กลิ่นคาวเลือดที่ตีจู่โจมเข้ามาในโพรงจมูกไม่ได้ทำให้รินรดาก้าวถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว ตรงกันข้าม หญิงสาวกลับยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววอบอุ่นยามปรุงอาหาร บัดนี้กลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก
ห่อกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าๆ เปื้อนคราบเลือดสดๆ ถูกโยนทิ้งไว้หน้าประตูเรือนไม้ไผ่ บ่งบอกถึงเจตนาคุกคามอย่างชัดเจน ป้าชื่น—ป้าข้างบ้านที่ถือตะกร้าผักผ่านมาเห็นพอดี ถึงกับหน้าถอดสี รีบดึงชายเสื้อรินรดาด้วยความหวาดกลัว
"แม่ริน... นั่นมันซากสัตว์อัปมงคลนี่นา หรือว่าพวกนั้น..." ป้าชื่นเสียงสั่นระรัว ดวงตาหวาดหวั่นมองไปยังทางลงเขา
"ไม่ต้องกลัวค่ะป้าชื่น" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยว มือเรียวบางสวมถุงมือยางอย่างใจเย็น ไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เธอก้มลงหยิบห่อกระดาษนั้นขึ้นมาพิจารณา เนื้อสัตว์ข้างในส่งกลิ่นคาวคลุ้ง เป็นหัวหมูที่ถูกตัดอย่างหยาบๆ และมีกระดาษโน้ตเขียนด้วยลายมือหวัดๆ แนบมาว่า
*'เตือนไว้ก่อน... ถ้าไม่อยากให้ไร่พินาศ ก็คายโฉนดแปลงนี้ออกมาซะ!'*
ช่างเป็นวิธีสกปรกของพวกเหลือขอที่อยากได้สมบัติจนตัวสั่นจริงๆ ค่ะ รินรดาแค่นسเสียงหัวเราะในลำคอ ตระกูลน้าชายของเธอ... คนพวกนั้นคิดว่าเธอเป็นเด็กสาวไร้เดียงสาที่ยอมให้ข่มเหงเหมือนในอดีตสินะคะ น่าเสียดายที่รินรดาคนเก่าได้ตายไปพร้อมกับความอยุติธรรมในวันนั้นแล้ว ตอนนี้ร่างนี้คือนักสู้ผู้มีทั้งระบบมิติลับในมือ และสามีหนุ่มอดีตทหารรบพิเศษที่พร้อมจะกวาดล้างพวกเปรตไร้ศีลธรรมให้สิ้นซาก
"มีอะไรหรือเปล่าริน?"
เสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังขึ้นจากด้านหลัง ภูผาก้าวออกมาจากโรงเรือนเพาะกล้า ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อกล้ามสีเข้มเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อสมชายชาตรี ดวงคมกริบกวาดมองห่อกระดาษเปื้อนเลือดที่ภรรยาถืออยู่เพียงแวบเดียว รังสีอำมหิตก็แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับพายุหมุน อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนป้าชื่นต้องถอยกรูดด้วยความหวาดผวา
รินรดารู้ดีว่าสามีของเธอพร้อมจะคว้ามีดอีโต้ไปไล่ฟันคนพวกนั้นให้ราบเป็นหน้ากลอง มือเรียวเล็กจึงเอื้อมไปแตะแขนแกร่งเบาๆ สัมผัสอุ่นๆ ของเธอดึงสติให้ภูผากลับมามองหน้าภรรยา ดวงตาที่ดุดันอ่อนแสงลงทันทีเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่ส่งยิ้มหวานให้
"แค่ขยะเปียกค่ะพี่ภู... สงสัยหมาข้างทางมันหิวน่ะค่ะ เลยมาเรื้อรังแถวนี้" รินรดาเอ่ยเสียงใส
"พี่จะไปจัดการ..." ภูผาเอ่ยเสียงลอดไรฟัน กรามขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน
"ใจเย็นก่อนสค่ะพี่ภู คนพวกนั้นอุตส่าห์ลงทุนส่งของมาให้ถึงที่... เราจะไม่ออกไปหาค่ะ แต่เราจะรอให้พวกมัน 'เดินมาพังพาบ' ต่อหน้าเราเองต่างหาก" รินรดาแววตาเป็นประกายเจ้าเล่ห์ เธอหันไปหยิบน้ำยาฆ่าเชื้อมาฉีดล้างทำความสะอาดบริเวณนั้นอย่างไม่สะทกสะท้าน ก่อนจะหันไปสั่งการสามีด้วยรอยยิ้ม "อีกอย่าง... วันนี้เรามีแขกสำคัญจะมาเยี่ยมค่ะ เตรียมตัวรับขวัญตระกูลจอมปลอมกันดีกว่านะคะ"
และดูเหมือนว่าความตั้งใจของรินรดาจะไม่ต้องรอนานนัก เพราะไม่ถึงครึ่งชั่วโมงถัดมา เสียงรถกระบะเก่าๆ คันหนึ่งก็แล่นตะุยฝุ่นตลบเข้ามาจอดเทียบหน้าไร่ ประตูรถเปิดออกพร้อมกับร่างท้วมของน้าชาย "ประเสริฐ" และป้าสะใภ้ "จินดา" ที่เดินน치เข้ามาด้วยท่าทางวางโต ใบหน้าถมึงทึงของทั้งคู่บ่งบอกถึงเจตนาคุกคามอย่างชัดเจน ด้านหลังยังมีชายฉกรรจ์รับจ้างอีกสองคนเดินตามมาสมทบ
"นังริน! แกกล้ามากนะที่ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน!" ป้าจินดาเท้าสะเอวแผดเสียงแหลมปรี๊ดจนนกบนต้นไม้แตกตื่น "ส่งโฉนดที่ดินไร่นี่มาซะดีๆ อย่าหาว่าฉันไม่เตือน! แกเป็นแค่เด็กกำพร้า ไม่มีสิทธิ์มาครอบครองสมบัติของตระกูลเรา!"
รินรดาก้าวเท้าออกมาจากระเบียงเรือน ใบหน้างามประดับด้วยรอยยิ้มบางเบา เธอไม่ได้แสดงความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ท่าทีนิ่งสงบและสูงส่งของเธอกลับทำให้น้าประเสริฐและป้าจินดาชะงักไปวูบหนึ่ง
"สมบัติของตระกูลเหรอคะ?" รินรดาทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม "ป้าจินดาคะ ความจำเสื่อมหรือว่าแกล้งโง่คะ? ที่ดินแปลงนี้ แม่ของฉันเป็นคนซื้อด้วยหยาดเหงื่อแรงงานของท่านเอง ก่อนที่ท่านจะเสียชีวิต ท่านโอนกรรมสิทธิ์ให้ฉันอย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ... แล้วมันกล ายเป็นสมบัติของพวกคุณตั้งแต่เมื่อไหร่คะ? หรือว่ายางอายในตัวมันหมดอายุไปพร้อมกับสมองของพวกคุณแล้ว?"
"นังปากดี!" น้าประเสริฐหน้าดำคร่ำเครียด ชี้หน้าหลานสาวด้วยความโกรธจัด "แกอย่ามาอ้างกฎหมายกับฉัน! เอกสารน่ะมันปลอมได้! แกมันก็นังเด็กตอแหลที่แอบอ้างชื่อพี่สาวฉันเพื่อฮุบสมบัติ ถ้าแกไม่ยอมเซ็นโฉนดคืนให้ฉันวันนี้ อย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจ!"
น้าประเสริฐส่งสัญญาณให้ชายฉกรรจ์สองคนก้าวเข้าไปประชิดตัวรินรดา หมายจะใช้กำลังบังคับขู่เข็ญให้เธอเซ็นชื่อในเอกสารที่เตรียมมา แต่ทว่า... ก่อนที่มือหยาบกร้านพวกนั้นจะแตะโดนชายเสื้อของรินรดา
*พรึบ!*
เงาร่างสูงใหญ่สายหนึ่งก็พุ่งเข้ามาขวางกั้นไว้ราวกับภูเขาผา ภูผายืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้ารินรดา แววตาดุดันคู่นั้นกวาดมองชายฉกรรจ์ทั้งสองคนด้วยรัศมีกดดันที่ทำเอาคนตัวใหญ่กว่าต้องผงถอยหลังโดยสัญชาตญาณ เพียงแค่กลิ่นอายความตายที่สะสมมาจากสนามรบก็มากพอที่จะทำให้ขาของพวกมันสั่นเทาแล้ว
"ใครกล้าแตะเมียกู... กอปรกับแขนมันคงไม่อยากติดตัวไว้ดูเล่นแล้วสินะ" ภูผาเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เต็มไปด้วยอำนาจสังหารที่แท้จริง
น้าประเสริฐกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แม้จะหวาดกลัวภูผา แต่ความโลภบังตาทำให้เขาตะโกนลั่น "ไอ้...ไอ้ทหารปลดประจำการ แกอย่ามาขู่กร้าว! ที่นี่ตระกูลเราจะจัดการกันเอง แกไม่มีสิทธิ์..."
"สิทธิ์เหรอคะ?"
เสียงใสๆ ของรินรดาดังแทรกขึ้นมา เธอเดินอ้อมตัวสามีออกมาเผชิญหน้ากับพวกเขากลางแสงแดด มือเรียวบางหยิบแฟ้มหนังสีน้ำตาลออกมาจากมิติลับอย่างแนบเนียนผ่านกระเป๋าเสื้อคลุม ก่อนจะเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นเอกสารแผ่นสำคัญ
"อยากได้หลักฐานนักใช่ไหมคะ? งั้นก็แหกตาดูให้ดีๆ"
รินรดายื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้ตรงหน้าป้าจินดา
ดวงตาฝ้าฟางของป้าจินดาเบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ เมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความและลายเซ็นต์บนกระดาษแผ่นนั้น สีหน้าที่เคยลำพองใจกลับซีดเผือดลงทีละน้อย จนแทบไม่เหลือสีเลือด มือที่ยื่นออกไปสั่นเทาราวกับจับของร้อน
นั่นคือ "โฉนดที่ดินตัวจริง" พร้อมกับ "พินัยกรรมฉบับสมบูรณ์" ที่มีลายมือชื่อและตราประทับของอำเภออย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ และที่สำคัญที่สุด... ด้านหลังโฉนดมีการระบุชื่อผู้รับมรดกคือ "รินรดา" แต่เพียงผู้เดียว โดยไม่มีชื่อของน้าประเสริฐหรือใครหน้าไหนในตระกูลนี้เกี่ยวข้องแม้แต่นิดเดียว!
"เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้แน่ๆ!" ป้าจินดากรدเสียงกรีดร้องสติหลุด "แกแอบทำปลอมขึ้นมาใช่ไหม นังเด็กเวร!"
"ปลอมงั้นเหรอคะ?" รินรดายิ้มเยาะ แววตาสعประกายความสะใจ "ถ้าไม่เชื่อ เชิญไปโรงพักหรือศาลเพื่อพิสูจน์ได้เลยนะคะ ฉันยินดีต้อนรับเสมอ... อ้อ! อีกอย่างนะคะ การที่พวกคุณบุกรุกเข้ามาข่มขู่ คุกคาม และส่งหัวหมูเปื้อนเลือดมาป่วนที่ไร่ของฉันเมื่อเช้า กล้องวงจรปิดตัวใหม่ที่เพิ่งติดตั้ง... บันทึกภาพพวกคุณไว้ทุกกระเบียดนิ้วแล้วค่ะ"
รินรดายกสมาร์ทโฟนขึ้นมา กดเล่นวิดีโอที่มีภาพหน้าของน้าประเสริฐและลูกน้องกำลังยืนถือห่อกระดาษเลือดอยู่หน้าประตูเรือนอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง!
น้าประเสริฐหน้าถอดสีเขียวคล้ำ ขาอ่อนแรงจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ความฮึกเหิมเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวที่เกาะกุมหัวใจ
"แก... นังริน แกคิดจะแจ้งความจับพวกฉันจริงๆ งั้นเหรอ?!" น้าประเสริฐเสียงสั่น
"ทำไมจะไม่ได้ล่ะคะ?" รินรดาก้าวเข้าไปใกล้ ช-โงกหน้ากระซิบด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบที่ได้ยินกันแค่สองคน "จำไว้นะคะ... ของอะไรที่ไม่ใช่ของตัวเอง ต่อให้ดิ้นรนแย่งชิงแค่ไหน สุดท้ายมันก็ไม่มีทางเป็นของคุณ วันนี้ฉันแค่ 'เตือน' ด้วยกฎหมาย แต่ถ้าครั้งหน้าพวกคุณยังกล้ามาเหยียบที่นี่อีก..."
รินรดาหันไปมองหน้าสามีที่ยืนยิ้มมุมปากรอคำสั่ง
"...ฉันอาจจะไม่ใจดีแค่แจ้งตำรวจหรอกนะคะ"
น้าประเสริฐและป้าจินดาหน้าซีดเผือด รีบถอยกรูดขึ้นรถกระบะด้วยความลนลาน เหงื่อกาฬแตกพลั่กจนเสื้อชุ่มแผ่นหลัง รถคันเก่ารีบถอยหลังชนต้นไม้เสียงดังโครม ก่อนจะเร่งเครื่องหนีหายลับไปจากภูเขาอย่างไม่คิดชีวิต ท่ามกลางเสียงหัวเราะเบาๆ ของป้าชื่นที่แอบดูอยู่ไม่ไกล
รินรดายืนมองฝุ่นที่ตลบอบอวลด้วยความรู้สึกสะใจเป็นที่สุด มือเรียวเล็กพับเก็บเอกสารลงในแฟ้มอย่างใจเย็น ก่อนจะหันมาสบตากับสามีหนุ่มที่มองเธอด้วยแววตาคลั่งรักและชื่นชมระคนกัน
"เมียพี่... ดุเป็นบ้าเลยรู้ตัวไหม?" ภูผาเอ่ยเสียงนุ่ม แววตาระยิบระยับด้วยความหลงใหล
"ไม่ดุก็คงโดนพวกเปรตสูบเลือดสูบเนื้อจนไม่เหลือซากสคะพี่ภู" รินรดาหัวเราะคิกคัก ยื่นมือไปหยิกแก้มสากของสามีเบาๆ "ว่าแต่... จัดการปัญหาพวกนี้เสร็จแล้ว ท้องฟ้าก็เริ่มเย็นพอดี วันนี้เรามาฉลองชัยชนะด้วยเมนู 'ไก่บ้านต้มน้ำปลาหอมกรุ่น' กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บที่พี่ชอบดีไหมคะ?"
ภูผายิ้มกว้าง รวบร่างบางเข้ามาสวมกอดไว้แน่น สูดดมกลิ่นกายหอมกรุ่นจากภรรยาด้วยความรักใคร่ "ตามใจเมียทุกอย่างครับ"
ทว่า... ในจังหวะที่ทั้งคู่กำลังจะเดินกลับเข้าเรือนเพื่อเตรียมทำอาหารฉลองนั่นเอง
*กริ๊งงงงง!*
เสียงโทรศัพท์มือถือเก่าๆ ของรินรดาดังขึ้นอย่างกะทันหัน เธอหยิบขึ้นมาดูหน้าจอ ปรากฏว่าเป็นเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคย แต่ขึ้นรหัสพื้นที่จากในเมืองหลวง รินรดากดรับสายด้วยความสงสัย
"สวัสดีค่ะ..."
"สวัสดีครับคุณรินรดา..." เสียงทุ้มต่ำลึกลับดังลอดมาจากปลายสาย น้ำเสียงนั้นราบเรียบเย็นเยียบจนน่าขนลุก "ยินดีด้วยกับชัยชนะเมื่อครู่นะครับ... แต่คุณคงลืมไปแล้วกระมัง ว่า 'โฉนดแปลงที่คุณถืออยู่' แท้จริงแล้วไม่ได้มีแค่ผืนเดียว... และเจ้าของที่แท้จริงคนก่อน กำลังจะกลับมาทวงคืนทุกอย่าง... รวมถึงชีวิตของสามีคุณด้วย!"
*ติ๊ด!* สายถูกตัดตัดไปทันที พร้อมกับหัวใจของรินรดาที่กระตุกวูบ ดิ่งหล่นลงไปถึงตาตุ่มเมื่อหันไปสบตากับภูผาที่ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสังหรณ์ใจบางอย่าง!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้แม่ครัวมือทองของเราเสมอนะคะ มาลุ้นกันต่อในตอนหน้าว่าใครคือเจ้าของที่ดินลึกลับคนนั้นนะคะ!
**"กระท่อมไผ่ริมธาร"**
สูตรลับฉบับแม่ครัวมือทอง กับชายหนุ่มที่หวงผักยิ่งกว่าไข่ในหิน•ตอนที่ 7
ฟาดให้หงายด้วยความจริง
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับแม่ครัวมือทอง กับชายหนุ่มที่หวงผักยิ่งกว่าไข่ในหิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!