รุ่นพี่ครับ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น เมื่อเซียนเกมออฟไลน์ต้องมารับมือยัยกิลด์มาสเตอร์สุดโหด•ตอนที่ 9

คำเตือนจากเงาปริศนา

ผลงานโดย ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ
กลิ่นอายความชื้นของสนิมเหล็กและกลิ่นอับของหินปูนในดันเจี้ยนชั้นใต้ดินระดับกลางของอาเซอร์ร็อธ ไม่เคยเป็นบรรยากาศที่น่ารื่นรมย์นัก สำหรับกรณ์แล้ว ที่นี่ไม่ใช่สถานที่สำหรับการล่าสมบัติเพื่อความสนุกสนาน แต่เป็นห้องคำนวณขนาดใหญ่ที่ทุกย่างก้าวต้องอาศัยตรรกะและความน่าจะเป็นในการเอาตัวรอด "อัตรารีโหลดของสกิลดาบสั้นตกลงไปร้อยละเจ็ดเมื่ออยู่ในพื้นที่อับชื้น... ถ้าใช้เวทมนตร์ธาตุดินเสริมแรงกระแทกที่ข้อต่อ น่าจะลดเวลาคูลดาวน์ของมอนสเตอร์ประเภทโกเล็มลงได้ราวสองวินาทีสินะครับ" กรณ์พึมพำกับตัวเองเบาๆ ขณะที่นิ้วเรียวยาวกำลังเลื่อนหน้าต่างอินเทอร์เฟซโปร่งแสงเพื่อปรับแต่งค่าสเตตัสและจัดเรียงไอเทมในกระเป๋าเป้สะพายหลัง ในโลกของ VRMMO ที่ชื่อว่า *Legends of Azeroth* แห่งนี้ ไอเทมที่เขาครอบครองอยู่ไม่ใช่แค่ "ของหายาก" ธรรมดา แต่มันคือ "ชิ้นส่วนกุญแจ" ระดับตำนานที่ระบบเกมสุ่มดรอปให้กับผู้เล่นที่มีเงื่อนไขซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดา และหนึ่งในนั้น... คือ "ศิลาแห่งปราชญ์นิรนาม" ไอเทมเควสต์ที่ถูกซ่อนไว้ในช่องเก็บของลับ ซึ่งต่อให้ตายแล้วดรอปเปอร์เซ็นต์การสูญหายก็เป็นศูนย์ แต่ทว่า... มันกลับดึงดูดสายตาของพวกไฮยีน่าในโลกใต้ดินเข้าอย่างจัง "นั่งคำนวณอะไรอยู่เพลินเชียว นายท่านน้อยแห่งกิลด์รุ่งอรุณ?" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เจือด้วยความเย้ยหยันดังขึ้นจากความมืดเบื้องหน้า ห่างออกไปราวสิบเมตร ใกล้กับเสาศิลาโบราณที่สลักลวดลายอสูรกาย ร่างของผู้เล่นในชุดคลุมสีดำสนิท ไร้กิลด์เท็กซ์ปรากฏขึ้นอย่างเงียบเชียบ ราวกับว่าเขาไม่ได้เพิ่งเดินมา แต่ "รออยู่ก่อนแล้ว" กรณ์ไม่ได้สะดุ้งตกใจอย่างที่ผู้เล่นทั่วไปควรจะเป็น เขายังคงรักษาระดับการหายใจให้สม่ำเสมอ ดวงตาหลังกรอบแว่นใสปรายมองชายปริศนาด้วยความนิ่งสงบ ก่อนจะปิดหน้าต่างระบบลงอย่างช้าๆ "การซ่อนตัวในจุดอับสายตาของเรดาร์ระดับสาม แสดงว่าคุณสวมใส่แหวน 'เงาดารา' ที่ได้จากการเคลียร์ดันเจี้ยนลับ 40 คนสินะครับ... ลงทุนไม่น้อยเลยนี่ครับ สำหรับการมาทักทายผมในมุมอับแบบนี้" กรณ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพ รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่นัยน์ตากลับคมกริบราวกับกำลังวิเคราะห์จุดอ่อนของบอส ชายในชุดคลุมหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและบาดหู "สมกับที่เป็นอดีตเกมเมอร์สายคำนวณ... ตาถึงนี่ หึ ฉันไม่ได้มาเพื่อต่อปากต่อคำกับนายหรอกนะ กรณ์ นายกำลังถือครองสิ่งที่ 'ใหญ่เกินตัว' อยู่รู้ตัวไหม? ศิลาชิ้นนั้น... มันไม่ใช่ของที่เด็กมหาวิทยาลัยอย่างนายจะเอามาเดินถือเล่นแก้เบื่อในเกมหรอกนะ" บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงทันที แรงกดดันจากจิตสังหารระดับสูงถูกปลดปล่อยออกมาเพื่อข่มขวัญ หากเป็นผู้เล่นทั่วไป ป่านนี้คงเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นด้วยความกลัวจากระบบจิตวิทยาของเกมไปแล้ว แต่สำหรับกรณ์... เขากลับรู้สึกว่ามันช่างเป็น "ข้อมูลดิบ" ที่คาดเดาได้ง่ายเสียเหลือเกิน "ใหญ่เกินตัวงั้นเหรอครับ?" กรณ์ทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ความหวาดกลัว "ผมกลับมองว่า... ขนาดของมันกำลังพอดีมือผมดีออกนะครับ อีกอย่าง การที่ผมจะได้ไอเทมชิ้นนี้มา ผมต้องใช้เวลาคำนวณรูปแบบการโจมตีของบอสลับถึงสرี่ร้อยรอบ เสียค่าซ่อมอาวุธไปนับไม่ถ้วน... ถ้าคุณอยากจะได้มัน เหตุผลที่มีน้ำหนักที่สุดที่คุณควรจะมีในตอนนี้ ไม่ใช่คำขู่... แต่คือ 'ข้อเสนอ' ต่างหากล่ะครับ" ชายในชุดคลุมชะงักไปเล็กน้อย ภายใต้ฮู้ดสีดำเงา ดวงตาที่จ้องมองมามีความลังเลฉายชัดขึ้นมาชั่วขณะ เขาไม่คิดว่าเด็กหนุ่มโลว์โปรไฟล์คนนี้จะรับมือกับแรงกดดันและคำขู่ได้อย่างสุขุมเยือกเย็นถึงเพียงนี้ "แก... อย่ามาทำเป็นปากเก่งนะ! รู้ไหมว่ากิลด์ที่อยู่เบื้องหลังฉันคือใคร? ถ้าแกยังดื้อดึงเก็บศิลานั้นไว้ วันนี้ตัวละครของแกในโลกนี้... อาจจะต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ตั้งแต่วันนี้เลยก็ได้!" ชายปริศนากล่าวด้วยน้ำเสียงกร้าวขึ้น ขู่ขวัญด้วยอำนาจมืดของกลุ่มผู้เล่นอิทธิพล กรณ์ถอนหายใจเบาๆ เป็นเชิงระอา เขาขยับแว่นตาเล็กน้อยก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปหาชายคนนั้นช้าๆ หนึ่งก้าว ระยะห่างลดลง แต่ทว่าสมาธิของเขากลับพุ่งพล่านไปยังตำแหน่งของปุ่มลัดสกิลป้องกันฉุกเฉินในใจ "กิลด์ 'เงาอัคคี' สินะครับ... หรือไม่ก็พวกกลุ่มรับจ้างใต้ดิน 'ฟันเฟืองทมิฬ' ที่คอยเก็บกวาดไอเทมให้พวกมหาเศรษฐี... ผมเดาถูกกี่ข้อล่ะครับ?" กรณ์เอ่ยชื่อองค์กรออกมาอย่างแม่นยำ ทำเอาชายในชุดคลุมถึงกับผงะ ถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว "แก... รู้ได้ยังไง!" "รอยเปื้อนธาตุกำมะถันบนชายผ้าคลุม กับรูปแบบการเดินที่ลงน้ำหนักเท้าซ้ายมากกว่าขวาเพื่อชดเชยดีบัฟจากการใช้ยาพิษชั้นต่ำ... ข้อมูลพวกนี้หาได้จากการสังเกตแค่สามวินาทีแรกที่คุณก้าวออกมาจากเงานั่นแหละครับ" กรณ์ตอบด้วยรอยยิ้มสุภาพ ทว่าเฉียบคม "ฝากกลับไปบอกนายจ้างของคุณด้วยนะครับว่า... ของที่ผมหามาได้ด้วยหยาดเหงื่อและความอดทน ไม่มีทางขายให้พวกที่เอาแต่ใช้วิธีสกปรกข่มขู่คนอื่นหรอกครับ เสียเวลาเปล่าๆ" "ไอ้เด็กเวรนี่...!" ชายในชุดคลุมหมดความอดทน เขาชักกริชเคลือบพิษสีม่วงเข้มออกจากฝัก แสงสีแดงวาบขึ้นที่คมดาบ บ่งบอกถึงการเตรียมใช้สกิลโจมตีสังหารในครั้งเดียวเพื่อสั่งสอนเด็กหนุ่มผู้หยิ่งยโส ทว่า... ในวินาทีที่คมกริบกำลังจะพุ่งแหวกอากาศเข้ามาหาลำคอของกรณ์นั้นเอง *ฉับพลัน!* บรรยากาศรอบตัวในดันเจี้ยนชั้นใต้ดินก็พลันเย็นเยียบลงจนถึงขีดสุด เปลวเพลิงสีฟ้าครามสายหนึ่งพุ่งแหวกความมืดเข้ามาปักลงที่พื้นระหว่างกลางของคนทั้งสองอย่างแม่นยำ แรงระเบิดเบาๆ ส่งคลื่นลมกระโชกจนฝุ่นตลบอบอวล และสิ่งที่ตามมา... คือกลิ่นอายอันคุ้นเคยที่ทรงพลังจนทำให้ชายในชุดคลุมต้องเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก "กล้าดีนี่... ที่มาขู่คนของกิลด์ 'ราชสีห์นภา' ถึงถิ่นเก็บเลเวลแบบนี้" น้ำเสียงเยือกเย็น หยิ่งทะนง และทรงอำนาจเกินกว่าที่ใครจะกล้าต่อกรดังแว่วมาจากความมืดเบื้องบน ร่างเพรียวระหงในชุดเกราะหนังสีเงินสลับทอง ประดับด้วยตราสัญลักษณ์กิลด์อันดับหนึ่ง ก้าวเดินออกมาจากเงาเสาหินอย่างสง่างาม ดาบยาวในมือข้างขวายังคงมีประกายเวทมนตร์ค้างเติ่งอยู่ ริน... กิลด์มาสเตอร์สาวสุดฮอตแห่งกิลด์ราชสีห์นภา ปรากฏตัวขึ้น ณ เบื้องหน้าของกรณ์แล้ว ดวงตากลมโตคู่สวยภายใต้กรอบหน้าม้าปรกหน้าผากเหลือบมองชายในชุดคลุมด้วยหางตาราวกับมองมดปลวก ก่อนที่เธอจะหันมามองกรณ์ด้วยสายตาที่ซับซ้อน—มีทั้งความดุ ความเป็นห่วง และความหงุดหงิดที่ผสมปนเปกันอย่างชัดเจน "กรณ์... นายเนี่ยนะ ทำไมชอบหาเรื่องใส่ตัวอยู่เรื่อยเลยฮะ บอกให้รออยู่ที่จุดนัดพบไง ทำไมถึงแอบปลีกตัวมาลงดันเจี้ยนคนเดียวแบบนี้!" รินบ่นกระodกระแอeด้วยความหัวเสียตามประสา แต่ใบหูของเธอกลับขึ้นสีแดงระเรื่อเล็กน้อยด้วยความร้อนรนที่ตามมาเจอเขาเกือบไม่ทัน กรณ์แอบยิ้มมุมปากเล็กน้อยเมื่อเห็นรุ่นพี่สาวคนเก่งแสดงอาการแบบนั้นออกมา เขาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลตามเคย "ก็แค่มีแขกไม่ได้รับเชิญแวะมาทักทายเรื่องงานอดิเรกนิดหน่อยเองครับ รุ่นพี่ริน... มาได้จังหวะเวลาพอดิบพอดีเลยนะครับ" ชายในชุดคลุมเมื่อเห็นว่าเป็นกิลด์มาสเตอร์ระดับท็อปของเซิร์ฟเวอร์ปรากฏตัว เขาก็รีบดีดตัวถอยหลังเข้าสู่ความมืดเตรียมใช้ไอเทมวาร์ปหนีทันที ทว่า... ก่อนที่เขาจะทันได้กดใช้งานหน้าต่างระบบ *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนระบบดังขึ้นก้องกังวานในโสตประสาทของทุกคนในพื้นที่ พร้อมกับหน้าต่างสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าของกรณ์และรินโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย [ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉิน: ตรวจพบการแทรกแซงจากผู้เล่นภายนอกระบบดันเจี้ยน] [เงื่อนไขภารกิจลับระดับ SSS: "เงาที่ถูกลืมแห่งอาเซอร์ร็อธ" ได้รับการกระตุ้นโดยสมบูรณ์] [คำเตือน: ประตูมิติผนึกชั้นที่ 13 กำลังเปิดออก... ผู้เล่นทั้งหมดในเขตพื้นที่นี้ จะถูกบังคับเข้าสู่ศึกตัดสินชะตากรรมโดยไม่สามารถหลบหนีได้] พื้นดินใต้เท้าของพวกเขาสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยแยกสีดำสนิทแผ่ขยายออกราวกับใยแมงมุม พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องที่ดังมาจากเบื้องลึกของความมืดมิด... เสียงที่ดึงดูดวิญญาณและความตายให้คืบคลานเข้ามาใกล้ทุกขณะ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปพร้อมกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่ครับ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น เมื่อเซียนเกมออฟไลน์ต้องมารับมือยัยกิลด์มาสเตอร์สุดโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%