กลิ่นอายของกำมะถันและโอโซนที่ถูกเผาไหม้จนแตกประจุไฟฟ้าแลบแปลบปาลอยู่รอบตัว คือสิ่งแรกที่กรณ์สัมผัสได้ก่อนที่สติสัมปชัญญะทั้งหมดจะถูกกระชากกลับคืนสู่ความเป็นจริง
แรงกดดันมหาศาลระดับที่ทำให้อากาศรอบกายกลายเป็นของแข็งพุ่งเข้ากดทับแผ่นอกจนแทบหายใจไม่ออก ประตูมิติสีม่วงเข้มขนาดยักษ์ที่ฉีกกระชากท้องฟ้าจำลองของเขตเริ่มต้นเบอร์ 04 ให้ขาดวิ่น เผยให้เห็นห้วงอวกาศสีดำสนิทและดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นที่กำลังจ้องเขม็งมายังร่างเล็กๆ ของเขา ราวกับมดปลวกตัวหนึ่งที่บังเอิญเดินหลงเข้ามาในอาณาเขตของราชันย์
*นี่มันไม่ใช่ความผิดพลาดของเซิร์ฟเวอร์... และแน่นอนว่าไม่ใช่ระบบสุ่มมอนสเตอร์ธรรมดา*
สมองส่วนการคำนวณของอดีตเกมเมอร์สายฮาร์ดคอร์ประมวลผลอย่างรวดเร็วดั่งเครื่องจักร ตัวเลขความเสียหาย ค่าพลังชีวิต และอัตราการรอดชีวิตที่ใกล้เคียงศูนย์แล่นผ่านดวงตาภายใต้กรอบแว่นสายตา ทว่าในสถานการณ์ที่ผู้เล่นคนอื่นต่างพากันวิ่งหนีตายและกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนก กรณ์กลับเลือกที่จะก้าวถอยหลังครึ่งก้าวอย่างเงียบเชียบ ส้นเท้าปักหลักลงกับพื้นดินที่สั่นสะเทือน สายตาคมกริบวิเคราะห์สัดส่วนของปีกสีดำสนิทที่แผ่สยายออกนับร้อยเมตร การขยับกล้ามเนื้อบริเวณหัวไหล่ และจังหวะการหายใจของเจ้าสิ่งมีชีวิตระดับภัยพิบัติตัวนั้น
"เฮ้ย นายตรงนั้นน่ะ! อยากตายหรือไงวะ! หลบไปส—!"
เสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกของนักดาบฝึกหัดเลเวลสิบคนหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับมือที่พยายามจะคว้าแขนเสื้อของเขาให้วิ่งตามไป แต่กรณ์เพียงแค่เบี่ยงตัวหลบอย่างนุ่มนวล ปล่อยให้ร่างนั้นพุ่งผ่านหน้าไปโดยไม่แม้แต่จะหันไปมอง ดวงตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่เงาสีดำมหึมากลางอากาศ
ในวินาทีที่กรงเล็บอันแหลมคมของมันกำลังจะตวัดลงมาสร้างคลื่นกระแทกทำลายล้างโซนเริ่มต้นให้ราบเป็นหน้ากลอง ความเงียบงันชั่วขณะก็เข้าปกคลุมทุกสรรพสิ่ง
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนระบบที่ใสกระจ่างราวกับเสียงกระดิ่งแก้วดังขึ้นในห้วงความคิดของเขา มันไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนเควสต์ทั่วไปที่คุ้นเคย แต่มันเป็นเสียงที่สะท้อนก้องกังวานอยู่ในจิตวิญญาณ ลึกลงไปในชั้นข้อมูลที่แม้แต่ผู้พัฒนาเกมก็อาจไม่เคยล่วงรู้
[ระบบปฏิบัติการลับ 'Chronos-Aegis' ทำการตรวจสอบเงื่อนไขลับสำเร็จ...]
[ตรวจพบผู้เล่น 'กรณ์' (Korn) ผู้ครอบครองจิตใจอันนิ่งสงบภายใต้ภาวะวิกฤตสูงสุด]
[ทำการปลุกทักษะเฉพาะตัวระดับตำนานขั้นสูงสุด: **'เนตรวิเคราะห์' (Analytical Eye - EX)** สำเร็จ]
พริบตาเดียว โลกสีปกติก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นภาพขาวดำ ทว่ามีเส้นแสงสีทองถักทอโยงใยไปทั่วทั้งร่างของมอนสเตอร์ระดับภัยพิบัติบนท้องฟ้า เส้นเลือดฝอย กล้ามเนื้อที่กำลังเกร็งตัว และจุดศูนย์กลางพลังงานเวทมนตร์ถูกเปิดเผยออกมาอย่างหมดเปลือกราวกับตำรากายวิภาคศาสตร์ที่ถูกกางออกเบื้องหน้า
กรณ์กะพริบตาเล็กน้อย ความรู้สึกแปลกประหลาดไหลทะลักเข้าสู่สมอง ข้อมูลมหาศาลไหลหลั่งเข้ามาอย่างเป็นระเบียบ ไม่ว่าจะเป็นค่าสถานะที่แท้จริง จุดอ่อนระดับไมครอนที่ซ่อนอยู่ใต้เกล็ดหนา และช่องโหว่ในการโจมตีที่จะเกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีเดียวทุกๆ รอบการขยับตัว
*ตรงนั้นสินะ... ข้อต่อใต้ปีกซ้ายที่มีความหนาแน่นของมานาน้อยกว่าจุดอื่นสามสเปอร์เซนต์*
มุมปากของชายหนุ่มยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหวาดกลัวเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย มันคือรอยยิ้มของนักล่าผู้ถือครองแผนที่นำทางในเขาวงกตที่มืดมิดที่สุด
ในขณะเดียวกัน ที่มุมหนึ่งของลานกว้างท่ามกลางกลุ่มควันและฝุ่นตลบ ร่างเพรียวระหงในชุดเกราะหนังสีดำสนิทของ 'ริน' กิลด์มาสเตอร์แห่งกิลด์ 'Crimson Vanguard' กำลังกัดริมฝีปากแน่น มือเรียวยาวสวมถุงมือเหล็กกำด้ามดาบยาวคู่ใจจนข้อต่องอขาวโพลน นางกำลังพยายามฝ่าฝืนแรงกดดันมหาศาลเพื่อเข้าไปช่วยเหลือนักเล่นมือใหม่ที่ติดอยู่ใกล้รัศมีโจมตี แต่ทว่าแรงโน้มถ่วงที่ผิดเพี้ยนจากสกิลของบอสกลับตรึงร่างของนางไว้จนขยับแทบไม่ได้
*บ้าจริง... เลเวลของเราในตอนนี้ยังห่างชั้นกับมันเกินไป* รินคิดในใจอย่างเจ็บใจ ดวงตากลมโตสีนิลกวาดมองไปรอบตัวเพื่อหาทางหนีทีไล่ ทว่าภาพที่นางเห็นกลับทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น
เด็กหนุ่มสวมแว่นคนเดิม... คนที่นางเคยบังเอิญเดินชนที่ร้านขายยาเมื่อครู่ก่อน—กำลังก้าวเท้าเดินสวนกระแสผู้คนที่กำลังวิ่งหนีตาย มุ่งตรงไปยังจุดปะทะที่อันตรายที่สุดอย่างใจเย็น
"นาย... เด็กคนนั้นจะทำบ้าอะไรของเขา!" รินอุทานออกมาเบาๆ ด้วยความตกใจระคนฉงน นางพยายามจะตะโกนเรียก แต่เสียงของนางกลับถูกกลืนหายไปกับเสียงคำรามก้องสะท้านฟ้าของเจ้าสัตว์ประหลาด
กรณ์หยุดยืนนิ่งอยู่บนซากปรักหักพังของเสาหินโบราณ ระยะห่างระหว่างเขากับกรงเล็บมหึมานั้นเหลือเพียงไม่ถึงสิบเมตร แรงลมจากการกางปีกกระโชกจนเส้นผมและชายเสื้อสีเข้มสะบัดไหวอย่างรุนแรง ทว่าแววตาหลังกรอบแว่นกลับนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึก
เขายกมือขวาขึ้น นิ้วชี้และนิ้วกลางแตะเข้าที่ขอบแว่นเบาๆ เป็นกิจวัตรที่ทำยามใช้ความคิดอย่างหนักหน่วง
[คำเตือน: ท่านกำลังเผชิญหน้ากับ 'ราชันย์มังกรทมิฬแห่งห้วงนรก - บาลินอส' (ระดับ World Boss)]
[คำแนะนำจากระบบ: โอกาสรอดชีวิต 0.01% แนะนำให้ทำการหลบหนีทันที]
"คำแนะนำไร้สาระ..." กรณ์พึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย รอยยิ้มมุมปากลึกลงกว่าเดิมเล็กน้อย "ถ้าวิ่งหนีตอนนี้ ก็อดดูของดรอปหายากนะสิครับ"
เขาสูดหายใจเข้าลึก 5 วินาที ผ่อนออก 5 วินาที ควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจให้อยู่ในโซนที่นิ่งสนิทที่สุด ในสายตาของ 'เนตรวิเคราะห์ (EX)' เส้นแสงสีทองที่ชี้จุดตายของบาลินอสเริ่มสว่างวาบขึ้นเรื่อยๆ ตามจังหวะการเต้นของหัวใจของบอสตัวยักษ์
และในจังหวะที่ดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นก้มต่ำลงมามองและพ่นเปลวเพลิงสีครามพุ่งเข้าใส่จุดที่เขายืนอยู่ กรณ์ก็ไม่รอช้าที่จะดีดตัวพุ่งทะยานสวนทางกับเปลวเพลิงนั้นทันที!
ภาพเหตุการณ์ทั้งหมดตกอยู่ในสายตาของรินที่เบิกกว้างด้วยความตะลึงงัน นางลืมหายใจไปชั่วขณะ สมองของกิลด์มาสเตอร์สาวขาวโพลน นางไม่เคยเห็นผู้เล่นคนไหนกล้าหาญ—หรืออาจจะสติหลุด—ถึงขนาดพุ่งเข้าหาบอสระดับโลกด้วยตัวคนเดียวโดยไม่มีแม้แต่ปาร์ตี้สนับสนุนแบบนี้
ทว่า ก่อนที่รินจะทันได้ก้าวเท้าเข้าไปคว้าตัวเขาไว้ เสียงแจ้งเตือนปริศนาอีกเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นก้องกังวานในโสตประสาทของทุกคนที่อยู่ในโซนเริ่มต้น รวมถึงตัวของกรณ์เอง
[ประกาศจากระบบส่วนกลาง: ตรวจพบผู้เล่นทำการกระตุ้น 'จุดอ่อนระดับตำนาน' เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เซิร์ฟเวอร์]
[เงื่อนไขพิเศษถูกปลดล็อก: เริ่มต้นกระบวนการ 'บันทึกเหตุการณ์ปฐมบทแห่งอาเซอร์ร็อธ']
[และ... ผู้เล่นลึกลับที่ท่านกำลังตามหา ได้ปรากฏตัวขึ้นแล้ว ณ เบื้องหลังเงาของท่าน...]
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปพร้อมกับกลยุทธ์และก้าวแรกอันท้าทายนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
รุ่นพี่ครับ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น เมื่อเซียนเกมออฟไลน์ต้องมารับมือยัยกิลด์มาสเตอร์สุดโหด•ตอนที่ 2
เสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นในมุมมืด
ผลงานโดย ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่ครับ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น เมื่อเซียนเกมออฟไลน์ต้องมารับมือยัยกิลด์มาสเตอร์สุดโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!