"ฮ่าๆๆ... สนุกพอนี่ น่าเสียดายที่งานเลี้ยงอำลา... ต้องมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาร่วมวงเพิ่มอีกคนเสียแล้ว"
เสียงหัวเราะเย้ยหยันดังก้องกังวานเสียดแทงโสตประสาท ดั่งคมหอกน้ำแข็งที่กรีดผ่านความเงียบงันของค่ำคืนอันหนเหน็บ อากาศรอบบริเวณพลันบิดเบี้ยว ไอสังหารสีดำสนิทแผ่พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนภาจนดวงจันทร์สีเลือดถูกกลืนกินด้วยความมืดมิด
ฟางหรงไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองผู้มาเยือน ดวงตาคมกริบดั่งคมกระบี่ไร้ลักษณ์ยังคงจ้องเขม็งไปยังเงาร่างเบื้องหน้า มือขวาที่กุมด้ามกระบี่สั่นระริกด้วยแรงอารมณ์ ปราณกระบี่ในจุดตันtianปั่นป่วนจนเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ ความโกรธแค้นที่ถูกกดทับไว้เนิ่นนานกำลังจะปะทุออกมาดั่งลาวาใต้พิภพ
"เจ้าพวกเงาทมิฬ... ในที่สุดก็โผล่หัวออกมาจนได้สินะ" ฟางหรงเอמהเสียงต่ำลอดไรฟัน ร่างกายแผ่รังสีอำมหิตที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกสรรพสิ่งให้แหลกเป็นจุล
"ฟางหรง... ระวังตัวด้วย ปราณของมันไม่ใช่ระดับที่เราเคยพบเจอ"
เสียงหวานใสที่เคยเยือกเย็นดั่งน้ำค้างแข็งบนยอดเขาหิมะพันปีเอ่ยเตือนขึ้นแผ่วเบา เซียนหานเหมยขยับกายยืนเคียงข้าง รัศมีเซียนสีขาวบริสุทธิ์เปล่งประกายรอบกายเพื่อต้านทานแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัว ทว่าใบหน้าที่มักจะไร้ความรู้สึกกลับซีดเผือดลงเล็กน้อย หยาดเหงื่อกาฬผุดขึ้นตามไรผม แสดงให้เห็นว่าศึกครั้งนี้หนักหนาสสาหัสเกินกว่าจะคาดเดา
ตูมมม!
ไม่ทันที่ทั้งสองจะได้ตั้งกระบวนท่า เงาดำมหึมาสายหนึ่งก็พุ่งแหวกอากาศเข้ามาด้วยความเร็วเหนือแสง มันคือ "กระบี่มารโลหิต" ที่หลอมรวมจากดวงวิญญาณนับพัน พลังทำลายล้างของมันแผ่ขยายเป็นวงกว้าง แผ่นดินใต้เท้าปริแตกออกเป็นเสี่ยงๆ แรงอัดอากาศกรีดแทะผิวเนื้อจนแสաբร้อน
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง ประสบการณ์จากการบำเพ็ญเพียรนับร้อยปีของหานเหมยก็ทำงาน นางตระหนักดีว่าเป้าหมายที่แท้จริงของมันไม่ใช่ตัวนาง แต่เป็นจุดอ่อนที่สุดของฟางหรงในยามนี้—หัวใจที่ยังคงเต็มไปด้วยความแค้น
"ถอยไป!"
หานเหมยตวาดก้อง นางสะบัดแขนเสื้อแพรขาว ประสานวิชา "หิมะโปรยสะท้านฟ้า" สร้างม่านพลังน้ำแข็งหนาแน่นเจ็ดชั้นขึ้นปกป้องเบื้องหน้า ในขณะเดียวกันก็ใช้ฝ่ามือผลักร่างของฟางหรงให้กระเด็นออกไปจากรัศมีโจมตี
ฉับพลัน!
เสียงเนื้อหนังถูกกรีดด้วยคมกระบี่ดังเฉือนใจ ม่านพลังน้ำแข็งทั้งเจ็ดชั้นแตกสลายราวกับเศษแก้ว ปราณมารสีโลหิตพุ่งทะลวงผ่านหน้าอกของเซียนหานเหมยอย่างโหดเหี้ยม เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นราวกับดอกเหมยร่วงหล่นบนพื้นหิมะสีขาวโพลน ภาพความงดงามอันเยือกเย็นถูกย้อมด้วยสีเลือดจนน่าอนาถใจ
"หานเหมย—!"
เสียงคำรามของฟางหรงขาดห้วงราวกับหัวใจถูกกระชากออกจากอก โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุน ดวงตาที่เคยคมกล้าเบิกVว้างด้วยความตื่นตระหนกและเจ็บปวดลึกซึ้ง เขายื่นมือออกไปคว้าเงาร่างที่กำลังทรุดฮวบลงสู่อ้อมแขน ร่างกายของนางเย็นเฉียบจนน่าใจหาย ไอเย็นแห่งความตายแผ่ซ่านเข้ามาแทนที่ความอบอุ่น
ฟางหรงรับร่างบางนั้นไว้แนบอก มือที่เคยจับกระบี่มั่นตอนนี้กลับสั่นเทาจนแทบประคองไม่อยู่ หยาดน้ำตาที่ชายหนุ่มไม่เคยหลั่งให้แก่ความตายของผู้ใด กลับเอ่อล้นทะลักออกมาอาบสองแก้มผสมกับหยาดเลือด
"เจ้า... ทำไมต้องเอาตัวมารับแทนข้า... ทำไมกัน!" น้ำเสียงของฟางหรงสั่นเครือเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและอาลัยรักที่เพิ่งตระหนักว่ามันลึกซึ้งเพียงใด
หานเหมยแย้มยิ้ม... รอยยิ้มที่งดงามที่สุดและเศร้าสร้อยที่สุดในรอบพันปีของนาง ริมฝีปากที่ซีดเซียวขยับเปล่งเสียงแผ่วเบาดั่งสายลม "ข้า... เป็นสตรีผู้สยบเหมันต์... แต่หัวใจของข้า... กลับถูกความอบอุ่นของเจ้าหลอมละลายไปนานแล้ว... ฟางหรง... อย่าได้หันหลังให้กับวิถีกระบี่... และ... อย่าตาย..."
สิ้นคำพูดนั้น ลมหายใจของนางก็แผ่วเบาลง ดวงตากลมโตที่เคยทอประกายเย่อหยิ่งค่อยๆ ปิดสนิทลงช้าๆ รัศมีเซียนรอบกายดับวูบลงเหลือเพียงความว่างเปล่า
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่ความโกรธเกรี้ยวระดับทำลายล้างจะระเบิดออกจากร่างของฟางหรง
"ไอ้สารเลว..."
ฟางหรงค่อยๆ วางร่างไร้สติของหานเหมยลงบนพื้นอย่างทะนุถนอมที่สุด เขายืนขึ้นช้าๆ เส้นผมสีดำสนิทปลิวสยายตามแรงลมปราณที่พั่นพู ทั่วทั้งร่างถูกห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงสีทองแห่ง "วิชากระบี่ไร้ลักษณ์ ขั้นที่เก้า: นิพพานสูญสิ้น"
เขามองไปยังผู้ลงมือด้วยสายตานิ่งงัน แต่นิ่งงันเสียยิ่งกว่าคมกระบี่ที่จ่ออยู่ที่คอหอย ความตายสลักอยู่บนใบหน้าของศัตรูผู้นั้นแล้ว
ในวินาทีที่ฟางหรงกำลังจะสะบัดกระบี่ปลิดชีพศัตรูเพื่อล้างแค้นให้แก่สตรีผู้เป็นดวงใจ ท้องฟ้าเบื้องบนก็พลันมืดครึ้มลงอย่างกะทันหัน เสียงคำรามของสายฟ้าฟาดผ่าลงมากลางลานประลองพร้อมกับเงาร่างลึกลับอีกสายหนึ่งที่ก้าวออกมาจากมิติที่บิดเบี้ยว
เงาร่างนั้นหัวسเราะเบาๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ฟางหรงต้องหยุดชะักงงัน
"ช้าก่อน... จอมยุทธ์ฟาง หากเจ้าฆ่ามันตอนนี้ ความลับเรื่องวิธีคืนชีพเซียนหานเหมย... เจ้าก็จะไม่มีวันได้ล่วงรู้ตลอดกาล..."
ขอขอบคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านคืนอันเหน็บหนาวนี้ไปด้วยกันนะครับ
กระบี่ไร้ลักษณ์กับสตรีผู้สยบเหมันต์•ตอนที่ 12
รอยยิ้มที่หายไป
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับสตรีผู้สยบเหมันต์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!