"ถ้าพวกมันยังกล้าเหยียบเข้ามาในเขตไร่ของเราอีกครั้ง ฉันจะเอาเกลือสาดใส่หัวให้เข็ด ไม่ใช่แค่ไล่ตะเพิดเหมือนเมื่อวานหรอกนะคะ!"
เสียงหวานใสแต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดขาดดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของห้องครัวไม้ไผ่ รินรดาตวัดปลายมีดสับลงบนเขียงไม้เนื้อหนาอย่างแม่นยำ เนื้อหมูสามชั้นติดมันฉ่ำถูกหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ กลิ่นหอมฉุนของพริกแกงโขลกเองยังลอยอบอวลติดปลายจมูก สื่อถึงความดุดันของแม่ครัวมือทองที่พร้อมฟาดฟันทุกอุปสรรค ไม่ว่าจะเป็นญาติจอมสูบเลือดสูบเนื้อฝั่งสามีที่จ้องจะมาฮุบผลผลิต หรือปัญหาปากท้องที่เธอตั้งใจจะพลิกฟื้นให้รุ่งרוจน์ด้วยสองมือนี้
ภูผายืนพิงกรอบประตู ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อกล้ามสีเข้มเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อสมชายชาตรีที่ผ่านการฝึกฝนอย่างหนักหน่วง ดวงตาคมกริบของอดีตนายทหารหน่วยรบพิเศษฉายแววเอ็นดูกลแกแกมห่วงใย เขาสกิดสายตาไปยังแปลงผักสวนครัวด้านนอกที่เขาเพิ่งสร้างรั้วไม้ไผ่เสริมความแข็งแกร่งเป็นชั้นที่สาม
"ผมจัดการซ่อมแนวรั้วด้านทิศตะวันตกเรียบร้อยแล้วครับ... เอ่อ เรียบร้อยแล้วนะคะ" ภูผารีบเปลี่ยนสรรพนามทันทีเมื่อเห็นดวงตากลมโตค้อนขวับส่งมาให้ด้วยความหมั่นไส้
"พูดให้มันดีๆ สิคะคุณสามี เดี๋ยวเถอะ... ผักกาดขาวแปลงนั้นที่คุณหวงนักหวงหนา ฉันจะเอาไปทำผัดฉ่ารสจัดจ้านให้หมดเลยนี่" รินรดาแกล้งขู่พลางหรี่ตามองชายหนุ่มที่รีบก้าวเข้ามาประชิดตัว ไอความอบอุ่นจากร่างกายหนาแผ่ซ่านเข้ามาโอบล้อม พร้อมกับมือหยาบกร้านที่ยื่นมาช่วยเกลี่ยปอยผมที่หลุดรุ่ยออกจากใบพักตร์นวลเนียนของเธออย่างเบามือ
"ผักพวกนั้นยกให้คุณหมดเลยครับ... ยกให้คุณหมดเลยค่ะ ยกเว้นก็แต่หัวใจของผม ที่คุณยึดไปตั้งแต่วันแรกที่แต่งงานเข้าบ้านนี้ต่างหาก"
คำพูดหวานเลี่ยนที่ออกมาจากปากผู้ชายร่างยักษ์หน้าตาย ทำให้รินรดาเกือบจะสำลักน้ำลายตัวเอง เธอผลอกอกแกร่งเบาๆ ด้วยความเขินอาย แต่ริมฝีปากอิ่มกลับซ่อนรอยยิ้มพึงพอใจไว้ไม่มิด
"ปากหวานแบบนี้... สงสัยมื้อเที่ยงต้องเพิ่มหมูสามชั้นผัดกะปิให้อีกจานแล้วมั้งคะ"
บรรยากาศหวานละมุนในห้องครัวถูกคั่นด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่แล่นวาบเข้ามาในห้วงความคิดของรินรดา ทันทีที่เธอหันหลังกลับไปหยิบเกลือจากชั้นวาง ร่างกายของเธอก็เกิดอาการชาแปลบที่ปลายนิ้ว ความรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วร่าง และภาพในหัวก็ตัดวูบเข้าสู่มิติลับในคลังแสงที่เธอไม่ได้เข้าไปสำรวจมานานหลายวัน
วูบ!
เพียงแค่กะพริบตาเดียว รินรดาพบว่าตัวเองยืนอยู่ท่ามกลางห้องโถงสีขาวมุกขนาดมหึมาที่เต็มไปด้วยชั้นวางของสูงตระหง่านราวกับคลังแสงโบราณผสมผสานกับห้องทดลองล้ำยุค แสงไฟนวลตาจากเพดานส่องสว่างชัดเจน เผยให้เห็นกล่องไม้โบราณนับร้อยใบที่เรียงรายอย่างเป็นระเบียบ และสิ่งสำคัญที่สุดคือ "กล่องไม้แกะสลักลายวิจิตร" ที่วางอยู่บนแท่นหยกตรงกลางห้อง ซึ่งตอนนี้มันกำลังเปล่งแสงเรืองรองสีทองอ่อนๆ ออกมา ราวกับกำลังส่งเสียงเรียกหาเจ้าของที่แท้จริง
"หรือว่า... เมล็ดพันธุ์พิเศษล็อตใหม่จะปลดล็อกแล้ว?"
รินรดาพึมพำกับตัวเองด้วยหัวใจที่เต้นรัวระส่ำ เธอสาวเท้าเข้าไปใกล้แท่นหยกนั้นด้วยความระมัดระวัง สัมผัสเย็นเฉียบจากเนื้อหยกส่งผ่านปลายนิ้วมือทันทีที่เธอแตะลงบนฝาครอบ ก่อนที่ฝากล่องจะเลื่อนเปิดออกเองอย่างช้าๆ โดยไม่ต้องออกแรง
กลิ่นหอมสดชื่นของดินหลังฝนตกผสมผสานกับกลิ่นอายสมุนไพรลึกลับโชยเตะจมูกทันที ข้างในกล่องนั้นไม่ได้มีแค่เมล็ดพืชธรรมดา แต่พวกมันคือ "เมล็ดพันธุ์เทวะ" ที่เปล่งประกายแสงระยิบระยับราวกับดวงดาวในคืนเดือนมืด!
นิ้วเรียวสวยหยิบซองกระดาษสีทองคำเปลวขึ้นมาพิจารณา ด้านหน้าซองมีตัวอักษรโบราณเขียนด้วยลายมือตวัดพู่กันอย่างงดงามว่า *'พริกเพลิงอัคคีสวรรค์'* และซองถัดมาคือ *'มะเขือเทศหยกพันปี'*
รินรดาเปิดซองแรกออกดู เมล็ดพริกสีแดงเข้มราวกับถ่านคุโชนส่งไอความร้อนระอุออกมาเล็กน้อย พืชชนิดนี้ไม่ใช่แค่พริกธรรมดา แต่ในบันทึกมิติลับระบุไว้ว่า มันคือพริกที่มีรสชาติเผ็ดร้อนทะลวงถึงจิตวิญญาณ ช่วยขับพิษ กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต และที่สำคัญ... หากนำไปประกอบอาหาร มันจะสร้างกลิ่นหอมที่กระจายไปไกลได้ถึงสามลี้ ชนิดที่ต่อให้เป็นศัตรูที่อยู่ปลายหมู่บ้านก็ยังต้องน้ำลายสอจนทนไม่ไหว!
ส่วนซองที่สอง... มะเขือเทศหยกพันปี เมล็ดสีเขียวมรกตใสแจ๋วราวกับอัญมณีล้ำค่า มีสรรพคุณช่วยบำรุงผิวพรรณ ชะลอวัย และเพิ่มความหวานฉ่ำชนิดที่ละลายในปากทันทีที่สัมผัสลิ้น ถ้านำไปทำน้ำพริกหรือซุป รับรองว่าผลผลิตจากไร่ "กระท่อมไผ่ริมธาร" ของเธอจะต้องสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ในตลาดมืดและตลาดเมืองหลวงอย่างแน่นอน
"ริน... รินครับ! คุณเป็นอะไรไป ทำไมอยู่ดีๆ ถึงยืนเหม่อแบบนั้นล่ะครับ?"
เสียงทุ้มต่ำของคุณสามีหนุ่มดังแว่วเข้ามาจากโลกภายนอก พร้อมกับแรงเขย่าเบาๆ ที่หัวไหล่ ดึงสติของรินรดากลับมาสู่ความเป็นจริงในห้องครัวไม้ไผ่ ดวงตาคมกริบของภูผาฉายแววตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด เพราะเมื่อครู่นี้ภรรยาของเขาอยู่ๆ ก็ยืนนิ่งค้างไปดวงตากลอกไปมาเล็กน้อยราวกับจิตหลุดเข้าไปอีกมิติหนึ่ง
รินรดากะพริบตาปริบๆ เธอกำเมล็ดพันธุ์วิเศษในมิติลับแน่นโดยที่มือข้างนอกยังคงว่างเปล่า รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด เมื่อนึกถึงแผนการทำมาหากินที่จะทำให้พวกญาติจอมสูบเลือดสูบเนื้อถึงกับกระอักเลือดด้วยความอิจฉา
"เปล่าค่ะ... ฉันไม่ได้เป็นอะไรเลยสักนิด" เธอตอบเสียงใส พลางหันไปสบตากับสามีด้วยแววตาเป็นประกายระยิบระยับ "แต่ดูเหมือนว่า... เมมเบอร์ในไร่ของเรากำลังจะได้สมาชิกใหม่ที่แพงระยับชนิดที่คุณคาดไม่ถึงเลยล่ะค่ะ"
ภูผามองรอยยิ้มนั้นด้วยความรู้สึกหนาๆ ร้อนๆ ในอก เขารู้ดีว่าภรรยาสาวคนนี้ซ่อนความลับมหัศจรรย์ไว้มากมาย และทุกครั้งที่เธอยิ้มแบบนี้... แปลว่ากำลังจะมีเรื่องสนุก (หรือหายนะสำหรับคนอื่น) เกิดขึ้นในไม่ช้า
ทว่า... ก่อนที่ภูผาจะได้เอ่ยปากถามอะไรเพิ่มเติม เสียงเคาะประตูรั้วบ้านด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างรุนแรงติดต่อกันหลายครั้ง ราวกับคนเคาะจงใจจะพังมันให้พังคามือ
*ปัง! ปัง! ปัง!*
"อีริน! ภูผา! เปิดประตูให้พวกฉันเดี๋ยวนี้เลยนะยะ! อย่าคิดว่าซ่อนตัวอยู่ข้างในแล้วจะรอด!"
เสียงแหลมสูงของ "ป้าสะใภ้ใหญ่" แผดเผาทำลายความเงียบสงบของช่วงสายวันใหม่ดังลั่นเข้ามาถึงในบ้าน ตามด้วยเสียงสมุนและเสียงโวยวายของญาติฝ่ายสามีอีกกลุ่มใหญ่ที่ยกโขยงกันมาล้อมบ้านไม้ไผ่หลังน้อยไว้อย่างแน่นหนา
รินรดาสบตากับสามี รอยยิ้มบนใบหน้าหวานเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและดุดันในเสี้ยววินาที เธอวางมีดลงบนเขียงช้าๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ทรงพลัง
"มากันไวเสียจริงนะคะ... สงสัยกลิ่นหมูสามชั้นเมื่อครู่จะลอยไปเตะจมูกพวกปลิงดูดเลือดเข้าให้อีกแล้วล่ะค่ะ"
ภูผาขมวดคิ้วมุ่น แววตาของอดีตทหารหน่วยรบพิเศษฉายรังสีอำมหิตออกมาวับหนึ่ง เขาเอื้อมมือไปคว้าจอบด้ามยาวที่พิงอยู่มุมห้องเตรียมจะก้าวออกไปจัดการ แต่รินรดากลับยกมือขึ้นแตะแขนเขาไว้เสียก่อน
"ใจเย็นก่อนค่ะคุณสามี..." รินรดายิ้มหวานหยาดเยิ้ม แต่แววตากลับเยือกเย็นราวน้ำแข็งขั้วโลก "วันนี้... ฉันจะเปิดเมนูต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญด้วย 'พริกเพลิงอัคคีสวรรค์' ให้พวกมันได้รู้ซึ้งถึงนรกบนดินกันไปเลยค่ะ!"
หญิงสาวหมุนตัวเตรียมจะเดินออกไปเผชิญหน้ากับเหล่าญาติจอมแสบที่หน้าบ้าน ทว่า... ในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าฝ่าพงหญ้าด้านหลังบ้านกลับดังขึ้นอย่างผิดปกติ พร้อมกับเงาร่างปริศนาของชายชุดดำคนหนึ่งที่พุ่งทะยานเข้ามาทางหน้าต่างครัวอย่างรวดเร็วดั่งสายลม!
"ระวัง!" ภูผาตะโกนลั่น พุ่งตัวเข้าประชิดตัวภรรยาเพื่อปกป้องทันที
แต่ทว่า... ชายชุดดำคนนั้นไม่ได้พุ่งเข้ามาทำร้าย กลับคุกเข่าลงเบื้องหน้ารินรดาราวกับยอมสยบ พร้อมกับยื่นม้วนกระดาษประทับตราลับสีแดงฉานส่งให้เธอด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะกล่าวด้วยเสียงกระซิบแหบพร่าที่ทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบ
"นายท่านใหญ่แห่งตลาดมืด... ส่งเทียบเชิญถึงคุณรินรดา ให้ไปร่วมประมูล 'สมุนไพรบรรพกาล' ในคืนนี้... และคนกลุ่มที่อยู่หน้าบ้านคุณตอนนี้ ก็คือสายัณห์ที่ถูกส่งมาเพื่อแย่งชิงเทียบเชิญใบนี้ครับ!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ "กระท่อมไผ่ริมธาร" แห่งนี้ด้วยกันนะคะ
สูตรลับฉบับแม่ครัวมือทอง กับชายหนุ่มที่หวงผักยิ่งกว่าไข่ในหิน•ตอนที่ 3
มิติลับในคลังแสง
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับแม่ครัวมือทอง กับชายหนุ่มที่หวงผักยิ่งกว่าไข่ในหิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!