เสียงเตือนระดับความวิกฤตโทนสีแดงฉานสาดส่องลงบนใบหน้าด้านข้างของคัสเซียน เวลเลอร์ จนดวงตาคมกริบของเขาอาบย้อมไปด้วยประกายเพลิงแห่งความโกลาหล ระบบนิรภัยหลักของสถานีวิจัยเซคเตอร์เจ็ดกำลังล่มสลายอย่างเป็นระบบ แขนกลอัจฉริยะรุ่นซีรีส์เก้าที่เคยทำหน้าที่เชื่อมต่อแผงวงจรด้วยความแม่นยำระดับไมครอน บัดนี้กลับสั่นสะท้อนด้วยแรงเหวี่ยงอันบ้าคลั่ง มันเหวี่ยงกระแทกเข้ากับผนังโลหะอัลลอยด์จนเกิดเสียงคำรามกึกก้องไปทั่วห้องควบคุมสุญญากาศ
"ระบบล็อกเกราะป้องกันไฮดรอลิกกำลังจะดีดตัวออก แรงดันอากาศภายในห้องจะลดลงสู่ศูนย์ภายในหกสิบวินาที..." เสียงสังเคราะห์จากคอมพิวเตอร์กลางรายงานด้วยความราบเรียบตัดกับสถานการณ์อันเป็นตายร้ายดีภายนอก
คัสเซียนขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน นิ้วมือที่สวมถุงมือกันกระแทกกดลงบนแป้นควบคุมฉุกเฉินครั้งแล้วครั้งเล่า แต่มันไร้ประโยชน์ แผงควบคุมตรงหน้าถูกล็อกด้วยรหัสความปลอดภัยระดับสูงสุดที่ระบบขัดข้องสร้างขึ้นเอง การฝืนตัดวงจรด้วยกำลังจะทำให้เตาปฏิกรณ์ฟิวชั่นระเบิด และนั่นหมายถึงการกวาดล้างสิ่งมีชีวิตทั้งหมดในรัศมีสิบปีแสงให้กลายเป็นฝุ่นผง
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย ประตูห้องควบคุมเลื่อนเปิดออกอย่างกะทันหัน เซรา วินเทอร์ ก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและรวดเร็ว ดวงตาสสีเทาเข้มภายใต้กรอบแว่นโลหะบางเฉียบกวาดมองสถานการณ์ตรงหน้าเพียงครั้งเดียว ประเมินความเสียหายทั้งหมดได้ทันทีโดยไม่ต้องเอ่ยถามคำถามโง่ๆ สักคำ
"ถอยไปครับ คัสเซียน" น้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาดดังขึ้น ทว่าแฝงไปด้วยพลังอำนาจบางอย่างที่บังคับให้ผู้คุมกฎหนุ่มต้องยอมถอยห่างจากแผงควบคุมโดยสัญชาตญาณ
"คุณกำลังทำอะไร เซรา? ระบบกำลังจะรีบูตตัวเองในโหมดทำลายล้าง ถ้าคุณตัดผิดเส้นเดียว เราจะตายกันหมดที่นี่" คัสเซียนเอ่ยเตือน น้ำเสียงของเขามีความห่วงใยที่ถูกกดทับด้วยความเย็นชาของหน้าที่การงาน แต่แววตากลับจ้องมองอีกฝ่ายอย่างไม่ละสายตา
"ผมรู้ว่าผมกำลังทำอะไรอยู่" เซราตอบสั้นๆ ขณะที่มือเรียวยาวดึงแผงวงจรสำรองออกมาจากกระเป๋าคาดเอว ปลายนิ้วเรียวพริ้วไหวไปตามหน้าจอโฮโลแกรมที่ฉายแสงสีฟ้าสว่างวาบ ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางเสียงหวีดหวิวของอากาศที่รั่วไหลออกทางรอยต่อของประตู
บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันประหลาด แม้จะยืนอยู่ท่ามกลางหายนะที่จ่ออยู่ตรงหน้า แต่ความนิ่งสงบของเซรากลับสร้างความรู้สึกมั่นคงอย่างน่าประหลาดใจให้กับคัสเซียน ดวงตาของวิศวกรหนุ่มสะท้อนภาพแสงสีแดงจากสัญญาณเตือน มันคือความทรงจำสีเลือดเมื่อห้าปีก่อน—ภาพเหตุการณ์ที่พรากคนรักของเขาไปในความเวิ้งว้างของอวกาศ—แต่ในเวลานี้ ความเจ็บปวดนั้นไม่ได้ทำลายสติสัมปชัญญะของเขา หากแต่มันถูกหลอมรวมกลายเป็นความแม่นยำขั้นสูงสุด
"ทางเชื่อมต่อหลักถูกบล็อกด้วยระบบป้องกันอัตโนมัติ คุณต้องเชื่อมต่อเข้ากับพอร์ตสำรองใต้แผงควบคุมหลัก... แต่มันมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งผ่านอยู่ถึงแปดร้อยโวลต์" คัสเซียนเอ่ยเตือนพร้อมกับเอื้อมมือไปคว้าข้อแขนของเซราไว้โดยไม่รู้ตัว "มันอันตรายเกินไป เซรา"
เซราเหลือบมองมือที่กุมข้อมือตนเองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าสบตากับผู้คุมกฎ ดวงตาของทั้งคู่ประสานกันในระยะประชิด เคมีอันเร่าร้อนแต่เย็นเยียบพวยพุ่งขึ้นท่ามกลางอากาศที่เบาบาง ความแตกต่างสุดขั้วระหว่างคนสร้างกฎและคนทำลายกฎหลอมรวมกันในพื้นที่แคบๆ นี้
"ถ้าผมไม่ทำตอนนี้ ไม่มีใครในกาแล็กซีนี้จะได้รอดไปพูดเรื่องกฎของคุณหรอกครับ คัสเซียน" เซราเอ่ยด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่ง และมันทำให้หัวใจของคัสเซียนกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่
วิศวกรหนุ่มสะบัดแขนหลุดจากการเกาะกุมอย่างนุ่มนวล ก่อนจะทรุดตัวลงคุกเข่าหน้าแผงควบคุมด้านล่าง มือเปล่าข้างหนึ่งเอื้อมเข้าไปในช่องมืดทึบที่มีประกายไฟแลบแปล๊บ คัสเซียนกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว กล้ามเนื้อทุกส่วนเกร็งเครียดพร้อมที่จะพุ่งเข้าไปช่วยชีวิตอีกฝ่ายหากเกิดความผิดพลาดแม้แต่น้อย
กลิ่นโอโซนคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ปลายนิ้วของเซราสัมผัสเข้ากับสายไฟหลักที่มีกระแสไฟฟ้าวิ่งพล่าน เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นตามไรผมของวิศวกรหนุ่ม แต่สมาธิของเขากลับนิ่งสนิทราวกับผิวน้ำในทะเลสาบไร้ลม
*คลิก*
เสียงกลไกภายในดีดตัวดังสนั่น แสงสีแดงฉานที่กระพริบเตือนทั่วห้องเปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกตในทันที ระบบนิรภัยทั้งหมดหยุดการทำงานที่ผิดพลาด และกลับคืนสู่ความสงบอย่างสมบูรณ์แบบ ลมหายใจอุ่นๆ ถูกพ่นออกมาจากริมฝีปากของเซราเมื่อเขายืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง
คัสเซียนถอนหายใจยาวเหยียด ความตึงเครียดที่เกาะกุมหัวใจค่อยๆ เลือนหายไป แต่ยังคงเหลือไว้ซึ่งความระทึกใจที่เต้นรัวอยู่ในอก เขาก้าวเข้าไปใกล้เซราอีกนิด ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน
"คุณมัน... บ้าสิ้นดี วินเทอร์" คัสเซียนกระซิบเสียงต่ำ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเทาเข้ม
"แต่คุณก็ปฏิเสธไม่ได้ใช่ไหมล่ะครับ ว่าความบ้าของผมเพิ่งช่วยชีวิตคุณไว้" เซราตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าแววตากลับพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย
บรรยากาศกำลังจะเปลี่ยนผ่านจากความตึงเครียดทางเทคนิคไปสู่ความลึกซึ้งทางอารมณ์ หากแต่เสียงสัญญาณเตือนภัยรูปแบบใหม่ก็ดังแทรกขึ้นมาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์สำรองที่มุมห้อง—ไม่ใช่เสียงเตือนความผิดพลาดของเครื่องจักรอีกต่อไป แต่เป็นสัญญาณการเข้ารหัสลับจากภายนอกสถานี
คัสเซียนขมวดคิ้วหันขวับไปมองหน้าจอทันที เซราเองก็ก้าวเข้าไปใกล้แผงควบคุมนั้นด้วยความสงสัย นิ้วมือของคัสเซียนแตะลงบนปุ่มถอดรหัสเพื่อเปิดเผยที่มาของสัญญาณ ภาพโฮโลแกรมสามมิติถูกฉายขึ้นกลางห้อง เผยให้เห็นแผนผังการเดินเรือของยานอวกาศลำหนึ่งที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
มันคือยานรบไร้สังกัดที่ควรจะถูกทำลายไปพร้อมกับเหตุการณ์โศกนาฏกรรมเมื่อห้าปีก่อน และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... พิกัดปัจจุบันของมันกำลังมุ่งตรงมายังสถานีวิจัยแห่งนี้ โดยมีรหัสผ่านยืนยันตัวตนที่ส่งตรงมาจากระบบภายในที่เซราเพิ่งซ่อมแซมเสร็จเมื่อครู่
ดวงตาสีเทาของเซราเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความเยือกเย็นทั้งหมดพังทลายลงในเสี้ยววินาที เมื่อข้อความสั้นๆ ปรากฏขึ้นบนหน้าจอโฮโลแกรมด้วยลายมือดิจิทัลที่เขาไม่มีวันลืมตลอดกาล
*"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... เซรา"*
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอวกาศอันเวิ้งว้างนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
รอยร้าวแห่งกาแล็กซีที่ผมเผลอสร้างไว้ในวันสิ้นสูญ•ตอนที่ 4
รอยร้าวในระบบนิรภัย
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร้าวแห่งกาแล็กซีที่ผมเผลอสร้างไว้ในวันสิ้นสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!