"เจ้าคิดจะฝังศพข้าไว้ในกองหิมะนี้จริงหรือ เซียนหานเหมย?"
เสียงทุ้มต่ำของชายฉกรรจ์ในชุดคลุมสีเทาหม่นดังก้องไปทั่วลานศิลาขาวสะอาด มันเป็นเสียงที่แหบพร่าคล้ายเสียงใบไม้แห้งถูกบดขยี้ ฝ่ามือหนาที่ห่อหุ้มด้วยปราณสีดำทมิฬฟาดเข้าใส่เสาหินสลักลายมังกรจนร้าวราน แรงอัดอากาศทำให้หิมะที่โปรยปรายรอบหุบเขาหยุดชะงักดั่งเวลาถูกแช่แข็ง
หานเหมยยืนตระหง่านอยู่บนยอดหอคอยตำหนักเหมันต์ ใบหน้างามล้ำดุจรูปสลักน้ำแข็งไม่ปรากฏระลอกคลื่นแห่งความหวั่นไหว แม้สถานการณ์เบื้องล่างจะกลายเป็นทะเลเลือด ศิษย์สำนักหิมะจำนวนมากกำลังล้มตายภายใต้คมอาวุธของผู้บุกรุกที่ไร้ที่มา
"ที่นี่คือเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่สุสานสุนัขจรจัด" หานเหมยเอ่ยตอบ น้ำเสียงของนางเย็นเยียบดั่งธารน้ำแข็งพันปี นางดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว เกล็ดหิมะนับหมื่นเปลี่ยนสภาพเป็นคมกระบี่ไร้ลักษณ์ พุ่งลงมาจากฟากฟ้าดั่งห่าฝนอักขระเวท
ฟางหรงซึ่งยืนหลบเร้นอยู่หลังแนวโขดหินทางทิศตะวันออก ขมวดคิ้วมุ่น มือขวาเลื่อนกุมด้ามกระบี่ที่ข้างเอวแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ดวงตาคมกริบดุจพยัคฆ์ซุ่มมองเหตุการณ์เบื้องล่างด้วยสมาธิแน่วแน่ เขาไม่ได้มาเพื่อช่วยสำนักหิมะ แต่เขามาเพื่อทวงถามความจริงเรื่องการตายของอาจารย์ตน ซึ่งร่องรอยทั้งหมดล้วนชี้ชัดมายังสถานที่แห่งนี้
แต่เมื่อเห็นศิษย์หญิงคนหนึ่งถูกคมดาบสีดำฟันเข้าที่หัวไหล่จนเลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นเปื้อนหิมะขาว ฟางหรงกลับไม่อาจเมินเฉยต่อสัญชาตญาณแห่งบุรุษผู้ถือธรรมะในใจได้
"เหอะ... ฝืนลิขิตฟ้าช่างยากเย็น แต่การเพิกเฉยต่อความตายตรงหน้ากลับยากยิ่งกว่า"
ร่างของฟางหรงพุ่งตัวออกจากเงามืดดุจเงาพราย เขาไม่ได้ใช้กระบี่ทว่าใช้ฝ่าเท้าสัมผัสยอดหิมะส่งพลังปราณดึงรั้งหินก้อนมหึมาขึ้นมาขวางคมดาบที่กำลังจะสังหารศิษย์หญิงผู้นั้น แรงปะทะทำให้ฟางหรงต้องทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง แต่เขาก็ดีดตัวขึ้นทันควันพร้อมชักกระบี่ไร้ลักษณ์ออกจากฝัก แสงสีฟ้าครามวับวาววาบขึ้นสว่างวาบไปทั่วทั้งหุบเขา
"เจ้า!" หานเหมยอุทานเบาๆ สายตาที่เคยเย็นชาปรากฏแววประหลาดใจเพียงชั่วครู่ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึม
ฟางหรงไม่รอช้า เขาตวัดกระบี่เป็นวงโค้ง ปราณกระบี่อัดแน่นด้วยไอความร้อนที่ขัดแย้งกับไอเย็นรอบด้าน ส่งผลให้เกิดไอน้ำหนาทึบปกคลุมทั่วบริเวณ "ถอยไปเสีย! หากไม่อยากกลายเป็นปุ๋ยใต้หิมะ" เขาตวาดสั่งศิษย์สำนักหิมะที่ยังตื่นตระหนก
ศัตรูลึกลับชุดเทากระโดดถอยหลังไปสามก้าว ดวงตาสีโลหิตภายใต้หน้ากากเหล็กจ้องเขม็งมาที่ฟางหรง "สำนักกระบี่ไร้ลักษณ์ที่ล่มสลายไปแล้ว ยังมีเศษสวะหลงเหลืออยู่อีกหรือ? ดี! วันนี้ข้าจะกวาดล้างให้สิ้นซาก ทั้งเจ้าและแม่นางแช่แข็งผู้นี้"
การต่อสู้ทวีความดุเดือดขึ้นในพริบตา ฟางหรงเคลื่อนไหวราวกับสายน้ำที่ไร้รูปแบบ กระบี่ในมือเขาไม่ได้เข้าปะทะตรงๆ แต่ใช้ความอ่อนสยบความแข็ง ใช้ความเร็วขัดขวางจังหวะการลงดาบของศัตรู ทุกครั้งที่คมกระบี่ปะทะกับไอทมิฬ จะเกิดเสียงคำรามดั่งฟ้าร้องสะท้านเลื่อนลั่นหุบเขา
หานเหมยไม่ได้อยู่นิ่ง นางร่ายรำท่ามกลางหิมะ ร่างระหงดุจเทพธิดาโบยบิน ปราณหิมะรอบกายของนางถูกบีบอัดจนกลายเป็นโซ่ตรวนอักขระเวท พุ่งเข้าพันธนาการศัตรูที่กำลังเสียจังหวะจากการประมือกับฟางหรง
"ประสานพลัง!" หานเหมยตะโกนสั่ง โดยไม่สนว่านางกำลังร่วมมือกับคนที่นางเคยหมายหัวว่าเป็นศัตรู
ฟางหรงรับรู้ได้ถึงกระแสปราณที่ส่งผ่านอากาศมายังเขา เขาจึงตัดสินใจทิ้งทิฐิ ปล่อยให้ปราณกระบี่ของตนไหลรวมเข้ากับไอหิมะของนาง สองพลังที่แตกต่างกลับสอดประสานกันอย่างน่าอัศจรรย์ กระบี่ไร้ลักษณ์ผสานกับไอเย็นจัดจนกลายเป็น "กระบี่หิมะมรณะ"
ชั่วพริบตาที่คมกระบี่แทงทะลุผ่านอกของศัตรูชุดเทา ความเงียบงันก็เข้าปกคลุมทั่วหุบเขา ศัตรูผู้นั้นกระอักเลือดสีดำออกมา หน้ากากเหล็กหลุดออกเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง ซึ่งทำให้ฟางหรงต้องชะงักงันจนตัวแข็งทื่อ
ใบหน้านั้น... คือใบหน้าของชายที่เขานับถือดั่งพี่ชายในสำนักเก่าแก่ที่สาบสูญไปพร้อมกับอาจารย์ของเขา
"ท่าน... ทำไม?" ฟางหรงรำพึงด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ความแค้นที่เคยมีกลับถูกแทนที่ด้วยความเย็นเยียบที่แล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง
ชายในชุดเทาหัวเราะร่วนทั้งที่เลือดไหลนองปาก ก่อนจะเอ่ยประโยคสุดท้ายด้วยเสียงแผ่วเบาที่ทำให้ฟางหรงต้องตาค้าง "เจ้ายิ่งตามหาความจริง... เจ้าก็ยิ่งเดินเข้าใกล้ปากเหวแห่งความตาย ฟางหรง... ลองมองไปที่ฝ่ามือของนางดูสิ... สัญลักษณ์ที่นางซ่อนไว้... นั่นมิใช่ตราประทับของคนฆ่าอาจารย์เจ้าหรอกหรือ?"
ฟางหรงเบนสายตาไปที่ฝ่ามือของหานเหมยที่กำลังยื่นเข้ามาประคองเขาโดยสัญชาตญาณ ทว่าเมื่อเขาเห็นรอยสักสีม่วงจางๆ บนข้อมือนางที่โผล่พ้นแขนเสื้อออกมา ความจริงที่โหดร้ายก็ถาโถมเข้าใส่ดั่งขุนเขาถล่ม
หานเหมยชะงักงัน ใบหน้าของนางซีดเผือดเมื่อเห็นสายตาที่เปลี่ยนไปของฟางหรง นางถอยหลังหนึ่งก้าวด้วยความตระหนก ในขณะที่ฟางหรงค่อยๆ ยกปลายกระบี่ที่ยังเปื้อนเลือดของ "พี่ชาย" ของตนขึ้นจ่อที่ลำคอระหงของนางอย่างช้าๆ
"บอกข้า... ว่านั่นคือความเข้าใจผิด" ฟางหรงถามด้วยเสียงที่กดต่ำจนแทบจะกลายเป็นเสียงคำรามแห่งความเจ็บปวด
ทว่าในวินาทีนั้นเอง เสียงระฆังเตือนภัยจากตำหนักหิมะพันปีก็ดังสนั่นหวั่นไหวตามมาด้วยเสียงฝีเท้าของกองกำลังนับร้อยที่กำลังโอบล้อมเข้ามา และหานเหมยก็ได้แต่หลับตาลงนิ่งยอมรับชะตากรรมโดยไม่เอ่ยคำแก้ตัวใดๆ ออกมาเลยแม้แต่คำเดียว
---
หวังว่าเนื้อหาตอนนี้จะทำให้ท่านผู้อ่านตื่นเต้นและอยากติดตามตอนต่อไปนะครับ หากมีความคิดเห็นประการใด สามารถแบ่งปันกับหมื่นกระบี่คืนรังได้เสมอครับ
กระบี่ไร้ลักษณ์กับสตรีผู้สยบเหมันต์•ตอนที่ 5
กลิ่นอายมรณะแห่งหุบเขา
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับสตรีผู้สยบเหมันต์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!