เสียงฮัมเบาๆ ของตัวเก็บประจุพลังงานควอนตัมในห้องปฏิบัติการใต้ท้องยานอวกาศ *โครนอส* ดังก้องอยู่ในโสตประสาท ราวกับเสียงเต้นของหัวใจจักรกลที่กำลังนับถอยหลังสู่ความพินาศ
เซรา วินเทอร์ ไม่ได้กะพริบตามาเป็นเวลานานกว่าสี่ชั่วโมงแล้ว แสงสีฟ้าอมเขียวจากหน้าจอโฮโลแกรมสะท้อนอยู่บนดวงตาคู่คมที่ฉายแววเหนื่อยล้า แต่ในขณะเดียวกันก็ลุกโชนด้วยประกายแห่งความกระหายใคร่รู้ นิ้วเรียวยาวที่สวมถุงมือไนลอนบางเฉียบกำลังเคาะลงบนแผงควบคุมเสมือนอย่างเป็นจังหวะ ข้อมูลดิบหลายเทราไบต์จากฮาร์ดไดรฟ์สีดำสนิทที่เขาเพิ่งกู้คืนมาจากซากยานสำรวจเมื่อวานนี้ กำลังถูกถอดรหัสผ่านอัลกอริทึมซับซ้อนที่เขาเขียนขึ้นเองสดๆ ร้อนๆ
ไดรฟ์ตัวนี้ไม่ควรจะหลงเหลือข้อมูลใดๆ รอดมาได้ มันผ่านมาตั้งห้าปีแล้ว—นับตั้งแต่เหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่พรากทุกลมหายใจในแผนกวิศวกรรมวันนั้นไปจากเขา
"คุณควรจะไปนอนได้แล้ว, เซรา"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากความมืดตรงประตูทางเข้า คัสเซียน เวลเลอร์ ก้าวเข้ามาในห้องด้วยฝีเท้าที่เงียบกริบราวกับเสือดาวล่าเหยื่อ เสื้อคลุมสีดำสนิทของผู้คุมกฎองค์กรข้ามดวงดาวถูกถอดออก พับวางไว้เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีเข้มที่พับแขนขึ้นจนเห็นกล้ามเนื้อท่อนแขนแข็งแกร่ง ในมือของเขามีกาแฟสกัดเย็นสองแก้ว คัสเซียนวางแก้วหนึ่งลงบนโต๊ะทำงานใกล้ตัวเซรา กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วเข้มตีขึ้นจมูกตัดกับกลิ่นอับชื้นของโลหะในห้อง
เซราเหลือบมองแก้วกาแฟนั้นเพียงเสี้ยววินาที โดยไม่ละสายตาจากหน้าจอหลัก "ถ้าผมหลับตอนนี้ ข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสระดับทหารพวกนี้คงจะทำลายตัวเองเสียก่อนที่ผมจะทันได้เห็นว่า ใครเป็นคนออกคำสั่งให้ระเบิดเตาปฏิกรณ์ในวันนั้น... หรือคุณกลัวว่าผมจะเจออะไรที่มากกว่าคำว่า 'อุบัติเหตุ' กันแน่, คัสเซียน?"
คำพูดนั้นคมกริบราวกับใบมีดที่เคลือบด้วยสารพิษ เซราจงใจทิ้งน้ำหนักเสียงในประโยคหลังเพื่อหยั่งเชิงชายหนุ่มตรงหน้า คัสเซียนชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีเทาเข้มหรี่ลงอย่างใช้ความคิด เขาก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนเซราได้กลิ่นจางๆ ของสนและโอโซนจากตัวอีกฝ่าย
"ผมไม่ได้กลัวความจริง, เซรา" คัสเซียนตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าจริงจังจนน่าขนลุก เขาวางมือลงบนขอบโต๊ะโลหะ โน้มตัวเข้ามาใกล้จนใบหน้าอยู่ห่างกันเพียงคืบ "แต่สิ่งที่ผมกลัวคือการที่คุณเอาอดีตมาผูกคอตัวเองไว้กับซากศพที่ไม่มีวันฟื้นคืน... ฮาร์ดไดรฟ์ตัวนั้นผ่านมือหน่วยกู้ภัยมานับไม่ถ้วน ทำไมถึงเพิ่งมาเจอตอนนี้? คุณไม่คิดว่ามันง่ายเกินไปหน่อยหรือ? เหมือนกับว่ามีใครบางคนจงใจ 'ทิ้ง' มันไว้ให้คุณเก็บได้"
เซราหันขวับกลับมาสบตาคัสเซียนทันที ความใกล้ชิดทำให้เขาเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในนัยน์ตาคู่นั้น แววตาของคัสเซียนเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยความระแวดระวัง ซึ่งมันช่างน่าหงุดหงิดเสียเหลือเกินที่ความห่วงใยนั้นมาจากคนที่เคยยืนอยู่คนละฝั่งกฎหมายกับเขา
"ถ้ามันเป็นกับดัก... มันก็เป็นกับดักเดียวที่มีค่าพอจะทำให้ผมยอมเดินเข้าไปตาย" เซรากระซิบตอบ เสียงของเขาแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยแรงขับ ภายในใจของเขารู้สึกปั่นป่วนจากเคมีอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวตนของคัสเซียน ความขัดแย้งระหว่างอุดมการณ์ที่ต่างกันสุดขั้วกับแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณที่พวกเขามีให้กัน มักจะสร้างบรรยากาศที่ร้อนระอุขึ้นทุกครั้งที่อยู่ใกล้กันในพื้นที่ปิดตายเช่นนี้
ก่อนที่คัสเซียนจะได้ตอบโต้อะไรกลับมา เสียงเตือนภัยความถี่ต่ำก็ดังขึ้นจากหน้าจอหลัก
*ติ๊ด... ติ๊ด... ถอดรหัสเสร็จสมบูรณ์ 100%*
หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานทันที ข้อความเตือนระดับความลับสูงสุดปรากฏขึ้นพร้อมกับไฟล์วิดีโอที่ถูกบีบอัดไว้ในโฟลเดอร์ซ่อน เซรากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นิ้วของเขาสั่นเทาเล็กน้อย—ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความจริงที่เขารอคอยมาตลอดห้าปี กำลังจะเปิดเผยออก It's now or never.
เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะกดปุ่มเล่นไฟล์วิดีโอ
ภาพโฮโลแกรมสามมิติขนาดย่อมถูกฉายขึ้นกลางอากาศ ห้องทำงานมืดๆ สว่างวาบด้วยแสงจากภาพบันทึกเหตุการณ์ในอดีต ภาพที่ปรากฏคือห้องควบคุมของยานอ*อโรร่า* ในวันก่อนเกิดเหตุระเบิด ชายคนหนึ่งในชุดยูนิฟอร์มระดับสูงขององค์กรกำลังยืนหันหลังให้กล้อง มือของเขากำลังกดรหัสทำลายตัวเอง พร้อมกับเสียงพูดที่ถูกบันทึกไว้อย่างชัดเจน
*“คำสั่งจากสภาสูงสุด... ยานลำนี้รู้มากเกินไป ปิดปากพวกมันซะ”*
เซราเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ใบหน้าของเขาซีดเผือกในพริบตา เสียงนั้น... เสียงของชายในวิดีโอไม่ใช่ใครอื่นไกล แต่เป็นเสียงที่เขาคุ้นเคยยิ่งกว่าสิ่งใด เสียงของคนที่เคยเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด... และเป็นคนสั่งการให้คัสเซียนเข้ามาจับตาดูเขาในปัจจุบัน
เซราหันขวับไปมองคัสเซียนทันที สายตาของเขาเปลี่ยนจากความสงสัยเป็นความเคียดแค้นชิงชัง "คุณรู้อยู่แล้วใช่ไหม... คัสเซียน? คุณรู้มาตลอดว่าองค์กรเป็นคนสั่งฆ่าพวกเขา!"
คัสเซียนไม่ได้หลบตา เขายืนนิ่งราวกับรูปปั้นหินแกรนิต ทว่ากล้ามเนื้อกรามของเขากลับขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน แววตาที่มองเซราในตอนนี้เต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ถูกกดทับไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความเย็นชา
"เซรา... ฟังผมก่อน" คัสเซียนเอ่ยเสียงเครือ ก้าวเท้าเข้ามาหาเพื่อจะคว้ามือของเขาไว้
"ถอยไป!" เซราปัดมือของคัสเซียนออกอย่างแรง ดวงตาคู่สวยแดงก่ำด้วยหยาดน้ำใสที่เอ่อคลอแต่มันไม่ยอมร่วงหล่นลงมา "อย่ามาแตะต้องตัวผม! คุณมันก็แค่สุนัขรับใช้ของฆาตกร!"
บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกราวกับถูกแช่แข็งในสุญญากาศ ทั้งสองยืนจ้องหน้ากันโดยมีหลักฐานชิ้นเอกฉายวนซ้ำอยู่ตรงกลาง ระหว่างความแค้นฝังหุ่นกับความรู้สึกบางอย่างที่พยายามจะก้าวข้ามเส้นแบ่งของหน้าที่
ทว่า ในวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งทะยานถึงขีดสุดนั้นเอง...
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอกห้องปฏิบัติการ เสียงโลหะกระทบกันเป็นจังหวะของการเตรียมพร้อมอาวุธหนัก พร้อมกับสัญญาณไฟฉุกเฉินสีส้มที่กะพริบพริบๆ ทั่วทางเดิน
คัสเซียนหน้าเปลี่ยนสีทันที เขาหันไปมองประตูห้องก่อนจะหันกลับมาคว้าแขนของเซราด้วยความเร็วที่ไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ
"พวกมันมาเร็วกว่าที่คิด... มีคนปล่อยพิกัดของเราแล้ว, เซรา" คัสเซียนกระซิบด้วยน้ำเสียงร้อนรนเป็นครั้งแรก "และเป้าหมายของพวกมันไม่ใช่แค่ฮาร์ดไดรฟ์... แต่คือการเก็บกวาดเราทั้งคู่ให้หายไปจากกาแล็กซีนี้พร้อมกัน"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอวกาศอันเวิ้งว้างนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
รอยร้าวแห่งกาแล็กซีที่ผมเผลอสร้างไว้ในวันสิ้นสูญ•ตอนที่ 5
รหัสลับที่ถูกซ่อนไว้
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร้าวแห่งกาแล็กซีที่ผมเผลอสร้างไว้ในวันสิ้นสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!