสมอ
เซรา วินเทอร์ ไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าอมเขียวที่สะท้อนอยู่ในดวงตาสนิมเหล็กของเธอ นิ้วเรียวยาวใต้ถุงมือกันความร้อนยังคงรัวแป้นพิมพ์อักขระโค้ดระทึกขวัญ เพื่อกักเก็บข้อมูลความเสียหายจากการรั่วไหลของพลังงานดาร์กแมตต์เมื่อสามชั่วโมงก่อนไว้ในฮาร์ดไดรฟ์นิรภัย
แต่อุณหภูมิในห้องควบคุมกลับลดฮวบลงอย่างไร้สาเหตุ
ไม่ใช่เพราะระบบปรับอากาศขัดข้อง แต่เป็นเพราะ ‘การมาถึง’ ของใครบางคน
"คุณกำลังพยายามกลบเกลื่อนรอยร้าวด้วยเศษกระดาษทิชชوท่ามกลางพายุสุริยะนะครับ, คุณวินเทอร์"
เสียงทุ้มต่ำ กังวาน และเรียบเฉยจนน่าขนลุกดังขึ้นจากความมืดตรงมุมห้องควบคุม เซราหยุดนิ้วที่กำลังเคาะแป้น เธอไม่ได้สะดุ้งสุดตัวอย่างคนขลาดเขลา แต่กล้ามเนื้อทุกมัดในร่างกายกลับเกร็งแน่นโดยอัตโนมัติ ร่างสูงโปรดในชุดยูนิฟอร์มสีครามเข้มไร้รอยยับขององค์กรควบคุมกาแล็กซี ก้าวพ้นเงาสลัวออกมา ชายผู้ซึ่งถูกขนานนามในหมู่สภาคณะว่าเป็น ‘คมมีดแห่งสุญญากาศ’—คัสเซียน เวลเลอร์
เซราค่อยๆ หมุนเก้าอี้กลับไปเผชิญหน้า ดวงตาสีสนิมเหล็กจ้องมองผู้มาเยือนอย่างไม่เกรงกลัว แม้ความเหนื่อยล้าตลอดเจ็ดสิบสองชั่วโมงที่ผ่านมาจะกัดกินเรียวแรงของเธอไปจนเกือบหมดสิ้นแล้วก็ตาม
"ถ้าเศษกระดาษทิชชูของฉันมันไร้ค่า ทำไมองค์กรถึงต้องส่งระดับหัวกะทิอย่างคุณนั่งยานสเตรทจัมป์ข้ามสามกาแล็กซีมาดูด้วยตัวเองล่ะครับ, ท่านผู้ตรวจการเวลเลอร์" เซาย้อนถาม น้ำเสียงของเธอเยือกเย็นและราบเรียบ ราวกับผิวน้ำในทะเลสาบไนโตรเจนเหลว
คัสเซียนย่างสามขุมเข้ามาใกล้ แสงไฟสีแดงกะพริบจากระบบเตือนภัยฉุกเฉินสาดส่องลงบนสันจมูกโด่งคมและใบหน้าเรียบนิ่งไร้ความรู้สึกของเขา เขากวาดสายตาคมกริบประดุจเลเซอร์ไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่หน้าจอหลักซึ่งแสดงกราฟพลังงานที่ดิ่งลงเหว
"เพราะความผิดพลาดของคุณครั้งนี้ มันไม่ได้ทำให้แค่สถานีนี้พังทลายลงนะครับ..." คัสเซียนหยุดยืนห่างจากโต๊ะทำงานของเธอเพียงก้าวเดียว กลิ่นอายความกดดันระดับสูงแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา "แต่มันกำลังจะเปิด ‘รอยแยก’ ที่พวกเราใช้เวลาสิบปีในการปิดตายมันลงเมื่อห้าปีก่อน... คุณจำอุบัติเหตุที่ยานแอสโตร-9 ได้ใช่ไหมครับ?"
ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกระชากออกซิเจนออกจากปอดของเซรา ร่างกายของเธอชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาที่เคยแข็งกร้าวไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาที่ทวีความรุนแรงขึ้นเป็นเท่าตัว
อุบัติเหตุเมื่อห้าปีก่อน... วันที่คนรักของเธอหายสาบสูญไปในพายุสุริยะประดิษฐ์ วันที่สถาบันซ่อนความจริงอันเน่าเฟะไว้เบื้องหลังคำว่า ‘ความเสียสละเพื่อส่วนรวม’
เซราแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาสีสนิมเหล็กจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเทาเข้มของคัสเซียน "อย่าเอาเรื่องเน่าๆ ในอดีตมาอ้างเพื่ออำนาจการควบคุมของคุณเลยครับ, คุณเวลเลอร์ สถานีนี้ล้มเหลวเพราะงบประมาณที่พวกคุณตัดทอนลงต่างหาก ไม่ใช่เพราะความประมาทของผม"
"ความจริงมักจะเจ็บปวดเสมอเมื่อมันถูกเปิดเผยด้วยตัวเลขนะครับ, คุณวินเทอร์" คัสเซียนโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงจนแทบสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่เจือด้วยกลิ่นกาแฟดำเข้มข้นจากตัวเขา แววตาของเขาซ่อนความซับซ้อนบางอย่างที่ยากจะหยั่งถึง มันไม่ใช่แค่ความเกรี้ยวกราดของผู้คุมกฎ แต่มีประกายความห่วงใยอันบิดเบี้ยวที่ถูกกดทับไว้ภายใต้หน้าที่อันเคร่งครัด "ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อคาดโทษคุณ... ผมมาที่นี่เพื่อช่วยคุณเก็บกวาดก่อนที่หน่วยกวาดล้างระดับสูงจะมาถึง และนั่นหมายถึง... การลบทุกอย่างที่เชื่อมโยงถึงคุณด้วย"
เซราชะงัก เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของชายตรงหน้า หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความคลุมเครือในเจตนาของเขา มือขวาของเธอเลื่อนไปสัมผัสปุ่มคีย์การ์ดฉุกเฉินที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะโดยสัญชาตญาณ
"คุณกำลังเสนอทางเลือก หรือกำลังขู่ผมกันแน่ครับ?"
"ผมกำลังยื่นมือให้คุณคว้าไว้ต่างหาก ก่อนที่ความลับที่คุณพยายามปกป้องตั้งแต่อุบัติเหตุครั้งนั้น... จะถูกฉีกกระชากออกมาพร้อมกับซากสถานีนี้" คัสเซียนกล่าวเสียงกระซิบแผ่วเบา ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่แนบอยู่บนเส้นเลือดใหญ่
ท่ามกลางเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังระรัว บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยแรงดึงดูดทางจิตวิทยากลุ่มก้อนใหญ่ที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ ทั้งสองยืนประจันหน้ากันในระยะประชิด ท่ามกลางห้วงอวกาศอันเวิ้งว้างที่ไม่มีใครได้ยินเสียงกรีดร้อง
ทันใดนั้นเอง... หน้าจอโฮโลแกรมหลักที่กำลังแสดงผลการวิเคราะห์ความเสียหาย ก็เกิดอาการกระตุกอย่างรุนแรง ตัวอักษรสีฟ้าเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานทั้งหมด พร้อมกับเสียงสังเคราะห์จากระบบ AI ของสถานีที่ดังแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงขาดๆ หายๆ
*[ตรวจพบ... แหล่งพลังงานปริศนา... กำลังเชื่อมต่อจากภายนอกฮัลล์... และ... มันไม่ใช่สัญญาณจากมนุษย์]*
คัสเซียนผละตัวออกจากโต๊ะทันที สายตาคมกริบหันขวับไปมองยังบานหน้าต่างกระจกนิรภัยที่หันออกสู่ความมืดมิดของห้วงอวกาศเบื้องล่าง
ที่นั่น... ท่ามกลางความเวิ้งว้างอันไร้ขอบเขต เงาดำขนาดมหึมาที่ไร้รูปทรงและเปล่งแสงสีม่วงประหลาดกำลังเคลื่อนตัวออกจากรอยแยกของมิติ มันไม่ใช่ยานอวกาศของเผ่าพันธุ์ใดที่มนุษยเรารู้จัก... และมันกำลังพุ่งตรงมายังสถานีแห่งนี้ด้วยความเร็วสูง
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอวกาศอันเวิ้งว้างนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
รอยร้าวแห่งกาแล็กซีที่ผมเผลอสร้างไว้ในวันสิ้นสูญ•ตอนที่ 2
ผู้มาเยือนจากส่วนกลาง
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร้าวแห่งกาแล็กซีที่ผมเผลอสร้างไว้ในวันสิ้นสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!