"ช้าก่อน... จอมยุทธ์ฟาง หากเจ้าฆ่ามันตอนนี้ ความลับเรื่องวิธีคืนชีพเซียนหานเหมย... เจ้าก็จะไม่มีวันได้ล่วงรู้ตลอดกาล..."
เสียงนั้นดังก้องกังวานเสียดแทงความเงียบงันของหุบเขาอสูรทมิฬ ปลายคมกระบี่ไร้ลักษณ์ของฟางหรงหยุดชะงักห่างจากลำคอของมารเฒ่าผู้นั้นเพียงครึ่งนิ้ว หยดโลหิตสีดำสนิทซึมไหลผ่านคมกระบี่หยดลงสู่พื้นดินจนเกิดควันพิษพวยพุ่งส่งกลิ่นเหม็นเน่าตลบอบอวล
ดวงตาของฟางหรงหรี่แคบลง ประกายอำมหิตและไอสังหารแผ่ซ่านออกจากร่างจนมวลอากาศรอบด้านบิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่น เขามิได้ใส่ใจชีวิตของสุนัขรับใช้แห่งแดนอธรรมเบื้องหน้า แต่วาจานั้น... ได้แตะต้องจุดตายในหัวใจที่เขากำลังปกป้องไว้ด้วยชีวิต
เบื้องหลังของฟางหรง ร่างของเซียนหานเหมยทอดร่างพิงผนังถ้ำน้ำแข็งด้วยอาการรันทด ลมหายใจของนางแผ่วเบาดั่งสายลมฤดูใบไม้ร่วงที่ใกล้ดับสูญ ผิวพรรณที่เคยขาวผ่องดั่งหยกสลักบัดนี้ถูกปกคลุมด้วยละอองน้ำค้างแข็งสีครามเข้ม พิษโลหิตอสูรพันปีแผ่ขยายลุกลามกัดกินเส้นชีพจรทีละน้อย ทุกๆ ลมหายใจเข้าออกคือความเจ็บปวดทรมานที่แม้แต่เซียนผู้บรรลุวิถีฟ้าดินยังยากจะทานทน นางป้องปากกระอักโลหิตสีครามออกมาคำหนึ่ง หยดลงบนพื้นศิลาจนกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งแหลมคม สะท้อนความเปราะบางที่ผู้คนทั้งยุทธภพไม่มีวันได้เห็น
ฟางหรงตวัดสายตากลับไปมองนางแวบหนึ่ง หัวใจของเขารู้สึกปวดร้าวราวนมีคมมีดนับพันเล่มกรีดแทะ เขาหันกลับมาเผชิญหน้ากับมารเฒ่าแซ่เอี๊ยผู้กุมความลับ แววตาดุดันราวมัจจุราชกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก
"เอี๊ยเทียนเฉิน... เจ้าคิดว่าคำขู่ของสุนัขจนตรอกเช่นเจ้า จะมีค่าพอให้ข้าไว้ชีวิตมันหรือ?"
มารเฒ่าเอี๊ยหัวร่ออย่างบ้าคลั่ง แม้โลหิตจะไหลทะลักจากมุมปาก "ฮ่าๆๆ... จอมยุทธ์ฟางผู้ยิ่งใหญ่ กระบี่ไร้ลักษณ์ของเจ้าฟาดฟันสยบฟ้าดินได้จริง แต่ความตายของเซียนหานเหมย... เจ้าฝืนลิขิตมันได้หรือไม่? หากไม่มี 'ธาราโอสถพันปี' ที่หลอมรวมจากหัวใจอสูรบรรพกาลภายในตู้เซฟลับของหุบเขานี้ ภายในเวลาหนึ่งก้านธูป... นางจะต้องกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งนิรันดร์ จิตวิญญาณแตกดับสลายกลายเป็นธุลี ดับสูญจากวัฏสงสารอย่างแท้จริง!"
ฟางหรงขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นนูนชัด ปราณกระบี่ในร่างปั่นป่วนรุนแรงจนอาภรณ์สีดำสะบัดสะไกวตามแรงกดดัน เขาตระหนักดีว่าเวลากำลังจะหมดลง หุบเขาอสูรทมิฬแห่งนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นเขตแดนรกร้างอันตรายอันดับหนึ่ง สัตว์อสูรกลายพันธุ์นับหมื่นตัวต่างซ่อนเร้นกายรอเวลาขย้ำเหยื่อผู้หลงเข้ามา และการจะชิงธาราโอสถพันปีมาได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายดายราวพลิกฝ่ามือ
"นำทางไป..." ฟางหรงกล่าวสั้นๆ แต่เฉียบขาดดั่งประกาศิตสวรรค์
เอี๊ยเทียนเฉินยิ้มเยาะอย่างเจ้าเล่ห์ มันค่อยๆ ลุกขึ้นยืนโดยมีปลายกระบี่ของฟางหรงจ่อติดแผ่นหลังไว้ไม่ห่าง "ตามข้ามาสิ... แต่ต้องบอกไว้ก่อนนะจอมยุทธ์ฟาง ว่าธาราโอสถพันปีนั้นไม่ได้ตั้งอยู่เฉยๆ ให้เจ้าไปหยิบฉวย มันถูกเฝ้ารักษาโดย 'ราชสีห์อัคคีทมิฬ' อสูรโบราณที่หลับใหลอยู่ใต้บึงมรกต การจะปลุกมันขึ้นมา เท่ากับเป็นการท้าทายพญายมโดยตรง!"
ฟางหรงไม่เอ่ยวาจาโต้ตอบ เขาก้มลงช้อนร่างอันหนาแน่นด้วยความเย็นเยือกของเซียนหานเหมยขึ้นมาแนบอกอย่างทะนุถนอม ร่างของนางสั่นสะท้านเล็กน้อยด้วยความหนาวเหน็บ นางซบใบหน้าซีดเซียวลงกับอกเสื้อของเขา สัมผัสได้ถึงไออุ่นอันร้อนระอุจากหัวใจที่เต้นรำด้วยความมุ่งมั่นของชายหนุ่ม
"หรงหลาง..." เสียงของนางแผ่วเบาดั่งเสียงกระซิบของปีกผีเสื้อ "อย่าเอาชีวิต... มาทิ้งไว้ที่นี่เพื่อข้าเลย... ปราณของเจ้า... ต้องเก็บไว้ปกป้องสำนักกระบี่ไร้ลักษณ์..."
ฟางหรงก้มลงมองดวงตาคู่สวยที่เคยหยาดเยิ้มไปด้วยความเย่อหยิ่ง แต่วันนี้กลับเต็มไปด้วยความห่วงใยที่มอบให้เขาเพียงผู้เดียว เขายิ้มบางเบา รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความทะนงองอาจและอ่อนโยนในคราเดียวกัน
"หานเหมย... แม้ฟ้าดินจะล่มสลาย แม้เทพยดาทั้งเก้าชั้นฟ้าจะลงทัณฑ์ ต่อให้ข้าต้องเอาวิญญาณเข้าแลก ข้าก็ไม่มีวันปล่อยให้เจ้าต้องดับสูญไปต่อหน้าต่อตาข้าเป็นอันขาด"
วาจานั้นหนักแน่นดั่งขุนเขา ไร้ซึ่งความลังเลใดๆ เซียนหานเหมยเม้มริมฝีปากแน่น หยาดน้ำใสเอ่อคลอหน่วยตาคู่สวย นางไม่เคยคิดเลยว่าในวันที่ตนเองตกต่ำและไร้ทางสู้ที่สุด จะมีบุรุษผู้หนึ่งกล้าประกาศกร้าวท้าทายกฎเกณฑ์แห่งสวรรค์เพื่อแย่งชิงลมหายใจคืนกลับมาให้แก่ตน
ทั้งสองติดตามเอี๊ยเทียนเฉินลึกเข้าไปในถ้ำมืดมิด กลิ่นอายความชื้นและกลิ่นคาวเลือดทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ผนังถ้ำสองข้างทางเริ่มปรากฏรอยขูดขีดขนาดมหึมาและคราบเลือดสีม่วงเข้มที่ยังคงส่งไอร้อนคุกรุ่น บ่งบอกว่าที่นี่คือเขตอาณาของสิ่งมีชีวิตอันน่าสะพรึงกลัว
เบื้องหน้าของพวกเขา ปรากฏโถงถ้ำกว้างใหญ่ไพศาลใจกลางหุบเขา ตรงกลางโถงมีบึงน้ำขนาดใหญ่ที่น้ำในบึงใสสะอาดราวกระจกเงา ทว่ากลับส่งไอความเย็นเยือกและไอร้อนระอุพวยพุ้นขึ้นสลับกัน ที่ใจกลางบึงนั้น มีแท่นหินสีดำสนิทตั้งอยู่ บนแท่นมีโถหยกโบราณที่บรรจุของเหลวสีทองเรืองรอง—นั่นคือ 'ธาราโอสถพันปี' ที่สามารถรักษาอาการพิษโลหิตอสูรของเซียนหานเหมยได้!
ทว่า... รอบบึงน้ำมรกตนั้น กลับเต็มไปด้วยดวงตาสสีแดงฉานนับร้อยคู่ที่กำลังจ้องมองมายังผู้บุกรุก เสียงคำรามต่ำทุ้มสั่นสะเทือนสะท้านเลื่อนลั่นดังก้องไปทั่วโถงถ้ำ ฝูงอสูรเงาพยัคฆ์นับร้อยตัวกำลังแยกเขี้ยวขาวโพลน น้ำลายไหลย้อยหยดลงสู่พื้นจนเกิดเสียงฟอดแฟด และที่น่ากลัวที่สุดคือร่างมหึมาของ 'ราชสีห์อัคคีทมิฬ' ที่กำลังลืมตาขึ้นช้าๆ เปลวเพลิงสีดำสนิทลุกโชนท่วมร่างของมัน แผ่ไอสังหารระดับบรรพกาลกดทับจนฟางหรงแทบหายใจไม่ออก
เอี๊ยเทียนเฉินหัวเราะร่าด้วยความสะใจเมื่อเห็นสถานการณ์ตรงหน้า มันอาศัยจังหวะที่ฟางหรงกำลังเผชิญหน้ากับฝูงอสูร ดีดตัวถอยหลังหายลับเข้าไปในความมืดพร้อมกับตะโกนก้อง
"ฮ่าๆๆๆ! จอมยุทธ์ฟาง เจ้าอยากได้ธาราโอสถนักก็จงไปเอาเองเถอะ! ขอให้สนุกกับการเป็นอาหารของพวกมันนะ!"
ฟางหรงไม่ได้ไล่ตามมารเฒ่าผู้นั้น สายตาของเขากวาดมองฝูงอสูรเบื้องหน้าที่กำลังขยับเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างช้าๆ ร่างในอ้อมแขนของเขาสั่นสะท้านมากขึ้นทุกที พิษโลหิตอสูรกำลังจะลุกลามถึงหัวใจของเซียนหานเหมยแล้ว
ฟางหรงค่อยๆ วางร่างของเซียนหานเหมยลงพิงกับโขดหินอย่างระมัดระวัง เขายืดกายขึ้นเต็มความสูง มือขวาจับด้ามกระบี่ไร้ลักษณ์แน่น ปราณกระบี่ทั่วร่างระเบิดออกเป็นประกายแสงสีขาวเจิดจ้าตัดกับความมืดมิดของถ้ำอصول ดวงตาของเขาคมกริบราวนกอินทรีย์จ้องมองพญาอัคคีทมิฬที่กำลังคำรามก้องคำรณท้าทาย
"หากพวกเดรัจฉานเช่นพวกเจ้า... ขวางทางช่วยชีวิตนางวันนี้..."
ฟางหรงสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอายกระบี่ไร้เทียมทานแผ่ซ่านปกคลุมทั่วรัศมีร้อยลี้
"...ต่อให้เป็นอสูรสวรรค์บรรพกาล ข้าก็จะสับพวกมันให้แหลกเป็นจุล!"
สิ้นเสียงคำรามก้องสะท้านฟ้า ราชสีห์อัคคีทมิฬอ้าปากพ่นลูกไฟสีดำขนาดมหพศาลพุ่งเข้าใส่ฟางหรงด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ ทว่า... ในวินาทีที่เปลวเพลิงกำลังจะกลืนกินร่างของชายหนุ่ม จู่ๆ ผิวน้ำในบึงมรกตเบื้องหลังก็ระเบิดออกอย่างรุนแรง พร้อมกับร่างเงาสີขาวนวลร่างหนึ่งที่พุ่งทะยานขึ้นมาจากก้นบึงด้วยพลังปราณอันบริสุทธิ์สะท้านสะเทือน ดาบโบราณเล่มหนึ่งในมือของเงาร่างนั้นเปล่งแสงเจิดจ้าสะท้อนไปทั่วถ้ำ และเสียงอันเย็นเยียบราวน้ำแข็งก็เอ่ยวาจาทะลวงโสตประสาทของทุกคนให้หยุดนิ่งค้าง...
ขอขอบคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่มา ณ ที่นี้นะครับ
กระบี่ไร้ลักษณ์กับสตรีผู้สยบเหมันต์•ตอนที่ 13
ธาราโอสถพันปี
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับสตรีผู้สยบเหมันต์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!