"หยุดเท้าตรงนั้นครับ ทุกคนถอยหลังสามก้าว... ทันที!"
น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาดของกรณ์ดังแทรกเสียงฝีเท้าที่กำลังย่างก้าวเข้าสู่เขตชั้นในของ 'วิหารซากศพโบราณ' ดันเจี้ยนระดับท้าทายที่ขึ้นชื่อเรื่องอัตราการตายของผู้เล่นสูงที่สุดในแพตช์ปัจจุบัน ปลายเท้าของริน กิลด์มาสเตอร์สาวแห่งกิลด์ 'เพลิงนิลกาฬ' ชะงักกึกกลางอากาศ ห่างจากแผ่นกระเบื้องสลักลายกะโหลกซึ่งเคลือบด้วยละอองพิษสีม่วงเข้มไม่ถึงคืบ
เบื้องหลังของพวกเขายังคงหลงเหลือเสียงก้องกังวานของประกาศฉุกเฉินจากระบบที่เพิ่งประกาศเตือนภัยพิบัติระดับ 100 ไปเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา บรรยากาศภายในปาร์ตี้จึงตึงเครียดราวกับเส้นลวดที่ถูกดึงจนแทบขาด แรงกดดันมหาศาลจากภายนอกผนวกกับความอับชื้นภายในดันเจี้ยนทำให้สมาชิกในทีมเริ่มมีเหงื่อกาฬซึมตามขมับ
"มีอะไรเหรอกรณ์? ฉันตรวจสอบด้วยสกิล [เนตรทิพย์] แล้ว ทางข้างหน้าไม่มีสิ่งมีชีวิตเคลื่อนไหวและไม่มีมานาผันผวนนะ" รินหันมาขมวดคิ้วมุ่น ดวงตาคู่สวยฉายแววเคลือบแคลงระคนสงสัย เธอเป็นถึงผู้เล่นระดับท็อปเท็นของเซิร์ฟเวอร์ การตัดสินใจของเธอย่อมไม่เคยผิดพลาดง่ายๆ ทว่าในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ ความดึงดันอาจหมายถึงการยกปาร์ตี้ไปป้อนให้มัจจุราช
"มานาไม่ได้ผันผวนครับรุ่นพี่... เพราะมันไม่ใช่กับดักเวทมนตร์" กรณ์ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ร่างเพรียวบางของหญิงสาวอย่างระมัดระวัง สายตาภายใต้กรอบแว่นโลหะกวาดมองลวดลายบนพื้นและร่องรอยการสึกหรอของหินปูนอย่างพินิจพิเคราะห์ "นี่คือกับดักเชิงกลไกโบราณ (Mechanยical Trap) ที่ออกแบบมาเพื่อหลอกระบบตรวจจับมานาโดยเฉพาะ ถ้าพี่ย่างก้าวลงไปตรงนั้น น้ำหนักสามสิบเปอร์เซ็นต์จากเกราะหนักจะไปกดทริกเกอร์ใต้แผ่นกระเบื้อง ส่งผลให้ลูกศอาคมอาบพิษมังกรนับพันดอกพุ่งออกมาจากผนังด้านข้างในมุมองศาที่ไม่มีทางหลบพ้น ต่อให้เป็นรุ่นพี่ก็เหลือ HP แค่เลขตัวเดียวแน่ครับ"
คำพูดนั้นไม่ได้อวดอ้าง แต่มันเต็มไปด้วยความมั่นใจที่ผ่านการคำนวณมาอย่างถี่ถ้วน ภายในโลกของ VRMMO ที่ผู้คนต่างพึ่งพาค่าสถานะ (Stats) และสกิลแฟลชชี่ตระการตา น้อยคนนักที่จะใส่ใจศึกษารายละเอียดเชิงฟิสิกส์และกลไกสถาปัตยกรรมที่ผู้พัฒนาซ่อนไว้ตามซอกมุมของดันเจี้ยน แต่อดีตเกมเมอร์สายคำนวณอย่างกรณ์กลับใช้เวลาหลายร้อยชั่วโมงในการแกะรอดรอยรหัสต้นทางพวกนี้จนทะลุปรุโปร่ง
สมาชิกคนอื่นๆ ในปาร์ตี้เริ่มส่งเสียงซุบซิบด้วยความประหลาดใจ หนึ่งในนั้นคือแทงค์เก๋าเกมประจำกิลด์ที่เคยดูแคลนเด็กปีสามหน้าตาธรรมดาคนนี้มาโดยตลอด เขาเดินเข้าไปใกล้จุดเกิดเหตุแล้วใช้หอกยาวเขี่ยแผ่นกระเบื้องตามที่กรณ์บอก ทันใดนั้น เสียงกลไกเฟืองเหล็กบดขยี้กันอย่างน่าขนลุกก็ดังขึ้น ตามด้วยกลุ่มลูกศอาคมสีดำสนิทนับร้อยดอกพุ่งแหวกอากาศปักลงบนผนังฝั่งตรงข้ามจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงลมจากการพุ่งแหวกของลูกศทำให้ชายเสื้อของพวกเขาสั่นไหว
*ฉึก! ฉึก! ฉึก!*
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทุกสายตาเบนกลับมามองเด็กหนุ่มที่ยืนเอามือซ้ายล้วงกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตท่าทางสบายๆ ราวกับเมื่อครู่เขาแค่เตือนให้เพื่อนระวังสะดุดก้อนหินริมทาง
รินกะพริบตาปริบๆ ความเย็นชาและท่าทีเคร่งขรึมเมื่อครู่มลายหายไปชั่วขณะ เธอจ้องมองใบหน้าด้านข้างของกรณ์ที่เต็มไปด้วยความนุ่มนวลและสุขุม ความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดไหล뢰เข้าสู่ก้นบึ้งของหัวใจอย่างห้ามไม่ได้ มือเรียวบางที่กำด้ามดาบยาวเผลอคลายออกโดยไม่รู้ตัว
"นาย... รู้ได้ยังไงว่าตรงนี้มีกลไก?" เสียงของรินอ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความทึ่งและการยอมรับที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ
"ตอนที่ผมเล่นเกมเวอร์ชันทดสอบระบบช่วงอัลฟา... เอ่อ หมายถึงตอนที่ผมอ่านคู่มือกลยุทธ์ของพวกสำนักพิมพ์เกาหลีเมื่อนานมาแล้วน่ะครับ" กรณ์รีบแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเกือบเผลอหลุดปากความลับเรื่องการเป็นอดีตผู้ทดสอบระบบเงา "ดันเจี้ยนนี้สร้างขึ้นโดยสถาปนิกเผ่าคนแคระยุคโบราณ พวกเขาชอบซ่อนกลไกเชิงฟิสิกส์ไว้ใต้จุดที่มองเห็นได้ง่ายที่สุดเพื่อตบตาพวกสายเวทครับ"
รินพยักหน้ารับช้าๆ แม้จะรู้สึกว่าคำอธิบายนั้นฟังดูแปลกหูอยู่บ้าง แต่ผลลัพธ์ตรงหน้าคือหลักฐานที่ปฏิเสธไม่ได้ เธอยกมือขึ้นปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากด้วยความเขินอينที่เผลอแสดงด้านเปราะบางต่อหน้ารุ่นน้องคนนี้ "ง...งั้นเหรอ ถ้านายมีความรู้เรื่องพวกนี้ เราคงต้องฝากให้นายช่วยนำทางจนถึงห้องบอสชั้นลึกสุดแล้วล่ะนะ... ในฐานะกิลด์มาสเตอร์ ฉันแต่งตั้งให้นาย1เป็นหัวหน้ากองหน้าเฉพาะกิจในภารกิจนี้ ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด!"
ท่าทางออกคำสั่งกลบเกลื่อนความเขินอายของรุ่นพี่สาวทำให้กรณ์อดไม่ได้ที่จะระบายยิ้มบางๆ ออกมา เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นและจริงใจจนคนมองรู้สึกใจเต้นผิดจังหวะ
การเดินทางลึกลงไปในวิหารซากศพโบราณดำเนินต่อไปอย่างราบรื่นอย่างน่าเหลือเชื่อ ภายใต้การนำทางของกรณ์ ปาร์ตี้ของกิลด์เพลิงนิลกาฬสามารถหลบเลี่ยงกับดักมรณะ พื้นทรุด แผ่นหินบดขยี้ และควันพิษไร้เสียงได้อย่างไร้รอยขีดข่วน จากเดิมที่สมาชิกในทีมเคยหวาดระแวงและเคลือบแคลงในตัวนักศึกษาปีสามคนนี้ ตอนนี้สายตาทุกคู่กลับเต็มไปด้วยความเลื่อมใสและความไว้วางใจอย่างสนิทใจ พวกเขารู้สึกราวกับว่ามีเทพารักษ์คอยกาง 360 องศาปกป้องอยู่เบื้องหน้า
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศความตึงเครียดกำลังถูกแทนที่ด้วยความฮึกเหิมและมิตรภาพอันแน่นแฟ้น อุณหภูมิโดยรอบดันเจี้ยนกลับลดฮวบลงอย่างฉับพลันจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว
บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความมืดสลัวของหินผา กลายเป็นความมืดมิดสนิทที่แม้แต่คบเพลิงเวทมนตร์ก็แทบไม่สามารถส่องสว่างได้เกินสองเมตร แรงกดดันมหาศาลระดับที่ทำให้เข่าของสมาชิกในปาร์ตี้ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ราวกับมีภูเขาทั้งลูกกดทับลงบนบ่า
กรณ์หยุดกั๊กฝีเท้าทันที สีหน้าที่เคยผ่อนคลายแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดขั้นสุด ดวงตาภายใต้กรอบแว่นหรี่แคบลงเมื่อมองตรงไปยังความมืดเบื้องหน้า ซึ่งเป็นจุดที่ควรจะเป็นทางตันของดันเจี้ยน
พื้นหินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับแผ่นดินไหว เสียงคำรามต่ำทุ้มที่สั่นประสาทสัมผัสทุกส่วนดังสะท้อนก้องมาจากความว่างเปล่า พร้อมกับออร่าสีดำทมิฬที่แผ่พุ่งออกมาปกคลุมทั่วทุกตารางนิ้ว
[คำเตือนจากระบบส่วนกลาง: ตรวจพบการตื่นก่อนกำหนดของบอสลับระดับตำนาน "อาร์คเดมอน - โบราณกาล" เลเวล 100]
[เงื่อนไขการหลบหนีถูกปิดกั้น... ประตูมิติถูกผนึก... ขอให้ผู้เล่นทุกท่านเตรียมรับมือกับการพิพากษา]
แสงสีแดงฉานสว่างวาบขึ้นจากเบ้าตาของเงาสีดำขนาดมหึมาที่ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนหยัดเต็มความสูงในความมืด พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่บาดลึกถึงจิตวิญญาณ และสายตาคู่หนึ่งที่จ้องมองตรงมายังพวกเขาจากความมืดมิด
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้กันมาโดยตลอดนะครับ
รุ่นพี่ครับ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น เมื่อเซียนเกมออฟไลน์ต้องมารับมือยัยกิลด์มาสเตอร์สุดโหด•ตอนที่ 6
บททดสอบแรกในดันเจี้ยนรกร้าง
ผลงานโดย ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่ครับ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น เมื่อเซียนเกมออฟไลน์ต้องมารับมือยัยกิลด์มาสเตอร์สุดโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!