สูตรลับฉบับแม่ครัวมือทอง กับชายหนุ่มที่หวงผักยิ่งกว่าไข่ในหิน•ตอนที่ 10

ค่ำคืนใต้แสงดาว

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
"ถ้าคุณยังทำหน้าบึ้งใส่ฉันแบบนี้อีกคำเดียว พรุ่งนี้ฉันจะไม่ทำหมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วสูตรลับที่คุณชอบให้กินเด็ดขาดนะคะ" เสียงหวานใสที่เจือความขบขันเล็กน้อยดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องครัวไม้ไผ่ที่อบอวลไปด้วยไออุ่นจากเตาถ่าน รินรดากวาดสายตามองชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ยืนกอดอกพิงวงกบประตู ดวงตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวของภูผายามนี้หลุบลงมองหม้อดินเผาที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและซีอิ๊วคั่วจนสีน้ำตาลเข้มสวยงาม เขาไม่ได้เอ่ยคำใดออกมาสักคำ แต่มุมปากหยักลึกที่มักจะเม้มแน่นเป็นเส้นตรงยามไม่สบอารมณ์ กลับคลายออกเล็กน้อยอย่างไม่รู้ตัว นี่คือบทลงโทษรูปแบบใหม่ที่หญิงสาวคิดค้นขึ้นสำหรับอดีตนายทหารหนุ่มผู้หวงผักและหวงภรรยายิ่งกว่าไข่ในหิน นับตั้งแต่เหตุการณ์ที่ป้าสะใภ้จอมโลภบุกเข้ามาอาละวาดที่ไร่แล้วโดนรินรดาสวนกลับด้วยหลักฐานบัญชีการเงินจนหน้าหงาย ภูผาก็ยิ่งทวีความเงียบขรึมและคอยตามติดเธอแจราวกับเงาตามตัว เขาไม่อยากให้คราบเลือดหรือความวุ่นวายใดๆ จากโลกภายนอกเข้ามาแตะต้องพื้นที่สีเขียวอันสงบสุขแห่งนี้ แม้ว่าความห่วงใยนั้นจะเปี่ยมล้นจนบางครั้งเธอดูลำบากใจที่จะขยับตัวไปไหนมาไหนก็ตาม "ไม่ได้ทำหน้าบึ้งเสียหน่อย..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นในลำคออย่างขัดเขิน ภูผายอมขยับกายจากวงกบประตู เดินเข้ามาใกล้เตาไฟ ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อผ้าฝ้ายสีทึบทำให้ห้องครัวแคบๆ ดูอบอุ่นขึ้นถนัดตา มือหนาที่หยาบกร้านจากการจับจอบจับเสียมเอื้อมมาหยิบพัดใบตาลไปถือไว้แทนเธออย่างเงียบๆ "นั่งพักเสียเถอะ คุณยืนหน้าเตามาตั้งแต่บ่ายคล้อยแล้ว" รินรดายิ้มรับในความใส่ใจที่ถูกซ่อนไว้ใต้ท่าทีนิ่งขรึม เธอทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ไผ่ตัวเตี้ย พลางใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม ดวงตาคู่สวยพินิจมองสามีในนามที่ฟ้าลิขิตให้มาใช้ชีวิตร่วมกัน ใครจะคาดคิดว่าอดีตทหารหน่วยรบพิเศษผู้ผ่านความเป็นความตายมาโชกโชน จะต้องมาพ่ายแพ้ให้กับกลิ่นหอมของอาหารพื้นบ้านฝีมือเธอ "คุณนี่นะ... ปากบอกว่าไม่ได้บึ้ง แต่คิ้วนี่ผูกกันเป็นปมจนแทบจะผูกโบว์ได้อยู่แล้วนะคะ" รินรดากลั้วหัวเราะเบาๆ พลางหยิบผ้าขนับผืนเล็กขึ้นมาซับใบหน้า "เรื่องป้าสะใภ้กับพวกญาติๆ ฉันจัดการได้น่า คุณไม่ต้องกังวลหราดระแวงไปหรอกค่ะ สมบัติทุกชิ้นในไร่นี้ และตัวฉัน... ก็ไม่ได้มีใครแย่งไปได้ง่ายๆ เสียหน่อย" คำว่า *"ตัวฉัน"* ที่หลุดออกมาจากริมฝีปากอิ่มทำให้มือที่กำลังถือพัดใบตาลของภูผาชะงักไปชั่วขณะ ใบพักคมคายขึ้นสีแดงเรื่ออย่างเห็นได้ชัดในแสงไฟสลัวจากเตาถ่าน เขาไม่ใช่คนพูดเก่ง ยิ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับความรู้สึกในใจด้วยแล้ว ยิ่งยากที่จะเอื้อMนเอ่ยออกมาเป็นคำพูด แต่ดวงตาคู่คมที่มองตรงมาที่เธอกลับฉายแววความลึกซึ้งและมั่นคงราวกับหินผา "ผมไม่ได้กลัวใครหน้าไหนมาแย่งสมบัติ..." ภูผาเอ่ยเสียงพร่า ทอดสายตามองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของภรรยา "แต่ผมกลัว... กลัวว่ารอยยิ้มของคุณในไร่นี้จะหายไป" บรรยากาศรอบกายราวกับถูกหยุดเวลาเอาไว้ เสียงแมลงยามค่ำคืนและเสียงลมหายใจแผ่วเบาประสานกันเป็นจังหวะ หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ความรู้สึกแปลกประหลาดแต่คุ้นเคยสายหนึ่งไหล뢰เข้าสู่ก้นบึ้งของหัวใจ อดีตเชฟสาวผู้ผ่านการต่อสู้ดิ้นรนในเมืองใหญ่มาอย่างโดดเดี่ยว เพิ่งจะตระหนักในวินาทีนี้เองว่า กำแพงน้ำแข็งที่เธอก่อขึ้นเพื่อป้องกันตัวเอง ได้ถูกความอบอุ่นดิบเถื่อนของชายหนุ่มคนนี้พังทลายลงทีละน้อยโดยไม่รู้ตัว "ถ้าอย่างนั้น... คุณก็ต้องช่วยฉันกินหมูสามชั้นตุ๋นหม้อนี้ให้หมดนะคะ ถึงจะพิสูจน์ได้ว่าคุณไม่ได้กังวลอะไร" รินรดาเส(เบี่ยง)เปลี่ยนเรื่องเพื่อกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่พวงแก้ม พร้อมกับตักอาหารสีสันน่ารับประทานใส่จานกระเบื้องเคลือบสีนวลยื่นให้เขา กลิ่นหอมหวนของน้ำซุปเคี่ยวเค็มหวานกลมกล่อม ผสมผสานกับกลิ่นเครื่องเทศจีนอ่อนๆ ลอยฟุ้งไปทั่วห้องครัว ภูผารับจานอาหารมาถือไว้ แม้จะเป็นเพียงอาหารบ้านๆ แต่สำหรับเขาแล้ว มันคืองานเลี้ยงระดับภัตตาคารหรูที่ปรุงขึ้นด้วยความใส่ใจ รินรดายังคงมีความลับอีกมากมาย—มิติเก็บของวิเศษที่เต็มไปด้วยวัตถุดิบหายาก, ความรู้การเกษตรล้ำยุค, และมันสมองระดับนักวางแผนกลยุทธ์—แต่สิ่งเหล่านี้กลับไม่น่าหลงใหลเท่ากับรอยยิ้มที่เธอมอบให้เขาเพียงคนเดียวในยามค่ำคืนนี้ ทั้งสองนั่งรับประทานอาหารร่วมกันเงียบๆ ใต้แสงดาวที่ส่องประกายระยิบระยับผ่านช่องหน้าต่างไม้ไผ่ ความเงียบสงบที่เคยน่าอึดอัดในวันแรกที่แต่งงานกัน บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นลึกซึ้งที่หลอมรวมคนทั้งสองเข้าไว้ด้วยกันอย่างแนบแน่น ทว่า ช่วงเวลาแห่งความสุขมักผ่านไปรวดเร็วเสมอ... ในขณะที่รินรดากกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบกาต้มน้ำร้อนเพื่อมาชงชาสมุนไพรล้างปาก *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูรั้วหน้าบ้านดังขึ้นกะทันหัน ทำลายความเงียบยามวิกาลจนสิ้นซาก จังหวะการเคาะนั้นรุนแรงและเร่งรีบราวกับมีเรื่องคอขาดบาดตาย ภูผาวางตะเกียบในมือลงทันที ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นดุดันเยือกเย็นดั่งนักล่าในยามสงคราม ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงโดยสัญชาตญาณ รังสีความกดดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนรินรดารับรู้ได้ ในยามวิกาลเช่นนี้... จะมีใครบุกมาเคาะประตูบ้านกลางป่าเขาหลังนี้อีก? รินรดากวาดสายตาไปยังหน้าต่าง บรรยากาศภายนอกมืดสนิท มีเพียงแสงจันทร์สลัว แต่วินาทีต่อมา เสียงตะโกนแหบพร่าของผู้ชายคนหนึ่งก็ดังทะลุความมืดเข้ามา ทำให้เลือดในกายของหญิงสาวเย็นเฉียบลงทันที *"คุณภูผา! คุณรินรดา! เปิดประตูให้ผมด้วยครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... ที่แปลงผักสมุนไพรเกรดพรีเมียมหลังไร่... ถูกคนวางยาทำลายจนเน่าตายหมดทั้งแปลงแล้วครับ!"* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันรอยยิ้มกับ "กระท่อมไผ่ริมธาร" เสมอมานะคะ
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับแม่ครัวมือทอง กับชายหนุ่มที่หวงผักยิ่งกว่าไข่ในหิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%