"ถ้าผักพวกนี้ตายคาแปลงแม้แต่ต้นเดียว ฉันจะถือว่าเธอจงใจทำลายข้าวของในบ้านหลังนี้!"
น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับก้อนหินบดกันของภูผาดังขึ้นทันทีที่รินรดาก้าวเท้าพ้นธรณีประตูห้องครัว มือหนาที่ผ่านการจับอาวุธมาโชกโชนกอดอกแน่น ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวจ้องมองไปยังถาดไม้สำรับอาหารเช้าที่หญิงสาวเพิ่งยกออกมาวางบนโต๊ะไม้เก่าๆ ท่าทางของเขาเต็มไปด้วยความระแวงและดื้อรั้น ชายหนุ่มยังคงฝังใจกับภาพภรรยาคนใหม่ที่ญาติฝั่งสามีส่งมาให้เพื่อเป็นภาระ เขาคิดมาตลอดว่าผู้หญิงเมืองกรุงผิวพรรณบอบบางเช่นนางคงทำได้เพียงผลาญข้าวของและสร้างความปวดหัว
รินรดาชะงักไปนิดหนึ่ง นัยน์ตาสีรัตติกาลของเธอพราวระยับด้วยประกายความขบขันระคนหมั่นไส้ เธอไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวหรือสะทกสะท้านต่อท่าทีข่มขู่คุกคามนั้นแม้แต่น้อย อดีตเชฟมือหนึ่งผู้เคยผ่านสมรภูมิห้องครัวระดับมิชลินมาแล้ว ย่อมไม่สะท้านกับนายทหารปลดประจำการที่เอาแต่หวงผักสวนครัวยิ่งกว่าไข่ในหินคนนี้หรอกค่ะ
"คุณพี่ภูผาคะ... ผักในแปลงของท่านเติบโตมาได้ด้วยหยาดเหงื่อแรงงานและน้ำพักน้ำแรงของดิฉันนะคะ ไม่ใช่ก้อนหินริมทางที่จะเหี่ยวเฉาตายไปเองง่ายๆ อีกอย่าง..." รินรดาเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มพริ้มเพราที่ชวนให้หัวใจคนมองกระตุกวูบ "ถ้าข้าวของในบ้านหลังนี้จะพังจริงๆ ก็คงไม่ใช่เพราะแปลงผัก... แต่อาจจะเป็นเพราะสายตาพิฆาตของคุณพี่ที่จ้องจะกินหัวดิฉันอยู่ทุกวี่ทุกวันต่างหากล่ะค่ะ"
ภูผานิ่งงันไปอึดใจใหญ่ สันจโด่งคมสันกระตุกเกร็งเล็กน้อย เขาไม่คาดคิดเลยว่าหญิงสาวร่างระหงตรงหน้าจะกล้าต่อปากต่อคำด้วยความมั่นอกมั่นใจถึงเพียงนี้ ปกติแล้วบรรดาผู้หญิงที่ก้าวเข้ามาในเขตไร่ของเขา ล้วนแต่ก้มหน้าหลบสายตาและตัวสั่นงันทว่ารินรดากลับยืนอกผายด้วยท่าทีสง่างาม ราวกับนางพญาที่กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในอาณาจักรของตนเอง
กลิ่นหอมกรุ่นที่ลอยฟุ้งขึ้นมาจากสำรับตรงหน้า ตัดบทสนทนาอันตึงเครียดลงอย่างสิ้นเชิง
บนโต๊ะไม้เรียบง่าย มีชามกระเบื้องเคลือบสีตุ่นๆ บรรจุ "แกงเขียวหวานไก่บ้านใส่ยอดมะพร้าวอ่อน" สีสันตัดกันอย่างลงตัว น้ำแกงข้นคลั่กกะทิสดแตกมันเยิ้มเล็กน้อย ส่งกลิ่นหอมหวลของพริกแกงตำเองที่โขลกกับสมุนไพรสดจากแปลง ข่า ตะไคร้ และใบมะกรูดส่งกลิ่นตีขึ้นจมูกผสานกับกลิ่นหอมหวานของยอดมะพร้าวอ่อนกรุบกรอบ ข้างๆ กันคือ "ไข่เจียวฟูหนานุ่มใส่ใบโหระพา" ที่ขอบกรอบเป็นสีทองอร่ามและส่งกลิ่นหอมของใบโหระพาป่าทะลักออกมาทุกอณู รินรดายกหม้อดินขนาดเล็กที่บรรจุข้าวสวยร้อนๆ ควันฉุยตามมาวางปิดท้าย
"เชิญค่ะ... อาหารบ้านๆ ฝีมือภรรยาคนนี้ หวังว่าจะไม่ทำให้เรือนหอหลังน้อยของเราต้องลุกเป็นไฟจากรสชาติที่ย่ำแย่นะคะ" รินรดาผายมือเชิญด้วยรอยยิ้มหวานหยด แต่ในแววตากลับท้าทายกลายๆ
ภูผากลืนน้ำลายลงคออย่างไม่รู้ตัว สัญชาตญาณนักรบเตือนภัยให้ระวังสิ่งแปลกปลอม แต่สัญชาตญาณดิบของมนุษย์ยามท้องว่างกลับร้องคำรามลั่นยิ่งกว่า เขานั่งลงบนเก้าอี้ไม้ฝั่งตรงข้าม หยิบช้อนสังกะตังขึ้นมาด้วยท่าทางเงอะงะเล็กน้อย ชายหนุ่มตักน้ำแกงราดลงบนข้าวสวยร้อนๆ ควันพวยพุ่ง เมล็ดข้าวเรียงตัวสวยงามเคลือบด้วยน้ำแกงสีเขียวสดใส เขาตัดสินใจส่งเข้าปากคำแรก
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ
รินรดายืนกอดอกพิงขอบประตูครัว สายตาคมกริบจดจ้องปฏิกิริยาของสามีหนุ่มราวกับกรรมการตัดสินสนามแข่ง เธอมั่นใจในฝีมือตัวเอง แต่กับคนหัวดั้นด้นอย่างภูผา... อะไรก็เกิดขึ้นได้
ดวงตาคมกุญชรของภูผาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย รสชาติแรกที่สัมผัสบนปลายลิ้นคือความเผ็ดร้อนกลมกล่อมที่กำลังพอดี ไม่ฉุนจัดจ้านจนแสบไส้ ความหวานละมุนจากหัวกะทิสดแท้ผสานเข้ากับความกรุบกรอบ เคี้ยวเพลินของยอดมะพร้าวอ่อนที่ดูดซับน้ำแกงจนชุ่มฉ่ำ เนื้อไก่บ้านมีความเหนียวนุ่มกำลังดี ไม่ร่วนซุย เคี้ยวแล้วได้รสชาติหวานอร่อยของเนื้อสัตว์ที่เลี้ยงตามธรรมชาติ ตัดด้วยรสสัมผัสกรอบนอกนุ่มในของไข่เจียวใบโหระพาที่หอมฟุ้งติดตรึงอยู่ในช่องปาก
มันไม่ใช่แค่ "กินได้" แต่มันคือรสชาติที่เขาไม่เคยสัมผัสจากที่ไหนมาก่อนในชีวิตชายชาติทหารที่กินแต่เสบียงแห้งและอาหารตามสั่งรสชาติจืดชืดข้างค่าย
ภูผานิ่งไปนานจนรินรดาเริ่มเลิกคิ้วสงสัย ชายหนุ่มตักคำที่สองเข้าปากอย่างรวดเร็วโดยไม่เอ่ยคำใดออกมาสักแอม
"เป็นอย่างไรบ้างคะ? หรือว่าฝีมือดิฉันมันแย่จนคุณพี่พูดไม่ออก บอกได้นะคะ... ดิฉันพร้อมปรับปรุง... เผื่อวันหลังจะได้ทำให้น้อยลง หรือไม่ทำเสียเลย" รินรดาเอ่ยแซوด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะเล็กน้อย
ภูผาวางช้อนลงช้าๆ เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับภรรยา นัยน์ตาคู่นั้นไม่มีความแข็งกร้าวหลงเหลืออยู่อีกแล้ว มีเพียงความประหลาดใจระคนยอมจำนนอย่างเงียบๆ
"อร่อย..." ภูผาเอ่ยออกมาสั้นๆ ตามประสาคนพูดน้อย แต่แววตาที่มองมากลับลึกซึ้งขึ้นหลายส่วน "รสชาติดี... ดีมาก"
รินรดายิ้มรับความสำเร็จรอบแรกในใจ รอยยิ้มของเธองดงามราวกับดอกไม้ป่าที่บานสะพรั่งกลางแสงตะวัน ทว่าก่อนที่บรรยากาศจะหวานละมุนไปมากกว่านี้ เสียงเคาะประตูกระแทกกระทั้นที่หน้าบ้านก็ดังขึ้นขัดจังหวะอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงแหลมสูงคุ้นหูที่ตะโกนแผดเข้ามา
"รินรดา! นังตัวดี! แกออกมารับหน้าเดี๋ยวนี้เลยนะ! กล้าดียังไงถึงมาแย่งลูกค้าซื้อผักของบ้านเราไปหมดตลาด!"
เสียงโวยวายนั้นทำเอาภูผาขมวดคิ้วมุ่นทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างหนาของอดีตนายทหารในเสี้ยววินาที
รินรดาหันไปมองทางหน้าบ้าน รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปาก ดวงตาส้าววาวด้วยประกายความสนุกสนาน ปรากฏว่า... ปลาตัวใหญ่เริ่มติดเบ็ดเร็วกว่าที่คาดไว้เสียอีกค่ะ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ "กระท่อมไผ่ริมธาร" แห่งนี้ด้วยกันนะคะ
สูตรลับฉบับแม่ครัวมือทอง กับชายหนุ่มที่หวงผักยิ่งกว่าไข่ในหิน•ตอนที่ 5
เมนูจานแรกที่เปลี่ยนใจเขา
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับแม่ครัวมือทอง กับชายหนุ่มที่หวงผักยิ่งกว่าไข่ในหิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!