กระบี่ไร้ลักษณ์กับสตรีผู้สยบเหมันต์•ตอนที่ 10

ปมแค้นที่ไร้จุดจบ

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
คราบโลหิตบนกระดาษสาแผ่นนั้น ไม่ได้บอกเล่าเพียงเรื่องราวการล่มสลายของตระกูลฟางเมื่อสิบปีก่อน หากแต่ยังกรีดลึกลงไปในโสตประสาทของบุรุษผู้ถือครองกระบี่ไร้ลักษณ์อย่างไร้ความปรานี "ท่านอาจารย์... ที่แท้ท่านก็เป็นเพียงสุนัขรับใช้ที่ซื่อสัตย์ที่สุดของมันกระนั้นหรือ" เสียงพึมพำของฟางหรงแหบพร่าดั่งเศษแก้วที่บาดลึกในลำคอ นัยน์ตาคมกริบดั่งคมกระบี่คู่นั้นแดงก่ำด้วยพิษไข้แห่งความแค้น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเต้นตุบๆ คล้ายจะระเบิดออกทุกขณะ ในห้องโถงลับใต้ซากปรักหักพังของสำนักเก่าแก่ แสงตะเกียงน้ำมันหอมระเหยสั่นไหววูบวาบตามแรงลมปราณที่แปรปรวนในร่างของเขา เซียนหานเหมยยืนนิ่งสงบอยู่เบื้องหลัง นางทอดสายตามองแผ่นหลังอันสั่นเทาของชายหนุ่มด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะเอ่ยคำใด นางเซียนผู้เยือกเย็นดั่งหิมะพันปีผู้ไม่เคยแยแสต่อความตายของปุถุชน บัดนี้กลับรู้สึกราวกับมีเข็มนับพันเล่มมาทิ่มแทงอยู่กลางอกเมื่อเห็นหยาดน้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นกระทบพื้นศิลา "ความจริงมักน่ารังเกียจเช่นนี้เสมอ ฟางหรง" เสียงใสราดรดด้วยความเย็นเยียบของนางดังขึ้น ทำลายความเงียบงันอันน่าอึดอัด "เจ้าสำนักเทียนเฉินไม่ได้เพียงแค่สังหารคนตระกูลฟางเพื่อแย่งชิงเคล็ดวิชา แต่เขาใช้ชีวิตของคนนับร้อยในตระกูลเจ้าเป็นสะพานทอดสู่ขอบเขตเซียนขั้นสมบูรณ์" ฟางหรงแค่นหัวเราะออกมา เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความหยันหยือกและหยาดโลหิตที่ไหลรินมุมปาก "ฮ่าๆๆ... สำนักกระบี่ฟ้าครามผู้ผดุงคุณธรรมค้ำจุนยุทธภพ! ที่แท้เบื้องหลังอาภรณ์ขาวสะอาดบริสุทธิ์นั้น กลับเน่าเฟะจนแม้แต่หนอนแมลงยังต้องสะอิดสะเอียน!" ฉับพลัน แรงกดดันมหาศาลจากเคล็ดวิชา 'กระบี่ไร้ลักษณ์' ก็ทะลักทะลายออกจากร่างของฟางหรงอย่างไร้การควบคุม ปราณกระบี่สีครามเข้มพุ่งทะยานขึ้นสู่เบื้องบนจนหลังคาพังทลาย เศษไม้และกระเบื้องปลิวว่อนกลางอากาศด้วยอานุภาพอันน่าสะพรึงกลัว พื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นใยแมงมุมรัศมีกว่าสิบวา นี่คืออาการธาตุไฟเข้าแทรกที่เกิดจากความโกรธเกรี้ยวถึงขีดสุด "ตั้งสติเสีย!" เสียงตวาดก้องพร้อมกับร่างระหงที่พุ่งเข้ามาดุจสายสายฟ้า เซียนหานเหมยสะบัดแขนเสื้อกว้าง ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาราวกับหิมะโปรยปรายกลางฤดูร้อน ฝ่ามือเรียวดุจหยกขาวประทับลงกลางแผ่นหลังของฟางหรงเพื่อถ่าย "อัก!" ฟางหรงกระอ่วนโลหิตคำโต พลังปราณหยินบริสุทธิ์ของนางทำหน้าที่ดั่งสายธารเย็นฉ่ำที่ไหลเข้าสู่จุดชีพจรหลัก ช่วยดับเพลิงโทสะที่กำลังเผาผลาญเส้นเอ็นและกระดูกของเขาให้สงบลงอย่างช้าๆ ใบหน้าของเซียนหานเหมยซีดเผือดลงเล็กน้อยจากการต้านทานพลังปราณสะท้อนกลับ แต่นางยังคงยืนหยัดมั่นคง ดวงตาคู่งามจ้องมองลึกลงไปในนัยน์ตาของเขา "หากเจ้าตายที่นี่ด้วยน้ำมือของความแค้น แล้วผู้ใดจะล้างมลทินให้ดวงวิญญาณนับร้อยของตระกูลเจ้า? เจ้าจะยอมให้มันลอยนวลเสวยสุขอยู่บนยอดเขาเทียนเฉินต่อไปอย่างนั้นหรือ?" คำพูดนั้นดุจสายอสุนีบาตที่ผ่ากลางใจ ฟางหรงสะท้านเฮือก สติสัมปชัญญะที่เกือบหลุดลอยค่อยๆ กลับคืนมา เขาหอบหายใจถี่กระชั้น หยาดเหงื่อและโลหิตผสมปนเปกันบนใบหน้าคมคาย เขายันกายลุกขึ้นด้วยกระบี่คู่ใจ ดวงตาที่เคยสับสนกลับมาทอประกายเด็ดเดี่ยวกล้าแข็งอีกครา "เจ้าพูดถูก... หานเหมย" ฟางหรงหันมามองสตรีผู้เคียงข้าง รอยยิ้มขื่นขมปรากฏขึ้นที่มุมปาก "หนี้เลือดนี้ ต้องชดใช้ด้วยเลือด... ต่อให้ต้องพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน หรือแบกรับบาปกรรมจนต้องตกสู่อเวจีขุมที่สิบแปด ข้า... ฟางหรง ผู้นี้ก็จะลากคอมันมาสังเวยที่หลุมศพของครอบครัวให้จงได้" บรรยากาศรอบกายพลันเงียบสงัดลง ทว่าความตึงเครียดกลับทวีความเข้มข้นขึ้นเป็นทวีคูณ ทั้งสองยืนเคียงบ่าเคียงไหล่อยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง ราวกับพายุใหญ่ที่กำลังก่อตัวขึ้นในยุทธภพ ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบกำลังเข้าครอบงำ เสียงปรบมือเบาๆ แต่อัดแน่นด้วยพลังปราณอันลึกล้ำ ก็ดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหน้า "แปะ... แปะ... แปะ..." ฟางหรงและเซียนหานเหมยชะงักกุน พลอยตื่นตัวถึงขีดสุด ทั้งคู่หันขวับไปมองยังเงาร่างหนึ่งที่ก้าวออกมาจากม่านหมอกราตรีอย่างเชื่องช้า ร่างนั้นสวมอาภรณ์นักพรตสีเทาเก่าคร่ำคร่า ใบหน้าซ่อนอยู่ภายใต้เงาหมวกสานปีกกว้าง ทว่ากลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากร่างนั้นกลับทำให้มิติรอบข้างบิดเบี้ยวราวกับอากาศกำลังจะแตกสลาย "ยอดเยี่ยม... ช่างเป็นบทสนทนาที่ซาบซึ้งตรึงใจเสียจริง ศิษย์หลานฟางหรง" น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้น พร้อมกับที่บุคคลปริศนาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบนใบหน้าที่มีแผลเป็นลากยาวตั้งแต่หูขวาจนถึงคาง หัวใจของฟางหรงกระตุกวูบ นัยน์ตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด... ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักกระบี่ฟ้าคราม ผู้ที่ควรจะเก็บตัวบำเพ็ญเพียรอยู่หลังเขามานานกว่าสามสิบปี เหตุใดจึงมาปรากฏตัว ณ ที่แห่งนี้ได้! "ท่าน... อาคันตุกะผู้ไม่ได้รับเชิญ" ฟางหรงกัดฟันกรอด มือขวาจับด้ามกระบี่แน่นจนข้อต่องอขาว "ผิดแล้ว... ข้าไม่ได้มาเป็นแขก" ผู้อาวุโสเฒ่ายิ้มเยาะ แววตาทอประกายกระหายเลือด "ข้ามาเพื่อส่งพวกเจ้า... ไปร่วมวงกับตระกูลฟางที่ปรโลกต่างหากล่ะ" ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางฝ่ากระบี่และสายหมอกมา ณ ตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับสตรีผู้สยบเหมันต์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%